ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 839 ผลของการขึ้นเงินเดือนสองเท่า
ตอนที่ 839 ผลของการขึ้นเงินเดือนสองเท่า
หลังจากถ่ายรูปไปสักพัก เด็กน้อยทั้งสองก็เล่นจนเหนื่อย จึงเข้าไปในร้านอย่างไม่เต็มใจ
“หม่าม๊าคะ ตุ๊กตาหิมะที่เราปั้นสวยมากเลยค่ะ ! ”
เจียงชานอวดหลินเจียอินด้วยความภาคภูมิใจ
หวังกังยังกล่าวอีกว่า “ใช่ครับ มันสวยมาก ดูเหมือนคนจริง ๆ เลยครับ”
หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม สงสัยว่าตุ๊กตาหิมะที่พวกเขาช่วยกันปั้นจะสวยขนาดไหน ? แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเท่าไร
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรและเดินไปที่บาร์เพื่อโทรออก
ไม่นาน สายก็ถูกเชื่อมต่อ
“สวัสดีเลขาเฉิน ผมเจียงเสี่ยวไป๋เอง”
เฉินเซียนจิ้นกล่าวว่า “สวัสดีผู้ช่วยเจียง คุณต้องการต่อสายกับนายกเทศมนตรีจางหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ครับ ผมโทรหาคุณโดยเฉพาะเพื่อขอความช่วยเหลือจากคุณ”
เฉินเซียนจิ้นพูดขึ้นมาทันที “ผู้ช่วยเจียง คุณต้องการให้ผมช่วยอะไรงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผู้อาวุโสคนหนึ่งของผมอาศัยอยู่ที่ถนนชานเฉิง ผมอยากจะติดตั้งโทรศัพท์บ้านให้เขา”
เฉินเซียนจิ้นยิ้ม “แค่นี้เองเหรอ ผมก็นึกว่าเรื่องอะไร ผมจะโทรไปบอกให้คนเข้าไปติดตั้งให้วันนี้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเขา
เดิมทีเขาต้องการไปที่สำนักงานไปรษณีย์และโทรคมนาคมเพื่อติดต่อเรื่องนี้เอง แต่หลังจากคิดว่าแม้ว่าเขาจะทำเอง แต่มันก็ไม่เร็วเท่าขอให้เฉินเซียนจิ้นทำให้
เพราะมันจะมีประสิทธิภาพมากกว่าถ้าเฉินเซียนจิ้นโทรไปบอกโดยตรง
หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ส่ายหน้า
ในที่สุดเขาก็เข้าใจอีกหนึ่งสิ่ง
เมื่อวางสายเสร็จ เขาก็ไม่มีอะไรทำเป็นพิเศษ จึงนั่งดื่มชาอยู่ในร้านอย่างสบาย ๆ
ในอีกด้านหนึ่ง หวงหงหยุนและถานชิงซานก็ได้กลับไปที่โรงงานประทัดหงหยุน ก่อนที่จะทำตามขั้นตอนต่าง ๆ และแจ้งให้สำนักงานรับสมัครคนงานที่มีทักษะไม่จำกัดจำนวนมาก และเพิ่มค่าจ้างเป็นสองเท่า
โดยเริ่มทำงานในวันพรุ่งนี้
ทันทีที่มีข่าวนี้แพร่ออกไป หมู่บ้านเฉิงซีก็เดือดพล่าน
“เกิดอะไรขึ้นกับโรงงานประทัดหงหยุนกัน ? ”
“ฉันจำได้ว่าปีที่แล้วเขาจ้างคนแค่ร้อยกว่าคนเอง แล้วทำไมปีนี้ถึงต้องการคนเยอะขนาดนี้ล่ะ ? ”
“สิ่งสำคัญคือเงินเดือนสูงกว่าเดิมถึงเท่าตัว ! ”
“ใช่แล้ว เพิ่มเงินเดือนเป็นสองเท่า ! ”
“ฉันจะไม่ไปโรงงานประทัดฟู่ซิงแล้ว ฉันตัดสินใจไปที่หงหยุนดีกว่า”
“ฉันก็จะไปหงหยุนเหมือนกัน ! ”
“ปีที่แล้วฉันไปที่โรงงานประทัดฟู่เต๋อ ส่วนปีนี้ฉันจะไปหงหยุนละกัน”
“รออะไรล่ะ รีบไปสมัครสิ ! ”
“ไปกันเถอะ ไปด้วยกันนี่แหละ”
“……”
ทำให้ตั้งแต่เที่ยงวันถึงตอนเย็น ชาวบ้านสามถึงสี่ร้อยคนจากทางตะวันตกของเมืองแห่กันไปที่โรงงานประทัดหงหยุนเพื่อสมัครเข้าทำงาน
