ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 844 ไปบ้านลุงใหญ่
ตอนที่ 844 ไปบ้านลุงใหญ่
บ้านตระกูลหวังอยู่ห่างจากเจียงวานแปดถึงเก้าลี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
เมื่อก่อนอาจใช้เวลาเดินมากกว่าสองชั่วโมง แต่เจียงเสี่ยวไป๋สามารถไปถึงที่นั่นได้ภายในเวลาเพียงสิบนาทีโดยรถยนต์
ทว่ารถยนต์ไม่สามารถขับตรงไปที่หน้าบ้านตระกูลหวังซึ่งห่างจากถนนลาดยางไปประมาณ 200 เมตรได้
เจียงเสี่ยวไป๋จึงจอดรถที่นั่น และมองดูบ้านตระกูลหวังที่อยู่ห่างออกไปตรงหน้า
ในรั้วบ้านของตระกูลหวังมีขนาดใหญ่มาก ตั้งอยู่ใต้ตีนเขา มีบ้านประมาณ 8 หลังเรียงขนานไปกับถนนลูกรัง ตรงกลางเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่มีโรงเรือนกระจกอยู่ตรงนั้น
บ้านของลุงหวังซิ่วเหวินอยู่ทางซ้ายสุดติดกับป่าไผ่ ซึ่งแถวนี้ไม่มีผู้ใหญ่อยู่เลย มีแต่เด็กสองคนที่กำลังเล่นกันอยู่
อาจเป็นเพราะรถจี๊ปของเจียงเสี่ยวไป๋ดึงดูดความสนใจของพวกเขา พวกเขาจึงเดินออกมาจากข้างในบ้านเพื่อมาดู
“นั่นชานชาน ชานชานและพ่อของเธอมา ! ”
ไม่รู้ว่าเด็กคนไหนที่มีดวงตาที่แหลมคม แต่เขาจำเจียงเสี่ยวไป๋และเจียงชานได้ทันทีจึงตะโกนออกมาเสียงดัง
“ฉันจะไปบอกปู่ ! ”
เด็กอีกคนตะโกนออกมา จากนั้นก็หันหลังแล้ววิ่งไปที่บ้านของตน
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูแล้วยิ้มเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงอดีต ตอนที่เขามาที่นี่กับพ่อแม่เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก
ในเวลานั้น ตรงที่รถจอดยังไม่ได้เป็นถนนลาดยาง ในเขตรั้วบ้านของตระกูลหวังยังไม่มีบ้านเรือนมากนัก คุณตาและคุณยายของเขาก็ยังมีชีวิตอยู่
ในเวลานั้นทุกครั้งที่มาบ้านคุณตา เขาจะไม่กล้าออกไปข้างนอก เพราะว่าถนนที่ทอดยาวแปดถึงเก้าลี้นั้นไกลเกินไปสำหรับเด็กจริง ๆ
แต่ทุกครั้งที่มาที่บ้านของคุณตา เขาก็มีความสุขทุกครั้ง น้ำตาลมอลต์ที่คุณยายทำเป็นของโปรดของเขา
แม้ว่าในแต่ละครั้งจะได้กินเพียงเล็กน้อย แต่เขาก็มีความสุขมาก
เวลาผ่านไปกว่ายี่สิบปีแล้ว หลุมศพของคุณตาและคุณยายในตอนนี้คงถูกปกคลุมไปด้วยหญ้า ลุงก็มีอายุเท่าคุณตาในตอนนั้นแล้ว และแม้แต่บ้านหลังเก่าที่เขาจำได้ในสมัยเด็ก ๆ ก็หายไปแล้ว
คงมีแค่เทศกาลตรุษจีนและเทศกาลเชงเม้งเท่านั้นที่ลูกหลานจะนึกถึงคุณตาและคุณยาย ในเวลาอื่นแทบจะไม่มีใครพูดถึงพวกเขาเลย
ชีวิตที่สดใสในอดีต เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็ดูเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกใบนี้
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
“แกกำลังเหม่อลอยอะไรอยู่ ? ”
“รีบไปเก็บของแล้วเดินไปเร็วเข้า ! ”
คำพูดของเจียงไห่หยางได้ขัดจังหวะความคิดของเจียงเสี่ยวไป๋
เขาเริ่มรู้สึกตัวและรีบเปิดท้ายรถออก
“เอ่อ……”
เมื่อมองดูของที่ท้ายรถ จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกขี้เกียจขึ้นมาทันที
มีของมากมาย !
