ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 843 เตรียมพร้อม
ตอนที่ 843 เตรียมพร้อม
วันที่ 5 มกราคม อากาศของวันนี้ดีมาก
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในเมือง ก็เห็นว่าเฝิงเยี่ยนหงไม่อยู่ที่โรงงาน
หลินเจียอินกล่าวว่า “อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของลุงใหญ่ เธอจึงกลับไปที่บ้านของตระกูลหวังก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ในเมื่อเธอไม่มา เราก็ไม่ต้องก่อไฟ ไปช้อปปิ้งเลือกดูของฝากกันเถอะ เสร็จแล้วก็ไปที่ร้านนวดเท้าเลย”
หลินเจียอินกล่าวว่า “เอาล่ะ ไปกันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เมียจ๋า คุณอยากซื้อของขวัญอะไรให้คนในครอบครัวของลุงบ้าง ? ”
หลินเจียอินกลอกตาและพูดด้วยความโกรธ “เวลาซื้อของคุณยังจะถามฉันอีก นี่คือสิ่งที่คุณถนัดที่สุดไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีอะไรจะพูด ทุกครั้งที่ไปเจียงเฉิง เขามักจะช้อปปิ้งครั้งใหญ่เสมอ
เจียงชานหัวเราะเสียงดังขณะที่เธอฟัง “หม่าม๊ากำลังว่าให้ป่าป๊านะคะ ป่าป๊าแค่เก่งในเรื่องการจ่ายเงิน”
หลินเจียอินพูดด้วยความโกรธ “ลูกก็ช่างพูดนะ การใช้เงินเป็นความสามารถด้วยหรือไง ? ”
เจียงชานพูดด้วยความไม่พอใจ “ป่าป๊าบอกว่าเฉพาะคนที่รู้วิธีใช้เงินเท่านั้นที่จะหาเงินได้ หนูใช้เงินเก่งตั้งแต่ยังเด็ก โตมาหนูจะต้องหาเงินเก่งอย่างแน่นอน”
หลินเจียอินพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณแม่ลูกสาม คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินของครอบครัวของเรา ผมรับประกันว่าคุณจะไม่มีทางใช้เงินหมดในชาตินี้แน่”
เจียงชานหัวเราะอย่างมีความสุขหลังจากได้ยินประโยคนี้
“นี่สิสมกับที่เป็นป่าป๊า ! ”
“ไปห้างสรรพสินค้ากันเถอะค่ะ เราจะได้เรียนรู้วิธีใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ”
หลินเจียอินส่ายหัวหลังจากได้ยินประโยคนี้ เธอไม่เข้าใจแนวคิดของลูกสาวคนนี้จริง ๆ
ยังจะเอาคำว่า “ประสิทธิภาพ” มาอ้างในการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยอีก
เธออดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ พ่อคนนี้สอนลูกสาวของเขาแต่เรื่องไม่ดีจริง ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของภรรยา เจียงเสี่ยวไป๋ก็ก้มหน้าแล้วพูดว่า “เมียจ๋า เยี่ยนหงไม่ได้อยู่ที่นี่ เราไปช้อปปิ้งกันดีกว่านะ ! ”
หลินเจียอินไม่ได้ไปช้อปปิ้งเป็นเวลานาน ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าเห็นด้วย
ไม่นาน ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็มาถึงห้างสรรพสินค้าชิงโจว
เมื่อมองไปที่ห้างสรรพสินค้าสามชั้น เจียงชานก็รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
“ป่าป๊าคะ ชิงโจวของเรามีห้างสรรพสินค้าที่เล็กมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ห้างสรรพสินค้าของชิงโจวก็ถือว่าใหญ่แล้ว แต่ที่หนูรู้สึกว่ามันเล็กก็เพราะว่า หนูได้ไปเห็นห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่กว่าในเจียงเฉิง หากเทียบกับคนอื่น ที่นี่คือใหญ่มากแล้ว”
