ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 842 เจ้าตัวน้อยต้องการเตรียมตัว
ตอนที่ 842 เจ้าตัวน้อยต้องการเตรียมตัว
“ผู้ช่วยเจียง ผมอยากไปเจียงเฉิงด้วยตอนที่งานเริ่ม”
หวงหงหยุนกล่าว
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่มีปัญหา หลังจากที่คุณไปดูด้วยตาของคุณเอง คุณอาจจะมีไอเดียดี ๆ ในการสร้างสรรค์ดอกไม้ไฟมากขึ้นได้”
หวงหงหยุนยิ้มอย่างขมขื่น เขาเองก็มีความคิดนี้อยู่ในใจเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “เรายังจะรับสมัครคนงานเรื่อย ๆ แต่แบบและทักษะที่ผมให้ไปจะต้องเก็บไว้เป็นความลับ”
หวงหงหยุนพยักหน้า “ไม่ใช่ปัญหาอะไร”
เจียงเสี่ยวไป๋คุยกับเขาอีกสองสามคำ จากนั้นก็บอกลาและขอตัวกลับออกมา
เขาได้อธิบายสิ่งต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของหวงหงหยุนที่ต้องส่งต่อเจตนารมณ์ของเขาออกไป
หลังจากกลับมาที่ร้านนวดเท้าแล้ว เฉินซินก็พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณกลับมาแล้ว เมื่อกี้รองประธานเมิ่งโทรมาหาคุณถึงสองครั้ง”
“อ้อ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบและถามว่า “เธอได้บอกอะไรหรือเปล่า ? ”
เฉินซินส่ายหัว “ไม่ค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เดินตรงไปที่บาร์ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาเมิ่งเสี่ยวเป่ยทันที
“สวัสดีรองประธานเมิ่ง ผมเจียงเสี่ยวไป๋ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดว่า “คุณกลับมาแล้วเหรอคะ ? ที่โรงงานประทัดหงหยุนเป็นไปด้วยดีไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณก็รู้ว่าผมอยู่ที่นั่น ทำไมคุณไม่โทรไปหาผมที่นั่นเลย ถ้าคุณมีธุระกับผม ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรหรอกค่ะ ไว้คุยกันหลังจากที่คุณกลับมาก็ไม่สาย”
“งั้นบอกผมมาว่ามีเรื่องอะไร ? ”
“ค่ะ พอดีฉันจะไปที่เจียงเฉิงกับหวังผิงและคนอื่นในบ่ายวันนี้ คุณมีอะไรจะให้ฉันทำอีกไหมคะ ? ”
“เดินทางปลอดภัย ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำ “นี่คือคำสั่งของคุณเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่แล้ว ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยแทบจะไร้คำพูด “โอเคค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
พูดจบ ในใจของเธอก็รู้สึกมีความสุขมาก จึงวางสายไป
จนลืมถามว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไปเจียงเฉิงเมื่อไหร่ ?
เจียงเสี่ยวไป๋วางสายโทรศัพท์แล้วกลับไปที่โต๊ะหลุมไฟ ในตอนนั้นเจียงชานก็ได้เข้ามา
“ป่าป๊าคะ เราจะไปเจียงเฉิงเมื่อไหร่เหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ลูบหน้าผากของเธอแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ทำไม หนูอยากไปเจียงเฉิงตอนนี้เลยเหรอ ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “ไม่ใช่ค่ะ หนูแค่อยากรู้วันเวลา จะได้เตรียมตัวถูกค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุข “หนูต้องเตรียมตัวอะไรอีกล่ะ ? ”
เด็กน้อยมองมาที่เขาอย่างไม่พอใจ “ป่าป๊าจะดูแคลนเด็ก ๆ แบบนี้ไม่ได้นะคะ ! ”
“ทำไมเด็ก ๆ แบบหนูถึงเตรียมตัวบ้างไม่ได้ล่ะคะ ? ”
หลังจากที่เธอบ่นเสร็จ เธอก็พูดต่อว่า “หนูก็ต้องบอกเจียงซือก่อนใช่ไหม ? หนูต้องช่วยน้องถิงถิงเตรียมเสื้อผ้า แปรงสีฟัน และผ้าเช็ดตัวอีกใช่ไหมล่ะคะ ? ”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ถิงถิงและเสี่ยวกังไปเที่ยวต่างเมือง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าพวกเขาเมารถขึ้นมา ? ”