ไม่ง่ายที่จะขนไปให้หมดในสามครั้ง !
เจียงไห่หยางตามมาและรู้สึกตะลึงเล็กน้อยหลังจากที่เห็น
มีของเยอะแยะมากมาย แม้ว่าจะเอากระเป๋าเป้สะพายหลังมาใส่และตะกร้าอีกสองสามใบ ก็คงขนไปไม่หมด
“เอาของไปให้บ้านลุงใหญ่และลุงสามก่อน ! ”
เจียงไห่หยางตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
บ้านแปดหลังที่อยู่ในเขตรั้วบ้านของตระกูลหวัง มีมากกว่าสิบครอบครัวอยู่ที่นี่ ลุงคนโตหวังซิ่วเหวินและลุงคนที่สามหวังซิ่วเจี้ยนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งแบ่งกันอยู่ฝั่งซ้ายและขวา
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำแบบนี้
เขาหยิบถุงสะดวกซื้อสองสามใบใส่สุราสองขวด บุหรี่สองกล่อง นมมอลต์สองแพ๊คและเค้กผลไม้สองปอนด์ยื่นให้กับเจียงไห่หยาง
“อันนี้ของฝากบ้านลุงใหญ่ เอาไปก่อนครับ”
“แล้วผมจะเอาของฝากของครอบครัวลุงสามไปเอง ! ”
เจียงไห่หยางดูของในถุง มันเป็นเหล้าและบุหรี่ของหลูโจวเหลาเจียว
ของฝากที่เลือกมานี้น่าพอใจมาก
เมื่อเขาเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อของฝากให้ครอบครัวของลุงสามเหมือนกัน เจียงไห่หยางก็พูดขึ้นมาว่า
“วันนี้เป็นวันเกิดของลุงใหญ่ของแก แกจะซื้อของให้คนอื่นเหมือนกับที่ให้เขาได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งเล็กน้อย เพราะของที่เขาเตรียมไว้นั้นเหมือนกันทุกครอบครัวจริง ๆ เขาลืมไปว่าจุดประสงค์ของการมาที่นี่คือการฉลองวันเกิดของลุงใหญ่ เขาควรเตรียมของขวัญวันเกิดแยกต่างหาก
“โอ้ งั้นผมจะใส่ซองแดงให้ลุงใหญ่ทีหลังก็แล้วกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดขึ้นมา
เจียงไห่หยางเหลือบมองเขาแล้วพึมพำ “ทำไมแกเป็นคนสะเพร่า แต่กลับบริหารบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าแกจัดการกับมันยังไง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม มันเป็นความผิดของเขาจริง ๆ ที่ไม่ได้คิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่น่าแปลกใจที่พ่อของเขาจะดุออกมา
หวังซิ่วจวี๋พูดว่า “ลืมไปเถอะ แค่ให้ซองแดงก็พอแล้ว ! แล้วแกมีซองจดหมายสีแดงหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “มีครับ ! ”
ในรถของเขาจะมีซองสีแดงเปล่าติดอยู่เสมอ และยังมีซองสีแดงเปล่าเยอะมากด้วย ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมตลอดเวลา
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาเงินใส่ไปสัก 120 หยวนก็แล้วกัน ! ” หวังซิ่วจวี๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นมา
เจียงไห่หยางรีบมองไปที่เธอทันที “ถ้าเป็นสมัยก่อน การให้เงิน 120 หยวนนั้นถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากแล้ว แต่ตอนนี้มีพี่น้องหลายคนที่รู้ว่าเขาร่ำรวย คงเป็นเรื่องน่าละอายหากจะให้เงินแค่ 120 หยวน”
เมื่อหวังซิ่วจวี๋คิดถึงเรื่องนี้ มันก็แค่ของขวัญวันเกิด เธอจึงถามว่า “แล้วคุณคิดว่าควรให้เท่าไรดีล่ะ ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “เติมศูนย์อีกตัว ใส่ไป 1,200 หยวนเลย ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “แกมีเงินพอไหม ? ”