เจียงชานพยักหน้าและพูดอย่างจริงจัง “ป่าป๊าพูดถูกค่ะ วิสัยทัศน์ของหนูกว้างกว่าคนอื่น ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็ถอนหายใจ “แต่หนูก็ยังชอบซื้อของในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อยู่ดีค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้แต่หัวเราะอย่างขมขื่นกับรูปลักษณ์ที่ดูตลกของเธอ และพูดว่า “วันนี้เรามาเลือกซื้อของขวัญให้กับคุณปู่และคนอื่น เมื่อไปที่เจียงเฉิงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หนูค่อยเลือกซื้อของที่หนูต้องการได้”
“ได้ค่ะ ! ”
เด็กน้อยตอบอย่างมีความสุขและเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าโดยที่ไม่รอใคร
การซื้อของขวัญให้กับคนในครอบครัวของลุงที่มีหลายคน แน่นอนว่าไม่สามารถซื้อเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า และอื่น ๆ ได้ ลุงและป้าหกคน รวมถึงลูกพี่ลูกน้อง ไหนจะหลานสาวและหลานชาย รวมกันก็มีหลายสิบคน จะซื้อของที่กะขนาดไม่ถูกและราคาสูงมากไม่ได้
นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้เจอพวกเขามานานแล้ว
ดังนั้นเขาจึงเลือกซื้อบุหรี่สองกล่อง เหล้าสองขวด นมมอลต์หนึ่งลัง และเค้กผลไม้สองปอนด์สำหรับแต่ละครอบครัว
แม้ว่าจะดูไม่หลากหลาย แต่ของก็เยอะมากจนเกือบเต็มท้ายรถ
เนื่องจากลุงและป้ามีลูกหลายคน ลุงและป้าทั้งหกคนก็มีลูกที่โตแต่งงานไปมีครอบครัวแล้ว และลูกของพวกเขาก็มีลูกเจ็ดถึงแปดคน ซึ่งหนึ่งครอบครัวมีสมาชิกมากกว่าสิบคน
แม้แต่เจียงชานก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ป่าป๊า เรามีญาติเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่แล้ว การมีญาติเยอะก็ดีไปอย่าง จะได้ไม่เหงา สนุกดี”
มันไม่เหมือนกับครอบครัวในยุคสมัยต่อมาที่มีเพียงรุ่นลูกและลูกพี่ลูกน้องที่ถือเป็นญาติสนิทใกล้ชิดกัน ต่างจากคนสมัยก่อนที่มีลูกดก
หลังจากช้อปปิ้งแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ขับรถไปที่ร้านนวดเท้าต่อ
หลังจากลงจากรถแล้ว เด็กน้อยก็ออกไปดูตุ๊กตาหิมะที่เธอปั้นไว้ก่อนหน้านี้
ผลปรากฎว่า……
มันน่าเศร้ามาก
ชาวประมงเฒ่าที่ดูราวกับมีชีวิตในตอนแรก ตอนนี้เป็นเพียงกองหิมะ แต่ยังพอมองเห็นโครงร่างของมนุษย์ราง ๆ เสื้อผ้า นิ้ว ตา จมูก และปาก แทบจะละลายไปหมดแล้ว
“โชคดีที่หนูถ่ายรูปไว้แล้ว ! ”
เจ้าตัวน้อยมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง เธอจึงปลอบใจตัวเองได้
เจียงเสี่ยวไป๋พอใจมากกับความใจกว้างและการมองโลกในแง่ดีของลูกสาวของเขา เขายืนดูเธอพร้อมรอยยิ้มบนริมฝีปาก
เด็กน้อยพูดว่า “ป่าป๊าคะ เมื่อหิมะตกอีกครั้ง เราจะปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยกันอีกไหม ? ”
“ได้สิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วย และถามว่า “ครั้งต่อไปหนูจะปั้นเป็นรูปอะไรล่ะ ? ”
เจียงชานเอียงคอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ครั้งต่อไปหนูอยากปั้นสโนว์ไวท์ เด็กผู้หญิงที่งดงาม”
“เอาล่ะ งั้นครั้งหน้าเรามาปั้นสโนว์ไวท์กัน ! ”
ขณะที่สองพ่อลูกกำลังพูดคุยกัน ทั้งสามก็เดินเข้าไปในร้าน
เฉินซินเดินเข้ามาและกล่าวสวัสดี “ผู้ช่วยเฝิงบอกว่าวันนี้มีงานที่บ้าน เธอก็เลยไม่มาค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ฉันรู้แล้ว”
