ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 845 พูดคุยกับลูกพี่ลูกน้อง
ตอนที่ 845 พูดคุยกับลูกพี่ลูกน้อง
เจียงเสี่ยวไป๋มีไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งอันนี้อันเดียว แต่หลังจากเห็นว่าหวังซิ่วเจี้ยนอยากได้ เขาก็ยกให้ไป
“ลุงสาม นี่คือไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง งั้นผมเอาอันนี้ให้ลุงไปเลย ! ”
หวังซิ่วเจี้ยนโบกมืออย่างรวดเร็ว “จะรับมาได้ยังไง ? ไม่ต้องหรอก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ลุงสาม นี่ไม่ใช่ของราคาแพงอะไร มันถูกมาก แต่วันนี้ผมเอามาแค่อันเดียว แต่ผมจะให้หวังฉินเอามาให้อีกในวันหลังละกัน”
เมื่อหวังซิ่วเจี้ยนได้ยินว่าราคาถูก เดิมทีเขาก็จะรับมันมา แต่เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่ามีเพียงอันเดียว เขาจึงพูดว่า “มีอันเดียวก็เก็บมันไว้ ค่อยให้เสี่ยวฉินเอามาให้วันหลังก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่ยืนกรานที่จะให้อีกต่อไป
ท้ายที่สุดแล้ว หากไม่มีไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งติดตัว เขาคงจุดบุหรี่ไม่สะดวก
“โอเคครับ งั้นวันหลังผมจะเอามาให้”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหัวเสีย หวังชิ่งซีกลับมาจากการไปสอนชาวบ้านแล้ว หากเขารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาคงจะไปเอามาจากหวังชิ่งซีแล้ว
ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งสะดวก มันดีกว่าการเอาของขวัญอย่างอื่นให้เสียอีก
เจียงไห่หยางจึงถือโอกาสแสดงอำนาจของความเป็นพ่อ ดุออกมาว่า “ไม่รู้ว่าแกยุ่งอยู่กับอะไรทั้งวัน ทำไมไม่เตรียมมาให้ญาติพี่น้องของแกบ้าง ? ”
ต่อหน้าญาติ ๆ การสอนลูกชายก็ถือเป็นเกียรติอย่างหนึ่ง คล้ายกับเป็นการบอกว่า ‘ไม่ต้องห่วง แม้ว่าตอนนี้เขาจะรวยแล้ว แต่ฉันก็ยังอบรมเขาได้’
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเจียงไห่หยางก็รู้สึกว่าการดุของเขานั้นพอเหมาะพอควรแล้ว เขาจึงหันหลังให้ลูกชายและไม่พูดอะไรอีก
ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยรักษาหน้าของเจียงเสี่ยวไป๋เล็กน้อย
“หยางหยาง อย่าดุเสี่ยวไป๋เลย เขายุ่งกับการดูแลบริษัทใหญ่อยู่ ! ” หวังซิ่วเจี้ยนพยายามเกลี้ยกล่อม
หวังซิ่วเหวินยังกล่าวอีกว่า “ใช่ เสี่ยวไป๋ประสบความสำเร็จแล้ว นายเองก็ได้กินอยู่อย่างสุขสบายเพราะน้ำพักน้ำแรงของเขา ไม่ต้องตำหนิเขาตลอดเวลาก็ได้ ! ”
เจียงไห่หยางมีความสุขในใจ แต่กลับพูดออกมาว่า “พวกพี่ก็อย่าปกป้องเขาสิ ฉันพูดมาตลอดไม่ว่าเขาจะทำเรื่องใหญ่ขนาดไหนตอนที่อยู่ข้างนอก หรือเขาจะเป็นเจ้านายของคนกี่คนก็ตาม ยังไงเขาก็ยังคงเป็นเด็กในสายตาพ่อแม่และลุงป้าน้าอาอยู่”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็จ้องไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วถามว่า “แกคิดอย่างนั้นหรือเปล่า”
“ใช่ครับ ใช่ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวอย่างรวดเร็ว
ฉันจะต่อล้อต่อเถียงกับพ่อได้ยังไง ? ทำได้เพียงแค่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดเท่านั้น ! อย่างน้อยก็เพื่อสนองเกียรติของชายชรา
ดูเหมือนหวังซิ่วเจี้ยนจะกังวลเกี่ยวกับเจียงไห่หยางไม่น้อย เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ไห่หยาง อย่าอารมณ์เสียไปเลย เราไปเล่นไพ่กันเถอะ”
เจียงไห่หยางเองก็ชอบเล่นไพ่อยู่เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงถามทันที “เล่นกับใครบ้าง ? ”