“พอครับ ! พอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นมาทันที จากนั้นก็ยื่นของในมือให้หวังซิ่วจวี๋ ก่อนจะเดินไปที่รถเพื่อไปเอาซองจดหมายสีแดงและเงินมา เมื่อเอาเงินปึกใหญ่ใส่ซองจดหมายสีแดงเสร็จ เขาก็ยื่นซองจดหมายให้หลินเจียอินแล้วพูดว่า “เมียจ๋า สำหรับซองแดงนี้ คุณค่อยให้ลุงใหญ่ทีหลังนะ ! ”
หลินเจียอินพยักหน้าและเก็บซองจดหมายสีแดงลงในกระเป๋าของเธอ
หลังจากที่ทุกอย่างพร้อม ทุกคนในครอบครัวก็เดินไปตามถนนลูกรัง ตรงไปที่บ้านของหวังซิ่วเหวิน
เมื่อพวกเขามาถึงในรั้วบ้าน ก็มีคนมากกว่าหนึ่งโหลออกมาจากบ้าน หวังซิ่วเหวินและคนอื่นรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋มา พวกเขาจึงออกมาต้อนรับ
“สวัสดีครับคุณลุง ! ”
“สวัสดีครับคุณป้า ! ”
“พี่หวังรุ่ย ! ”
“……”
“คุณปู่ ! ”
“คุณย่า ! ”
“คุณลุง ! ”
“……”
เมื่อทุกคนพบกัน ไม่ว่าจะเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอิน เจียงชานหรือเจียงถิง ทุกคนต่างทักทายกัน
“ลุงสาม ! ”
“พี่สาม ! ”
“น้องเขย ! ”
“……”
ในฝั่งตระกูลหวังนั้น หวังรุ่ย หวังเซียงและคนอื่นก็ได้ทักทายเจียงไห่หยาง หวังซิ่วจวี๋ เจียงเสี่ยวไป๋ และคนอื่น ๆ เช่นกัน
จนกระทั่งทุกคนทักทายกันเสร็จ หวังซิ่วเหวินและซ่งหยูหมินก็บอกให้พวกเขาเข้ามาในบ้าน
บ้านของหวังซิ่วเหวินไม่มีโต๊ะหลุมไฟ ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นจึงเข้าไปในห้องหลุมไฟ ฟืนไม้อันใหญ่กำลังลุกไหม้อยู่ในห้องมืด เเต่แสงจากไฟก็ให้ความสว่างกับห้องนี้
“นั่งลงเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นข้างกองไฟก่อน ! ”
“ในห้องนี้อาจจะมืดหน่อย แต่ก็พอเห็นอยู่บ้าง”
หวังซิ่วเหวินชี้ไปที่เก้าอี้สองสามตัวแล้วพูดออกมา ท่าทางและน้ำเสียงของเขาสุภาพมาก แม้จะค่อนข้างสงวนท่าทีเล็กน้อยก็ตาม
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คุ้นเคยกับความสุภาพแบบนี้
ท้ายที่สุดนี่ก็คือลุงของเขา
แต่คนในชนบทก็เป็นแบบนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ประสบความสำเร็จ แม้ว่าบุคคลนี้จะเป็นผู้เยาว์ก็ตาม พวกเขาจะรู้สึกต่ำต้อยกว่าเสมอ ซึ่งมันเป็นความรู้สึกจากใจลึก ๆ
“ลุงครับ อย่าสุภาพขนาดนั้นเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างช่วยไม่ได้
“ยินดีต้อนรับ ! ยินดีต้อนรับ ! ” หวังซิ่วเหวินพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “บ้านรกไปหน่อย เทียบไม่ได้กับบ้านหลังใหญ่ของหลานหรอก”
ในขณะที่พูด เขาก็หยิบบุหรี่ออกมาแล้วยื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋
“หลานเคยสูบบุหรี่ราคาถูกหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รับมา บุหรี่หงต้าซานไม่ถือว่าเป็นบุหรี่ราคาถูกสำหรับคนในชนบท
“คุณลุง ผมก็สูบบุหรี่พวกนี้บ่อยเหมือนกัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูด แล้วหยิบไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งออกมาจุดบุหรี่
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ถือสา หวังซิ่วเหวินก็ดูมีความสุขมากและยังคงยื่นบุหรี่ให้กับเจียงไห่หยาง หวังซิ่วเจี้ยน และคนอื่นต่อ
หวังซิ่วเจี้ยนมองดูไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในมือของเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความอิจฉา แล้วพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ของที่นายใช้จุดไฟดูสะดวกดีจริง ๆ ! ”