ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 852 ทำขวดพลาสติก
ตอนที่ 852 ทำขวดพลาสติก
“เพราะว่า… ผมอยากจะผลิตสินค้าชิ้นใหม่” เจียงเสี่ยวไป๋พูดช้า ๆ
หวังชิ่งซีรู้สึกประหลาดใจและรู้สึกตื่นเต้นในทันทีเมื่อได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะผลิตสินค้าชิ้นใหม่ขึ้นมา
หลังจากที่ได้เห็นถุงจากร้านสะดวกซื้อ ถุงบรรจุภัณฑ์อาหาร ถ้วยพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ชามพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง รวมไปถึงไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง หวังชิ่งซีจึงมั่นใจอย่างมากในผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะผลิตขึ้นมา
“ผู้ช่วยเจียง แล้วคุณต้องการที่จะผลิตอะไร ? ” หวังชิ่งซีถามอย่างตื่นเต้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ขวดพลาสติก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ปิดบังอะไรและพูดออกมาโดยตรง
“อะไรนะ ? ” หวังชิ่งซีตกตะลึงและพูดออกมาด้วยความไม่เชื่อ “คุณบอกว่าต้องการที่จะทำขวดพลาสติกเหรอ ? ”
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคในอุตสาหกรรมพลาสติก เขารู้ดีว่าการผลิตขวดพลาสติกนั้นยากเพียงใด ในตอนนี้ที่ต่างประเทศเองก็ยังคงหาเทคนิคการผลิตไม่ได้ นับประสาอะไรกับพวกเรา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ดูเหมือนว่าคุณจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับขวดพลาสติกเป็นอย่างดีเลยนะ”
หวังชิ่งซีกล่าวว่า “ผมเป็นช่างเทคนิคในสาขาพลาสติกอยู่แล้ว เลยสนใจเกี่ยวกับเทคนิคนี้ในอุตสาหกรรมเป็นพิเศษ ประเทศอื่นก็กำลังหาวิธีและพัฒนามันอยู่เหมือนกัน และในตอนนี้ ประเทศจีนก็ยังไม่สามารถทำได้”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจากต่างประเทศจะยังไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำมันบ้างไม่ได้สักหน่อย”
หวังชิ่งซีมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “ผู้ช่วยเจียง… นี่คุณกำลังจะบอกว่า คุณสามารถทำได้งั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมกำลังศึกษามันและพยายามเข้าใจหลักการคร่าว ๆ อยู่ แต่ถ้าจะให้มันเสร็จสิ้นก็จะต้องให้คุณช่วย”
“จริงเหรอ ? ”
หวังชิ่งซีแทบจะกระโดดด้วยความตื่นเต้น ถ้าหากว่าเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ ได้ไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลาสติกของโลกขึ้นมาจริง ๆ เขาก็จะกลายเป็นคนที่มีส่วนร่วมด้วย
“ผู้ช่วยเจียง มา บอกผมหน่อยว่าหลักการมันคืออะไร ? ” หวังชิ่งซีเร่งเร้าอย่างใจร้อน
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รีบร้อนและพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงอยากจะสร้างโรงงานพลาสติกแห่งใหม่ขึ้นมา ? ”
หวังชิ่งซีตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง เอาจริง ๆ แล้วเราสามารถสร้างขวดพลาสติกได้ที่โรงงานฟิล์มพลาสติก ไม่ต้องสร้างโรงงานใหม่ก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หายใจเข้าแล้วส่ายหัวช้า ๆ
“โรงงานฟิล์มพลาสติกในตอนนี้มีขนาดเล็กเกินไป แทบจะไม่สามารถรองรับจำนวนขวดพลาสติกที่จะถูกผลิตในอนาคตได้แล้ว”