หวังซิ่วเจียนกล่าวว่า “แน่นอน ฉันจะชวนพี่ใหญ่ พี่รอง รวมทั้งนายและฉันไง”
“ดีเลย ! ” เจียงไห่หยางเห็นด้วย “ไม่ต้องเอาวงใหญ่เกินไป เดี๋ยวจ่ายกันไม่ไหว”
หวังซิ่วเจี้ยนหัวเราะ “มีแค่นายเท่านั้นแหละที่จ่ายไหว ขืนเยอะกว่านี้ พวกเราสามพี่น้องจ่ายไม่ไหวหรอก”
จากนั้น เขาก็เชิญหวังซิ่วเหวินเข้าร่วมวงกับเขา
หวังซิ่วเหวินไม่ได้หลบเลี่ยงและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “เสี่ยวไป๋ ลุงจะไปเล่นไพ่กับพ่อของหลานก่อน ถ้าหลานเบื่อก็ไปร่วมโต๊ะกับรุ่ยรุ่ยและเซียงเซียงได้”
หวังรุ่ยและหวังเซียงเป็นลูกชายของหวังซิ่วเหวิน ทั้งสองคนมีอายุมากกว่าเจียงเสี่ยวไป๋ คนหนึ่งอายุ 43 ปี ส่วนอีกคนอายุ 39 ปี แต่ผู้เฒ่าในชนบทมักจะเรียกลูกหลานด้วยชื่อเล่น ดังนั้นหวังซิ่วเหวินจึงเรียกพวกเขาว่ารุ่ยรุ่ยและเซียงเซียง
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงไปเล่นไพ่เถอะครับ ผมไม่ชอบเล่นไพ่ คิดว่าจะนั่งอยู่ในห้องไฟนี่แหละ”
หวังรุ่ยที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก เขารู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋เคยเล่นการพนันจนหมดตัว และเขายังเคยเล่นไพ่กับเพื่อน ๆ ของเขาทุกคน แต่ตอนนี้เขาบอกว่าเขาไม่ชอบเล่นไพ่ มันเป็นเรื่องจริงเหรอ ?
เชื่อกะผีน่ะสิ
พูดได้คำเดียวว่าเจียงเสี่ยวไป๋เปลี่ยนไปแล้ว
“เล่นไพ่หรือไม่เล่นไม่สำคัญหรอก นั่งให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ในห้องไฟและถามสารทุกข์สุกดิบกันไปก็ได้ ” หวังรุ่ยกล่าว
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและเริ่มพูดคุยกับเขา
“พี่สบายดีไหมครับ ? ”
“ก็ดี ตอนนี้ฉันสามารถแบกฟืนลงจากเขาได้ทีละสองกระสอบ”
“การมีสุขภาพที่แข็งแรงก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าคิดว่ายังหนุ่มถึงใช้กำลังหักโหม แค่แบกฟืนลงเขาทีละกระสอบก็พอแล้วครับ”
“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไร”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ลูกพี่ลูกน้องคนโตของเขาคนนี้เป็นคนดื้อรั้นและไม่ยอมฟังแม้แต่คำพูดของใครทั้งนั้น
เขาหยุดพยายามโน้มน้าวแล้วถามว่า “ซินอัน ซินหง และซินหลินเป็นยังไงบ้างครับ ? ”
หวังรุ่ยมีลูกชายสองคนและลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายคนโตชื่อหวังซินอัน เรียนอยู่วิทยาลัยเทคนิค ตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว ส่วนลูกสาวคนกลางชื่อว่าหวังซินหง เรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อายุ 16 ปี และลูกชายคนเล็กชื่อว่าหวังซินหลิน กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อายุ 13 ปี
“ฉันเป็นคนที่เรียนไม่สูง จึงอยากส่งให้พวกเขาเรียนสูง ๆ น่ะ”
หวังรุ่ยถอนหายใจและเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะพูดว่า “เมื่อพวกเขาเรียนจบ ฉันอยากให้พวกเขาไปทำงานกับนาย จะได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรื่องนี้ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ แต่ควรให้พวกเขาเรียนไปก่อน แล้วค่อยหางานทำหลังจากเรียนจบ ซินอันเข้าเรียนวิทยาลัยเทคนิคแล้ว ส่วนซินหงและซินหลินก็ควรให้พวกเขาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย”
หวังรุ่ยถอนหายใจ “แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ไหม ? ”