โรงงานประทัดของรัฐอีกสองแห่งและโรงงานประทัดเอกชนอีกสองแห่งในชิงโจวก็ทราบข่าวนี้เช่นกัน
ที่โรงงานประทัดฟู่ซิง ซึ่งเป็นโรงงานประทัดที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ ผู้จัดการอู๋ไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป
เขากำลังเตรียมรับสมัครคนงานภายในสามวันนี้ ซึ่งวางแผนที่จะรับสมัครคนงานชั่วคราว 200 คน และได้เขียนใบประกาศออกมาแล้ว แต่เขาไม่คาดคิดว่าโรงงานประทัดหงหยุนจะรับสมัครคนตัดหน้าเขาแบบนี้
ในหมู่บ้านเฉิงซีมีคนที่ทำประทัดและดอกไม้ไฟที่มีทักษะดีเพียงไม่กี่ร้อยคน ในอดีตคนเหล่านั้นจะให้ความสำคัญกับโรงงานประทัดฟู่ซิงมาก่อน แต่ในปีนี้พวกเขาถูกโรงงานหงหยุนแย่งตัวไป
ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจอย่างอิสระเกี่ยวกับการเพิ่มเงินเดือนเป็นสองเท่า
อย่างไรก็ต้องไปปรึกษาผู้อำนวยการโรงงานหูก่อน
เขาลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงงานหู
“เฮ้ เหล่าอู๋มาแล้ว คุณมาทันเวลาพอดี ฉันจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการรับสมัครในปีนี้”
ผู้อำนวยการหูวางถ้วยชาลง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
ผู้จัดการอู๋ตกใจเล็กน้อย โดยคิดว่าผู้อำนวยการหูจะรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องการรับสมัครคนงานของโรงงานประทัดหงหยุน เขาจึงพูดว่า “แล้วคุณจะทำอย่างไรเหรอครับ ? ”
ผู้อำนวยการโรงงานหูยิ้ม “เศรษฐกิจของชิงโจวในปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วมาก แน่นอนว่าต้องมีคนซื้อประทัดและดอกไม้ไฟมากขึ้นในช่วงตรุษจีน เราจะรับสมัครคนเพิ่มอีก 50 คนในปีนี้ และผลิตเพิ่มขึ้นด้วยในปีนี้”
หลังจากได้ยิน ผู้จัดการอู๋ก็เข้าใจทันที ผู้อำนวยการหูไม่รู้เรื่องการรับสมัครคนงานของโรงงานประทัดหงหยุนด้วยซ้ำ
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งในใจ ในฐานะผู้อำนวยการโรงงาน คุณมีหน้าที่แค่ดื่มชาและอ่านหนังสือพิมพ์ในออฟฟิศโดยที่ไม่ทำอะไรเลยงั้นเหรอ
“ผู้อำนวยการหู ฉันเกรงว่าปีนี้จะหาคนงานชั่วคราวได้ยากขึ้น ! ”
ผู้จัดการอู๋กดความคิดบางอย่างไว้ในใจ แล้วพูดออกมาอย่างระมัดระวัง
ผู้อำนวยการหูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามออกมาเสียงดังว่า “ผู้จัดการอู๋ คุณล้อเล่นฉันหรือเปล่า ? ”
ผู้จัดการอู๋ทำหน้าตาบูดบึ้ง “ผู้อำนวยการหู ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ คุณไม่รู้ข่าวของโรงงานประทัดหงหยุนเลยเหรอ ? ”
ผู้อำนวยการหูขมวดคิ้วและพูดอย่างเหยียดหยาม “โรงงานประทัดหงหยุนเป็นเพียงโรงงานประทัดเอกชน จะเทียบกับโรงงานอันดับหนึ่งของเราได้อย่างไร ! ”
ผู้จัดการอู๋กล่าวว่า “ผู้อำนวยการหู ทางหงหยุนได้เริ่มรับสมัครคนงาน และในวันนี้ได้รับคนงานที่มีทักษะไปแล้วหลายร้อยคน”
ฮะ !