“ว่าแต่ลูกอมที่ป่าป๊าพูดถึงครั้งล่าสุดช่วยแก้อาการเมารถได้จริงเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตลกท่าทางของลูกสาวมาก เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ลูกเป็นเด็กที่รอบคอบมาก”
“อย่ากังวลไป ลูกอมสามารถช่วยแก้อาการเมารถได้”
เด็กน้อยอุทานออกมา “อ้อ” แล้วพูดต่อ “งั้นเราต้องไปหาซื้อมาไว้ล่วงหน้า”
หลังจากพูดจบ เธอก็เสริมว่า “หนูคิดว่าเราต้องเตรียมของว่างสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ด้วย ทั้งล่าเถียว เมล็ดฟักทอง เค้กที่รักและขนมอื่น ๆ ”
ดูเหมือนเธอจะจำอะไรบางอย่างได้ จึงพูดว่า “จริงสิ กะหล่ำปลีดองของป้าจางพร้อมทานแล้ว ไม่ใช่เหรอคะ ? หนูอยากเอากะหล่ำปลีดองไปฝากน้าเล็กและเพื่อน ๆ ของเธอค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “หนูคิดถึงแค่น้าเล็กและเพื่อน ๆ ของเธอเท่านั้นเหรอ”
เจียงชานพูดอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนค่ะ เพราะน้าเล็กพาหนูไปเที่ยวทุกครั้ง”
ความคิดของเด็กก็มีแค่นี้ เธอจะสนิทสนมกับใครก็ตามที่ปฏิบัติต่อเธออย่างดี อย่างพาเธอไปเที่ยวเล่น
มันไม่ซับซ้อนอะไร
หวังกังที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พึมพำออกมา “ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องกลับไปเก็บของไว้ล่วงหน้าเหมือนกัน”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “แล้วลูกจะเอาอะไรไปบ้าง ? ”
หวังกังพูดว่า “ผมอยากจะเอาของกินอร่อย ๆ ไปให้พ่อด้วยครับ ! ”
เฝิงเยี่ยนหงพูดด้วยความโกรธ “พ่อของลูกเก่งในเรื่องการดื่มและกินอาหารรสจัดของเจียงเฉิงจะตายไป ลูกยังไปห่วงเขาอีกเหรอว่าจะได้กินอะไรไหม ? ”
หวังกังกล่าวว่า “อาหารของเจียงเฉิงจะอร่อยเท่าอาหารของชิงโจวได้ยังไงล่ะครับ ? พ่อจะต้องอยากกินอาหารที่แม่ทำไปให้แน่นอน”
แม้เฝิงเยี่ยนหงจะบอกลูกชายไปแบบนั้น แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าหวังผิงจะคุ้นเคยกับอาหารที่นั่นหลังจากไปที่เจียงเฉิงหรือไม่ หากเธอรู้แบบนี้ เธอคงจะเอาผักดองให้เขาเอาติดตัวไปด้วย
เจียงชานพูดว่า “ป่าป๊ายังไม่ได้บอกเวลาออกเดินทางเลยนะคะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ยังเร็วอยู่ เมื่อถึงเวลาก็จะรู้เอง อาจจะเป็นวันที่ 10 น่ะ ! ”
เจียงชานรับคำ แต่ถึงอย่างนั้นหนูน้อยก็ยังพูดต่อ “งั้นหนูค่อยเก็บกระเป๋าใกล้ ๆ เดินทางในวันที่ 10 แล้วกันค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋เอามือลูบหัวของเธอ “ดีมาก ! ”
หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้มีธุระอะไรต้องไปจัดการอีก เจียงเสี่ยวไป๋ชงชาและใช้เวลาในช่วงบ่ายอย่างสบาย ๆ
ตอนที่เขากำลังจะเก็บของกลับบ้าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
หลังจากที่เฉินซินรับสาย เธอก็เดินไปบอกเจียงเสี่ยวไป๋ให้มาคุยสาย
เจียงเสี่ยวไป๋จึงเดินไปรับสายต่อ
“สวัสดี ผมเจียงเสี่ยวไป๋ ! ”
“ไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ ? ”
มีเสียงชราดังมาจากปลายสายอีกด้านของโทรศัพท์ “ฉันหลินฉางเกิงเอง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว “เหล่าหลิน พวกเขามาติดตั้งโทรศัพท์ให้คุณแล้วเหรอครับ ? ”
