ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 846 การค้นพบหินดอกเบญจมาศ
ตอนที่ 846 การค้นพบหินดอกเบญจมาศ
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในบ้านของหวังซิ่วหยุน และเห็นว่าแม้ว่าบ้านจะเรียบง่าย แต่ก็เป็นระเบียบเรียบร้อย และดูไม่เหมือนบ้านของคนโสดเลย
ใต้ศาลเทพเจ้าประจำตระกูลในห้องโถงหลัก มีโต๊ะแปดเซียนอมตะเก่าแก่ที่มีหินสองก้อนและถ้วยชาวางอยู่บนนั้น
ซึ่งหินทั้งสองก้อนนั้นดึงดูดความสนใจของเจียงเสี่ยวไป๋ทันที
หินทั้งสองก้อน มีทั้งก้อนใหญ่และก้อนเล็ก ก้อนใหญ่เหมือนกะละมังเหล็ก ส่วนก้อนเล็กใหญ่พอกันกับจาน หินทั้งสองถูกล้างจนสะอาด มีลักษณะเป็นสีฟ้าเทา มีลวดลายคริสตัลสีขาวขนาดต่างกัน ซึ่งดูคล้ายกับดอกเบญจมาศมาก กลีบดอกเป็นหยกและใสมีหลายชั้นจนเหมือนดอกไม้จริง ๆ
“อาเล็กครับ อาไปเอาหินก้อนนี้มาจากไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่หินทั้งสองก้อนแล้วถามขึ้นมา
หวังซิ่วหยุนยิ้ม และพูดว่า “มันอยู่บนภูเขาหลังบ้านนี่เอง ฉันเอามันออกมาตอนที่ฉันกำลังขุดปมต้นไม้ มันดูสวย ฉันเลยเอามันกลับมาล้างเป็นของตกแต่งบ้าน”
หลังจากดูท่าทางของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เขาก็พูดว่า “ถ้านายชอบก็เอาไปเถอะ ฉันจะช่วยเอามันไปที่รถให้ตอนที่นายจะกลับ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้บอกว่าเขาต้องการมันหรือไม่ แต่เขาถามว่า “อาเล็กได้มาเพียงสองก้อนนี้เท่านั้นเหรอครับ ? ”
หวังซิ่วหยุนกล่าวว่า “มีหินแบบนี้อยู่มากมายบนภูเขาด้านหลัง แต่มันใหญ่มาก ฉันจึงเอาแค่หินก้อนเล็กสองก้อนนี้กลับมา”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจหลังจากได้ยินแบบนี้ และพูดด้วยรอยยิ้ม “อาเล็ก อาคิดว่าลวดลายบนหินก้อนนี้เหมือนอะไร ? ”
หวังซิ่วหยุนกล่าวว่า “ดูเหมือนดอกเบญจมาศสีขาวน่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “ใช่ครับ หินประเภทนี้เรียกว่าหินดอกเบญจมาศ [1] เป็นหินประดับที่ดีมาก และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงในอนาคต”
หวังซิ่วหยุนอดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง และหลุดขำออกมา “มันก็แค่ก้อนหิน มันจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจขนาดไหนกัน ? ขายเป็นเงินได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “แน่นอนครับ ผมสามารถเอาไปขายเป็นเงินได้ และผมยังสามารถเอาไปสร้างรายได้มากมายในอนาคต”
“จริงเหรอ ? ”
หวังซิ่วหยุนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด แต่ก็ยังถามด้วยความเหลือเชื่อ
หวังเซียงที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เสี่ยวไป๋ นายคิดว่าหินนี้มีมูลค่าจริง ๆ เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอีกครั้ง แล้วพูดว่า “อาเล็กครับ พาผมขึ้นไปดูที่ที่เจอก้อนหินแบบนี้ก่อนได้ไหม”
“ได้สิ งั้นก็ไปกันเถอะ ! ”
หวังซิ่วหยุนตอบตกลงทันที เขาออกไปพร้อมกับหวังเซียงและเจียงเสี่ยวไป๋ มุ่งหน้าตรงไปที่ภูเขาด้านหลัง
พืชพรรณบนภูเขาในฤดูนี้ไม่ได้เขียวขจี ส่วนใหญ่จะเป็นหญ้าแห้ง กิ่งไม้ เรียกได้ว่ามีวัชพืชขึ้นรกมาก