เฉินซินพูดว่า “แล้วเที่ยงนี้พวกคุณจะทานอะไรกันดีคะ ? ”
เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จึงสั่งข้าวอบหม้อดินสามอย่างคือ ข้าวอบหม้อดินหมูผัด ข้าวอบหม้อดินไก่ผัดเห็ดหอม และข้าวอบหม้อดินซี่โครงหมูซอสถั่วดำ
หลังจากที่กินอาหารเที่ยงเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงครึ่ง
เจียงเสี่ยวไป๋จึงพาหลินเจียอินและเจียงชานกลับบ้าน
เมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้าน เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็เตรียมของเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งคู่สวมเสื้อผ้าใหม่ ซึ่งหวังซิ่วจวี๋ก็ได้สะพายกระเป๋าถือด้วย
“คุณปู่ คุณย่า วันนี้ดูดีมากเลยค่ะ ! ”
เจียงชานเห็นแล้วก็ได้กล่าวชื่นชมทั้งสองด้วยรอยยิ้ม
ส่วนเจียงถิงก็สวมแจ็กเก็ตลายดาวสีเหลือง กางเกงขายาวสีกรม และรองเท้าผ้าฝ้ายคู่เล็ก
“พี่ชานชาน หนูก็แต่งตัวสวยเหมือนกัน ! ”
เจียงถิงไม่ได้รับคำชมใด ๆ ดังนั้นเธอจึงชมตัวเองแทน
เจียงชานหัวเราะคิกคัก “ถิงถิงแต่งตัวสวยทุกวันอยู่แล้ว แต่ปู่กับย่าน่ะ พี่ไม่ค่อยได้เห็นพวกเขาแต่งตัวดี ๆ สักเท่าไหร่”
เจียงไห่หยางจึงพูดออกมา “ย่ากับปู่แก่แล้ว เราจะเอาเวลามาใส่เสื้อผ้าหรูหราแบบนี้ทุกวันได้ยังไง ? ”
แม้ว่าเขาจะพูดออกมาแบบนี้ แต่เขาก็รู้สึกมีความสุขมาก
ท้ายที่สุดแล้ว ชุดที่ภรรยาและเขาสวมใส่ล้วนแต่เป็นของแบรนด์ต่างประเทศที่ลูกชายของเขาซื้อมาให้ ซึ่งดูหรูหรามีราคามาก
หวังซิ่วจวี๋ก็มีความสุขเช่นกัน เมื่อชาวบ้านแถวนั้นเห็นชุดใหม่นี้ที่เธอสวมใส่กลับไปบ้านพ่อบ้านแม่ของเธอ ใครกันจะไม่อิจฉา ?
แม้ว่าทุกคนในบริษัทจะรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นใคร แม้ว่าลูกพี่ลูกน้องหลายคนก็ทำงานในเจียงเจียกรุ๊ป เต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวเรียบง่าย เพราะยังมีคนบ้านใกล้เรือนเคียงแถวนั้นที่ยังไม่รู้
เปลือกภายนอกของคนเราสามารถแสดงถึงหน้าตาทางสังคม
เป็นความปรารถนาและความภาคภูมิใจที่ลึกที่สุดของทุกคน คือการได้กลับบ้านไปพร้อมกับใส่เสื้อผ้าที่สวยงาม แม้ว่าหวังซิ่วจวี๋จะอายุเกือบหกสิบปีแล้ว แต่เธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“แกซื้อของฝากมาครบแล้วเหรอ ? ”
เจียงไห่หยางถามอย่างกังวล
“ผมเอาใส่ไว้ท้ายรถแล้วครับ!”
“เอาล่ะ งั้นไปกันเถอะ ! ”
เจียงไห่หยางไม่ได้ถามว่าเขาซื้ออะไรมาบ้าง เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่ลูกชายซื้อคงจะคิดมาดีแล้ว
หลินเจียอินและเจียงชานไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไร เพราะชุดที่ใส่ก็ดูดีแล้ว หวังซิ่วจวี๋จึงไปปล่อย เจียงซือออกมา
“เจียงซือ เรากำลังจะไปบ้านปู่ของฉัน”
เจียงชานแตะที่หัวของเจียงซือแล้วพูดว่า “แกอยู่บ้านก็ดูแลบ้านให้ดี ๆ ล่ะ ! ”
“โฮ่ง ๆ ! ”
เจียงซือดูไม่พอใจที่ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังที่บ้าน จึงเห่าออกมาหลายครั้ง
“เอาล่ะ โอเค ดูแลบ้านให้ดี ถ้ากลับมา ฉันจะเตรียมอาหารอร่อยไว้ให้ เข้าใจไหม ! ”
เจียงชานปลอบใจเจียงซือด้วยสีหน้าจริงจัง
หวังซิ่วจวี๋ล็อคประตู จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นรถ มุ่งหน้าไปที่บ้านตระกูลหวัง