หลินฉางเกิงพูดว่า “แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วไม่ใช่เหรอ ? ฉันไม่ได้แกล้งโทรหานายเลยนะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา “เยี่ยมมาก ต่อไปคุณจะได้ติดต่อกับครอบครัวของคุณได้ง่ายขึ้น หากคุณต้องการอะไร ก็โทรหาผมโดยตรงได้เลยนะครับ”
หลินฉางเกิงกล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นก็จดหมายเลขโทรศัพท์ของฉันไว้นะ หมายเลข 28019”
เจียงเสี่ยวไป๋จดบันทึกไว้ ก่อนจะพูดว่า “ที่บ้านของผมก็มีโทรศัพท์แล้วเหมือนกัน หากว่าในตอนเย็นมีเหตุฉุกเฉินอะไร คุณก็โทรไปหาผมที่บ้านได้”
เขาพูดแล้วให้เบอร์โทรศัพท์บ้านของเขาไป
หลังจากที่หลินฉางเกิงเขียนมันลงไป เขาก็พูดว่า “ผมจะเอาหมายเลขโทรศัพท์ของร้านอาหารแต่ละร้านของเราไปให้คุณในวันหลัง หากคุณขี้เกียจทำอาหารกินเอง เพียงแค่โทรสั่ง แล้วพนักงานของเราจะส่งไปให้กับคุณ”
หลินฉางเกิงกล่าวว่า “ไม่จำเป็น มือเท้าฉันก็มี ฉันต้องทำอาหารกินเอง”
อาหารที่ร้านอาหารของเจียงเสี่ยวไป๋มีราคาอย่างน้อยสองถึงสามหยวน ซึ่งเขาทนไม่ได้ที่จะเสียเงินซื้ออาหารราคาสูงแบบนี้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและไม่พูดอะไรอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาก็ลองส่งใบรายการอาหารไปให้เขา ในอนาคตเขาจะสั่งหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเขาก็แล้วกัน
หลังจากวางสายแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาหลินเจียอินและเจียงชานกลับบ้าน
มีแดดจัดมาสองวันติดต่อกันแล้ว ทำให้หิมะบนถนนละลายลงไปเยอะ เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พอที่จะทำให้ผู้คนรู้ว่าหิมะตกเมื่อสองสามวันก่อน
ตอนที่เขามาถึงบ้านยังเร็วอยู่ เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะพาสุนัขไปเดินเล่น แต่เจียงไห่หยางก็ได้เรียกเขาไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามด้วยความประหลาดใจ “พ่อ มีอะไรจะคุยกับผมงั้นเหรอ ? ”
เจียงไห่หยางพูดว่า “พรุ่งนี้เป็นวันเกิดลุงใหญ่ พี่ชายของแม่แก แม่ของแกและฉันจะไปที่นั่น แกจะไปด้วยกันไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งเล็กน้อย ตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ เขาจำได้ว่าเคยไปที่บ้านของลุงนับครั้งได้
“เนื่องจากเป็นวันเกิดลุง ผมไปอยู่แล้วครับ”
“ครับ งั้นพรุ่งนี้ผมจะกลับมาเร็ว แล้วเราจะไปด้วยกัน”
เจียงไห่หยางพยักหน้า
ที่เจียงไห่หยางเอาเรื่องนี้มาพูด ก็เพราะว่าเขาอยากจะไปพร้อมกับเจียงเสี่ยวไป๋
“ถ้าอย่างนั้นแกก็เตรียมของขวัญมาด้วย ฉันจะได้ไม่ต้องกังวล ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงทันที “ไม่มีปัญหาครับ ผมจัดการเอง ! ”
เจียงไห่หยางเหลือบมองเขาแล้วเตือนออกมา “แกไม่ได้ไปบ้านลุงมานานแล้ว ลุงของแกอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ แกต้องเตรียมของไปฝากคนอื่นด้วย”
“โอเคครับ ผมรู้น่า ! ”
แม้ว่าเจียงไห่หยางจะไม่บอกเรื่องนี้ เขาก็จะเอาของฝากติดตัวไปด้วยอยู่ดี
เขาถามออกมาด้วยท่าทีสบาย ๆ “พ่อครับ ปีนี้ลุงอายุเท่าไหร่แล้ว ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ลุงของแกเกิดในวันที่ 4 เดือน 12 ของปีเจียหยิน ปีนี้เขาอายุ 69 ปีแล้ว ! ”
วันที่ 4 เดือน 12 คือวันที่ 6 มกราคมของปีนี้
แต่พรุ่งนี้ยังเป็นวันที่ 5 มกราคมอยู่
อย่างไรก็ตาม การนับวันของคนในชนบทจะต้องนับล่วงหน้าหนึ่งวันเสมอ
เจียงเสี่ยวไป๋รู้กฎนี้ดี