หวังเซียงกล่าวว่า “ป่าของที่นี่ไม่ได้อุดมสมบูรณ์ เทียบไม่ได้กับเจียงวานหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “แค่หินดอกเบญจมาศก็มีค่ามากกว่าพืชพันธุ์และฟืนเหล่านั้นแล้วครับ ตราบใดที่มีหินดอกเบญจมาศอยู่จำนวนมากพอ หลังจากที่ขุด แปรรูปและนำไปขายแล้ว ก็เอาเงินที่ได้ไปซื้อฟืนได้มากเท่าที่เราต้องการ”
หวังซิ่วหยุนและหวังเซียงต่างตื่นเต้นกันทั้งคู่
เมื่อเดินขึ้นภูเขาได้ครึ่งทาง ก็มีป่าหินขนาดใหญ่ที่มีหุบเขาสลับซับซ้อนอยู่ตรงหน้า มีหินสีน้ำเงินดำโผล่ออกมา มีจุดขาวให้เห็นทุกที่บนก้อนหิน
“มันคือหินดอกเบญจมาศ ! ”
แม้ว่าจุดสีขาวเหล่านั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนดอกเบญจมาศ แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังจำได้ในทันที และพูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
หวังซิ่วหยุนจึงถามด้วยความสงสัย “หินพวกนี้ยังไม่สวยเท่าก้อนที่ฉันขุดมาเลย ! ”
บนก้อนหินสองก้อนที่เขานำกลับมา รูปร่างของดอกเบญจมาศนั้นชัดเจนและเหมือนจริงมาก พวกมันแตกต่างจากก้อนหินที่เขาเห็นตรงหน้านี้อย่างชัดเจน ดังนั้นเขาจึงอดสงสัยไม่ได้
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “รูปเกสรตัวผู้ของหินดอกเบญจมาศนั้นเกิดจากกลุ่มของแร่ธาตุที่เป็นเม็ด ส่วนกลีบดอกเป็นกลุ่มของแร่ธาตุที่เรียงเป็นแนวมีความยาวต่างกัน เกิดจากรูปทรงผลึกสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่เชื่อมต่อกันอย่างใกล้ชิดหรือเป็นระยะ ๆ โดยมีเกสรตัวผู้เป็นศูนย์กลาง พื้นที่สามมิติถูกจัดเรียงเป็นแนวรัศมี ดังนั้นเพื่อที่จะได้เห็นรูปทรงดอกเบญจมาศที่สมบูรณ์จึงต้องมีการขัดและแกะสลักด้วยครับ”
ตามทฤษฎีแล้ว เนื่องจากหินนั้นมีสามมิติ จึงสามารถเผยให้เห็นดอกเบญจมาศที่สมบูรณ์ได้เมื่อขัดเงาจากทุกด้าน
“งั้นก็แปลว่าหินทั้งหมดบนภูเขาลูกนี้เป็นของมีค่าไม่ใช่เหรอ ? ”
หวังซิ่วหยุนกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
โดยพื้นฐานแล้ว เทือกเขานี้เป็นของตระกูลหวัง
หากเป็นจริงดังที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด งั้นตระกูลหวังก็จะมีภูเขาสมบัติน่ะสิ
หวังเซียงยังกล่าวอีกว่า “กลับไปบอกข่าวดีกับลุงของเราดีกว่า เขาคงจะมีความสุขมากกว่าที่ได้ยินข่าวดีเช่นนี้ อาจจะมากกว่าได้รับของขวัญวันเกิดด้วยซ้ำ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดว่า “พี่เซียง ผมว่าเราไม่ต้องรีบบอกใครหรอก หากทุกคนรู้ว่าหินเหล่านี้เป็นของที่มีมูลค่า ชาวบ้านคนอื่นคงไม่เห็นด้วยถ้าเราต้องการขุดหินเหล่านี้ไปขายในอนาคต”
หวังเซียงกล่าวว่า “นายกลัวอะไร ? ภูเขาลูกนี้เป็นของตระกูลหวังเรา”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “แล้วบริเวณรอบ ๆ พวกนี้เป็นของใครอีกครับ ? มีหินดอกเบญจมาศอยู่บนภูเขาโดยรอบนี้ไหม ? ”
หวังเซียงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดสักพักแล้วพูดว่า “ดูเหมือนจะมีไม่กี่ลูกเท่านั้นที่มีหินประเภทนี้”
หวังซิ่วหยุนพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ ภูเขาลูกนี้เรียกว่าภูเขาไป๋ฉือ มีหินเบบนี้บนภูเขาจีจื่อ ภูเขาโม่ผานและหุบเฉินเจียหลิงที่อยู่ข้าง ๆ เท่านั้น”