หวังชิ่งซีเก่งด้านเทคโนโลยีก็จริง แต่เขาก็ยังไม่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องตลาด เขาจึงถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “แล้วผลิตขวดพลาสติกมันจะต้องใช้พื้นที่มากขนาดนั้นเลยเหรอ ? ต้องใหญ่กว่าโรงงานพลาสติกนี้อีกเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยืนยันว่า “ต้องใหญ่มาก ! ”
หวังชิ่งซีกล่าวว่า “ถ้าเกิดว่าตลาดขวดพลาสติกจะใหญ่ขนาดนั้น ทำไมเราไม่ทำในโรงงานฟิล์มพลาสติกแล้วขยายโรงงานให้ใหญ่ขึ้นเอาล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขารู้ว่าหวังชิ่งซีนั้นรักโรงงานฟิล์มพลาสติกนี้มากและต้องการที่จะพัฒนาโรงงานฟิล์มพลาสติกให้ดีขึ้นด้วย
แต่หลังจากที่คิดไปอยู่พักหนึ่ง เขาก็กล่าวว่า “ถุงพลาสติกนั้นมันใช้ฟิล์มพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ แต่ขวดพลาสติกใช้แค่พลาสติกเพียงเท่านั้น มันไม่ค่อยเกี่ยวกันมากเท่าไหร่”
เมื่อเขาพูดเช่นนี้ หวังชิ่งซีก็เข้าใจในทันที
ไม่ใช่ว่า เจียงเสี่ยวไป๋ไม่อยากทำขวดพลาสติกในโรงงานฟิล์มพลาสติก แต่ถึงแม้ว่าทั้งสองจะมีชื่อพลาสติกเหมือนกัน แต่ลักษณะของผลิตภัณฑ์ก็แตกต่างกัน
“แล้วถ้าเป็นแบบนั้น ผมจะต้องทำอะไรบ้าง ? ” เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว หวังชิ่งซีก็หยุดพูดถึงเรื่องนั้นแล้วเปลี่ยนประเด็น
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “ปล่อยให้การก่อสร้างโรงงานเป็นหน้าที่ของฝ่ายการลงทุนและฝ่ายวางแผน โดยมีเมิ่งเสี่ยวเป่ยเป็นผู้หัวหน้า ทันทีที่พวกเขากลับมาจากเจียงเฉิง ก็สามารถเริ่มเตรียมตัวได้เลย”
เขามองไปที่หวังชิ่งซีแล้วพูดต่อว่า “สำหรับคุณ แค่ทำขวดพลาสติกในระหว่างการก่อสร้างโรงงานก็พอ”
หวังชิ่งซีลังเลและพูดว่า “แล้วแต่คุณตัดสินใจเลย”
หากไม่มีเทคนิคและวิธีทำที่ชัดเจน เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะปัญหาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทั่วโลกยังไม่มีใครสามารถทำได้ไหม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่จริงแล้วถ้าคุณจะผลิตขวดพลาสติก ไม่ต้องอะไรมากเลย คุณก็แค่ฝึกการใช้เทคโนโลยีการเป่าขึ้นรูปก็พอแล้ว”
ทันทีที่เขาพูดแบบนี้เสร็จ เขาก็เข้าใจได้ในทันที
สิ่งที่เรียกว่าการขึ้นรูปแบบเป่านี้นั่นก็คือพาริสันพลาสติกแบบท่อ ที่เกิดขึ้นจากการถูกอัดให้ขึ้นรูปหรือการฉีดขึ้นรูปด้วยเทอร์โมพลาสติกเรซิ่น และจะถูกนำไปวางในแม่พิมพ์แบบแยกส่วนในตอนที่ยังร้อน (หรือให้ความร้อนจนมีสถานะอ่อนตัว) หลังจากปิดแม่พิมพ์แล้ว อากาศอัดจะถูกนำเข้าสู่พาริสันทันที พาริสันพลาสติกจะพองตัวและติดแน่นกับผนังด้านในของแม่พิมพ์ หลังจากเย็นลงและถอดแม่พิมพ์แล้ว จะได้ผลิตภัณฑ์กลวงต่าง ๆ
โดยทั่วไป กระบวนการเป่าขึ้นรูปจะแบ่งออกเป็นห้าขั้นตอน
ขั้นตอนแรกคือพาริสันพลาสติก (การอัดขึ้นรูปท่อพลาสติกกลวง)
ขั้นตอนที่สองคือการปิดแม่พิมพ์บนพาริสัน ยึดแม่พิมพ์และตัดพาริสันออก
ขั้นตอนที่สามคือการเป่าพาริสันไปทางผนังเย็นของโพรงแม่พิมพ์ ปรับช่องเปิดและรักษาความดันบาง
อย่างในระหว่างการทำความเย็น
ขั้นตอนที่สี่คือการเปิดแม่พิมพ์และนำชิ้นส่วนที่เป่าออก
ขั้นตอนที่ห้าคือการชิ้นส่วนเกินออกเพื่อความสวยงาม เท่านี้ก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว
“นั่นคือวิธีทำทั้งหมดเลยเหรอ ? ”
หวังชิ่งซีอ้าปากค้างหลังจากได้ยินสิ่งนี้