ผู้อำนวยการหูรู้สึกประหลาดใจ เขาลุกขึ้นยืนและอดไม่ได้ที่จะถามออกมาเสียงดัง “ทำไมหวงหงหยุนถึงรับสมัครคนจำนวนมากขนาดนั้น เขาต้องการทำอะไร ? ”
ผู้จัดการอู๋กลอกตาและคิดกับตัวเองว่า: ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าหวงหงหยุนกำลังจะทำอะไร ? แต่เขาไม่กล้าพูดมันออกมา และทำได้เพียงพูดว่า “ใครจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมองของหวงหงหยุนในตอนนี้ ? ”
ผู้อำนวยการโรงงานหูกล่าวว่า “เนื่องจากหวงหงหยุนเริ่มรับสมัครคน คุณเองก็ควรจะรับสมัครคนล่วงหน้าด้วย เขาไม่มีทางเอาทุกคนไปได้ ! ”
ผู้จัดการอู๋ทำหน้าบึ้งตึงและพูดว่า “ผู้อำนวยการหู แค่รับสมัครคนล่วงหน้า ฉันไม่มีปัญหาหรอก แต่โรงงานประทัดหงหยุนเสนอเงินเดือนเป็นสองเท่า แล้วแบบนี้ใครมันจะมาสมัครทำงานกับเรา”
ผู้อำนวยการหูมองไปที่ผู้จัดการอู๋ด้วยความไม่เชื่อและอุทานออกมา “เป็นไปได้อย่างไร ? ”
ทั้งเขาและผู้จัดการอู๋ต่างรู้ว่าผลกำไรจากการขายประทัดและดอกไม้ไฟนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณ
จึงคิดว่าถ้าเพิ่มเงินเดือนให้คนงาน แล้วจะทำกำไรได้อย่างไร ?
ผู้จัดการอู๋จึงกล่าวว่า “ผู้อำนวยการหู ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่โรงงานประทัดหงหยุนก็เสนอค่าจ้างเป็นสองเท่า และรับสมัครคนงานแบบไม่จำกัดจำนวนเลยนะ”
“ตอนนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านเฉิงซีที่ทำประทัดและดอกไม้ไฟเป็นต่างก็ไปเป็นคนงานของโรงงานประทัดหงหยุนหรือไม่ก็กำลังเดินทางไปสมัครงานที่โรงงานประทัดหงหยุนกันหมดแล้ว”
“หากเราไม่รีบตัดสินใจ เกรงว่าปีนี้เราคงไม่สามารถรับสมัครคนงานได้เลย ! ”
จากนั้น ผู้จัดการโรงงานหูก็ตระหนักถึงความจริงจังของเรื่องนี้ หากเขาไม่สามารถหาคนงานที่มีทักษะได้ เขาก็จะไม่มีกำลังคนมาทำประทัดและดอกไม้ไฟจำนวนมาก ด้วยคนงานประจำเพียงไม่กี่คนในโรงงานคงไม่เพียงพอ !
อาจทำให้ยอดขายในปีนี้มีแนวโน้มลดลง 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์
“หวงหงหยุนน่ารังเกียจมาก เขากำลังบีบพวกเราให้จนมุมอยู่ ! ”
ผู้อำนวยการหู เอากำปั้นกระแทกโต๊ะด้วยความโกรธ
……
อีกด้านหนึ่ง อี้ฉางฟาผู้อำนวยการโรงงานประทัดหงซิง ซึ่งเป็นของรัฐ ก็ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องการรับสมัครพนักงานของโรงงานประทัดหงหยุนเหมือนกัน
เขาส่ายหนังสือพิมพ์ในมืออย่างสงบและถามหลันเข่อกุ้ยรองผู้อำนวยการโรงงานว่า “เข่อกุย คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ”
หลันเข่อกุ้ยรู้สึกเศร้าในใจ อี้ฉางฟาอ่านหนังสือพิมพ์ของวันนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ถามว่าจะเอาอย่างไร เขาไม่อยากให้โรงงานต้องมามีผู้บริหารไร้ประสิทธิภาพแบบนี้เลย
อย่างไรก็ตาม อี้ฉางฟาเป็นผู้อำนวยการโรงงาน เมื่ออีกฝ่ายถาม ไม่ว่าหลันเข่อกุ้ยจะไม่พอใจแค่ไหน เขาก็ยังต้องตอบออกมาว่า “หวงหงหยุนมีความทะเยอทะยานมาก เขาอาจต้องการต่อสู้กับฟู่ซิงก็ได้ครับ”
อี้ฉางฟาพยักหน้า “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ! ”
หลันเข่อกุ้ยเม้มริมฝีปากราวกับว่าเขาไม่ได้พูดอะไรเลย และถามว่า “ผู้อำนวยการอี้ แล้วเราควรทำอย่างไรดีครับ?”
“ควรทำอย่างไรดี ? ” อี้ฉางฟายิ้ม “เราก็ดำเนินงานในแบบของเราไปนี่แหละ ! ”
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาโรงงานประทัดหลายแห่ง โรงงานประทัดหงซิงอยู่อันดับท้ายมาโดยตลอด ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจที่จะไปสู้กับหงหยุนและฟู่ซิง
เขาจึงคิดว่าเพียงแค่รอดูความตื่นเต้นเท่านั้น