เขาโบกมือและพูดต่อ “แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก เด็กแต่ละคนนั้นมีโชคชะตาเป็นของตัวเอง การใฝ่เรียนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่คงไม่มีใครดีเท่าลูกเจ้ารองหรอก”
ลูกเจ้ารองที่เขาพูดถึงนั้นคือหวังซินถิง ลูกชายคนโตของหวังเซียง เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุได้ 14 ปี
หวังเซียงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดว่า “ถิงถิงก็เก่งแค่เรื่องเรียน ใช้งานอะไรก็ไม่ได้ แบกหามก็ไม่เป็น เขาไม่เก่งเท่าเอินเอิน น้องชายของเขาหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่เซียง ถ้าถิงถิงมีผลการเรียนดี ก็ไม่ต้องไปบังคับให้เขาทำงานในทุ่ง ให้เขาตั้งใจเรียนสูง ๆ จะได้มีอนาคตที่ดี”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เสริมว่า “เอินเอินด้วย ไม่ว่าเกรดของเขาจะดีหรือไม่ก็ตาม อย่าไปบังคับให้เขาไปทำงานที่ใช้แรงเลย ให้ถิงถิงช่วยติวหนังสือให้เขาก็ได้”
……
ลูกพี่ลูกน้องคุยกันสั้น ๆ อยู่ในห้องไฟสักพัก จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็แนะนำให้พวกเขาพาไปนั่งเล่นที่บ้าน
หวังรุ่ยและหวังเซียงก็ยิ่งเต็มใจ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สุภาพอีก และได้บอกว่าเขาได้เตรียมของฝากมาให้แต่ละครอบครัว ซึ่งอยู่ในรถ และขอให้พวกเขาช่วยกันไปจัดของและเอาไปแจกให้แต่ละครอบครัว
ดังนั้น หวังรุ่ยและหวังเซียงต่างก็ถือกระบุงไปขนของที่รถของเจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นก็เริ่มเอาไปแจกให้บ้านของลุงคนที่สองอย่างหวังชิ่วอู๋เป็นหลังแรก
บ้านหลังสุดท้ายที่เอาของฝากไปให้คือบ้านของอาคนสุดท้อง หวังซิ่วหยุน
หวังชิ่วหยุนมีอายุมากกว่าหวังรุ่ยเพียงไม่กี่ปี เขาเป็นชายโสดและยังไม่แต่งงาน
ผู้คนในหมู่บ้านบอกว่าหวังชิ่วหยุนนั้นหล่อ และชื่อเล่นที่สาว ๆ เรียกเขาคือ “จวิ๋นฉิง” แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ยอมมีภรรยาสักที
หลายคนพยายามเข้ามาจีบหวังซิ่วหยุน แต่ก็ไม่มีใครประสบความสำเร็จ
ดังคำกล่าวที่ว่า หล่อเกินไปก็หาภรรยายาก ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาในพื้นที่ชนบท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเกือบทุกหมู่บ้านจะมีชายไม่กี่คนที่ครองโสดแบบนี้
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋มาถึงบ้านของหวังชิ่วหยุน หวังซิ่วหยุนก็เพิ่งกลับมาจากบ้านของหวังซิ่วเหวินพี่ชายคนโต
หวังเซียงเป็นคนเอาของฝากมาให้เขา
วันนี้เป็นวันเกิดของหวังซิ่วเหวิน แม้ว่าจะไม่มีงานเลี้ยงใหญ่โตอะไร แต่พี่น้อง หลานชาย หลานสาว เกือบทั้งหมดของตระกูลหวังก็ไปที่บ้านของเขา
เพราะยังเร็วอยู่ จึงมีคนไม่มากนัก แต่อีกไม่นานน้องชายน้องสาวที่แต่งงานออกไปมีครอบครัวข้างนอกก็จะพาลูกหลานของพวกเขามาด้วย ในตอนเย็น ชาวบ้านก็จะมาอวยพรและเอาของขวัญให้อีก
ในชนบท เมื่อเป็นวันเกิดของผู้อาวุโสในตระกูล พวกเขาจะมาพูดคุยดื่มกันเล็กน้อย คล้ายกับการจัดงานเลี้ยงเหล้า
“เสี่ยวไป๋ วันนี้เอาของฝากอะไรมาให้วันเกิดของลุงนายบ้าง ? ”
หวังซิ่วหยุนกล่าวขณะที่เขาเปิดประตู
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่ได้มาเยี่ยมที่นี่นานแล้ว เลยพาครอบครัวมาด้วย จึงไม่ได้เอาของฝากอะไรมามากมาย”
หวังซิ่วหยุนกล่าวว่า “อย่าคิดมากไปเลย นายต้องทำงานยุ่งทั้งวัน ดีแค่ไหนแล้วที่ยังคิดถึงพวกเราอยู่”
เมื่อพูดจบ เขาก็บอกให้เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในบ้าน