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา “ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร อันที่จริงหลายสิ่งในโลกนี้ง่ายกว่าที่จินตนาการไว้มาก”
หวังชิ่งซีอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อนึกถึงปัญหาต่าง ๆ ของการผลิตถุงสะดวกซื้อ ถ้วยพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งและไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง
แค่ไม่มีใครคิดมาก่อนเท่านั้นเอง
นั่นจึงทำให้สายตาที่เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขารู้สึกได้ว่าจินตนาการของเจียงเสี่ยวไป๋ในการใช้ทฤษฎีและความสัมพันธ์ของผลิตภัณฑ์นั้นมันอยู่เหนือกาลเวลามาก
หรือเขาจะเป็นสัตว์ประหลาด
ถ้ามีคนแบบนี้อยู่ การประสบความสำเร็จนั้นก็อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป
“ก่อนอื่นเลย ผมจะรีบสร้างเครื่องบีบอัดพลาสติกก่อน แล้วไปสร้างโมเดลการเป่าพลาสติก หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มทำขวดพลาสติก” หวังชิ่งซีกล่าวอย่างตื่นเต้น
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะของเขาแล้วหยิบปากกากับกระดาษขึ้นมาและเริ่มออกแบบ
เขามีทักษะในการร่างภาพที่ดีและสามารถวาดมันได้อย่างง่ายดาย จากนั้น เขาก็ทำเครื่องหมายมิติบนนั้นและมอบให้กับหวังชิ่งซี
“คุณก็แค่ทำมันตามรูปทรงขวดเหล่านี้ ใหญ่ก่อนแล้วค่อยเล็ก ง่ายก่อนแล้วค่อยยาก”
ประเภทขวดส่วนใหญ่ที่เจียงเสี่ยวไป๋อยากให้ทำนั่นก็คือขวดน้ำแร่และเครื่องดื่มในยุคหลัง เป็นประเภทขวดทั้งหมดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในตลาดของอนาคต และจะเแบ่งความจุออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ใหญ่ กลาง และ เล็ก
หวังชิ่งซีทำไปด้วยท่าทางที่มีความสุข
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยนะ อย่าพึ่งบอกใคร”
หวังชิ่งซีพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้เดินออกมาพร้อมกับถุงไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งถุงใหญ่และกลับไปที่ร้านนวดเท้า
ไม่นาน เขาก็มาถึง
“ป่าป๊า วันนี้มีคนโทรมาหาป่าป๊าเยอะมาก ! ”
ทันทีที่เธอเข้าไปในประตู เจียงซานก็รีบพูดขึ้นมาในทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มีใครโทรมาบ้าง ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “พี่เฉินซินเธอรับสายและได้จดบันทึกไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ป่าป๊าสามารถไปอ่านเองได้เลย ! ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินไปที่บาร์แล้วหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา แต่เมื่อเขาเปิดอ่านมัน เขาก็ได้เห็นว่ามีการบันทึกชื่อของหลินเจียจวิน เมิ่งเสี่ยวเป่ย ติงจวิ้นเจี๋ย หวงหงหยุน และคนอื่นอยู่ในนั้นด้วย รวมแล้วก็น่าจะมีมากกว่าหนึ่งโหล และแถมบางอันก็ยังมีโน้ตต่อท้ายให้โทรกลับไปที่เบอร์โทรศัพท์นั้น
แต่ถ้าจะให้โทรหากลับหาทุกคนในครั้งเดียว ระยะเวลาในการรอเชื่อมต่อสายทางไกลหลาย ๆ ครั้งจะรวมกันก็น่าจะหลายชั่วโมง
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาและนึกถึงการสื่อสารและเครือข่ายที่พัฒนาแล้วของคนรุ่นหลังอีกครั้ง
“ครั้งต่อไปถ้าได้เจอพี่เจียตงอีก จะต้องบอกเขาให้เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมการสื่อสารแล้ว” เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำก่อนที่จะเริ่มโทรหาทีละคน