ชื่อภูเขาเหล่านี้ไม่สามารถค้นพบได้ แม้แต่ในแผนที่ที่มีรายละเอียดมากที่สุด เพราะมันเป็นเพียงชื่อที่คนในท้องถิ่นใช้เรียกยอดเขาแต่ละลูกเท่านั้น
ดูเหมือนว่าจะเป็นภูเขาหลายลูก แต่ที่จริงแล้วพื้นที่นั้นกินรัศมีเพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้น
“ไม่มีที่อื่นอีกแล้วเหรอครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถาม
หวังซิ่วหยุนและหวังเซียงต่างส่ายหน้าพร้อมกัน
หวังเซียงกล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นหินจุดขาวแบบนี้บนเขาลูกอื่นมาก่อน ส่วนมากจะเป็นหินแกรนิตและบลูสโตน”
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดหลังจากนั้น “เอาล่ะ งั้นเราต้องเหยียบเรื่องนี้ไว้ก่อน รอมาทำสัญญาชื้อขายภูเขากับชาวบ้าน แล้วทำเหมืองหินที่นี่กัน”
หวังซิ่วหยุนหัวเราะออกมา “เสี่ยวไป๋ นี่ถือเป็นความคิดที่ดีมาก”
หวังเซียงยังกล่าวอีกว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะทำตามที่นายบอก”
พวกเขาทั้งสามเดินไปข้างหน้าต่อ เจียงเสี่ยวไป๋สังเกตไปตลอดทาง พวกเขาไปที่ภูเขาจีจื่อ ภูเขาโม่ผาน และหุบเฉินเจียหลิงถึงได้พบว่าหินส่วนใหญ่บนเขาพวกนี้เป็นหินดอกเบญจมาศจริง ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุข
ไม่คิดว่าจะได้เจอสมบัติล้ำค่าขนาดนี้เมื่อมาฉลองวันเกิดลุง
ระหว่างทาง ทั้งสามยังได้พบกับชาวบ้านหมู่บ้านใกล้เคียงอีกหลายคน
“ซิ่วหยุน วันนี้เป็นวันเกิดพี่ชายคนโตของคุณไม่ใช่เหรอ ? ทำไมยังออกมาเดินป่าเดินเขาอยู่อีก ? ”
หวังซิ่วหยุนชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “หลานชายของฉันไม่อยากนั่งเบื่ออยู่ที่บ้าน ฉันจึงพาเขาออกมาเดินเล่น”
ชาวบ้านมองดูเสื้อผ้าของเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “หลานชายของคุณดูเหมือนเด็กในเมือง เขาจะทนนั่งเบื่อในหมู่บ้านชนบทของเราได้อย่างไร ! ”
หวังซิ่วหยุนหัวเราะและพูดว่า “ครับ พี่หลี่ แล้วพี่จะไปไหน ? ”
“ฉันจะไปดึงหัวไชเท้าออกจากรางด้านหลัง หิมะเพิ่งจะละลาย ต้องรีบขนหัวไชเท้ากลับบ้านก่อน กลัวว่าในอีกไม่กี่วันหิมะจะตกอีกน่ะสิ”
“อ้อ งั้นพี่ก็รีบไปทำงานของพี่ก่อนเถอะ”
“เอาล่ะ เชิญเดินเล่นกันตามสบายเลยนะ ตอนเย็นฉันก็จะไปบ้านพี่ซิ่วเหวิน”
“โอเคครับ รีบมานะ ไว้มาเล่นไพ่นกกระจอกด้วยกัน”
“……”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้จักผู้คนในหมู่บ้านหวังเจีย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คุยกับพวกเขา หลังจากเดินไปรอบ ๆ ไม่กี่แห่ง พวกเขาก็กลับไปที่บ้าน
“ป่าป๊าไปไหนมาเหรอคะ ? ”
ทันทีที่เขากลับมาถึงบ้านของหวังซิ่วเหวิน เจียงชานก็วิ่งเข้ามาถาม
หวังกังยังตะโกนออกมาว่า “ลุงเจียงมาแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อออกไปเดินเล่นกับปู่เล็กและคุณลุงของหนูมา หนูไปเล่นเถอะ ! ”
[1] หินดอกเบญจมาศ หรือ หินเก๊กฮวย ที่ชาวจีนเรียกกันว่า “หินแห่งความมั่งคั่งและเกียรติยศ” เป็นสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของราชวงศ์จีน เชื่อกันว่าก่อตัวขึ้นเมื่อ 290 ล้านปีก่อน โดยอาศัยอุณหภูมิที่ร้อนจัดและโคลนที่อุดมด้วยสารอินทรีย์บนพื้นทะเล