ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 858 เจ้าตัวไม่รีบ คนอื่นรีบแทน
ตอนที่ 858 เจ้าตัวไม่รีบ คนอื่นรีบแทน
“ดูเขาสิ ! ” รองนายกเทศมนตรีถังชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ที่กำลังเดินออกไปและพูดด้วยความโกรธ “เขาทำเหมือนพาเด็กสองสามคนนั้นมาเที่ยวที่เจียงเฉิงอย่างไรอย่างนั้นเลย”
นายกเทศมนตรีจางยิ้ม แล้วพูดว่า “เอาน่า เหล่าถัง ปล่อยเขาไปเถอะ”
“เราไปกินกันแค่นี้ก็ได้ ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังถอนหายใจ “ไม่ว่าอย่างไรเราก็ไม่สามารถบังคับเขาได้สินะ ! ”
นายกเทศมนตรีจางยิ้มและพูดว่า “ถ้าบังคับได้ก็ไม่ใช่เจียงเสี่ยวไป๋แล้ว ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังพยักหน้า เขารู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เหมือนกับพวกเขาหรือคนส่วนใหญ่ โดยคนส่วนใหญ่จะมีชีวิตเพื่อความอยู่รอด แต่สำหรับเจียงเสี่ยวไป๋นั้น เขาเป็นคนประเภทที่ใช้ชีวิตเพื่อสนุกกับชีวิตเสียมากกว่า
เจียงเสี่ยวไป๋เดินออกมาจากห้องประชุมและเดินผ่านล็อบบี้ของเกสต์เฮาส์เพื่อที่จะกลับไปยังห้องของเขา
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในล็อบบี้ เขาก็ได้เห็นคนคุ้นเคยสองคน หลินเจียจวินและหวังผิงกำลังเดินเข้ามาด้วย
“พอได้ยินว่านายมาที่นี่แล้ว ฉันก็รีบมาเลย”
“ลูกชายของฉันอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ ? ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ หวังผิงก็รีบพูดขึ้นมาในทันที
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พวกเขากำลังเล่นอยู่ในห้อง ฉันกำลังจะกลับห้องพอดีเลย”
“ห้องไหน ? พาฉันไปด้วย”
เมื่อเห็นท่าทางกังวลของหวังผิง หลินเจียจวินก็ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงไป ลูกชายของคุณเขาอยู่ที่นี่แหละ ! ”
หวังผิงหัวเราะ “คุณยังไม่เป็นพ่อคน คุณไม่เข้าใจหรอก ! ”
หลินเจียจวินพูดไม่ออกทันที
หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็รีบเดินกลับห้องอย่างรวดเร็ว หวังผิงได้แต่คิดว่าลูกชายของเขาจะเป็นอย่างไรเมื่อเห็นเขาเดินเข้าห้องไป แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้อง ในตอนนี้เด็กน้อยทั้งสามคนกำลังนอนหลับอย่างสบายใจอยู่
ลูกชายของฉันกำลังนอนหลับสนิท ฉันจะไปปลุกเขาไม่ได้เด็ดขาด !
ความสุขของหวังผิงก็กลายเป็นความสิ้นหวังลงในทันที
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ครั้งนี้เราขึ้นรถมินิบัสมาพร้อมกับนายกเทศมนตรีจางและคนอื่น คิดว่าเด็ก ๆ ตอนที่อยู่บนรถน่าจะนอนไม่หลับกันน่ะ ! ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ขนาดผู้ใหญ่ที่นั่งรถทางไกลเป็นเวลานานยังไม่สบายตัว นับประสาอะไรกับเด็กตัวแค่นี้ ! ”
ครั้งสุดท้ายที่เขากลับมาที่เจียงเฉิง เขาทุกข์ทรมานมากที่จะต้องนั่งรถบัสไกล ๆ มาจากชิงโจว แค่คิดว่าหากได้นั่งมันอีก เขาก็เข็ดขยาดแล้ว
“ปล่อยให้พวกเขานอนไปเถอะ ! ”
“เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า ! ”
หลินเจียจวินขอให้เจียงเสี่ยวไป๋และหวังผิงออกไป หลังจากนั้นจึงได้ปิดประตูตามหลังพวกเขาไป
พวกเขาทั้งสามได้มานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ของห้องสวีท
หลินเจียจวินเอาบุหรี่ออกมาคาบพร้อมกับจุดไฟ ก่อนที่จะเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “การประชุมจะเริ่มในวันพรุ่งนี้แล้ว แต่นายเพิ่งมาถึงในวันนี้ สมกับเป็นนายจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ขนาดนี้พี่ยังพูดเองเลยนี่ว่ามันเริ่มในวันพรุ่งนี้”
“วันนี้ผมก็มาแล้วไง ไม่ได้ล่าช้าไปเสียหน่อย ! ”
“ไม่ได้งั้นหรือ ? ”
หลินเจียจวินสะดุ้งไปอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็กัดฟันแล้วพูดว่า “ได้สิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “งั้นพี่จะยังบ่นผมทำไมล่ะ ! ”
หลินเจียจวินพูดด้วยความโกรธ “นายคิดว่าฉันอยากจะพูดมากเลยเหรอ ? พ่อของฉันถามหานายอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่นายจะมา”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้ได้เลยว่าเขาเข้าใจความหมายของหลินเจียจวินผิด ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างขอโทษ “ลุงรองเขามีอะไรอยากจะคุยกับผมเหรอ ? ”
ที่จริงแล้วเขาก็พอจะเดาได้ว่าที่หลินต้ากั๋วอยากพบเขาคงเป็นเรื่องโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวัง
หลินเจียจวินส่ายหัว “นายก็รู้ว่าพ่อของฉันไม่เคยบอกฉันเกี่ยวกับงานของเขา”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวผมจะไปบ้านพี่หลังจากที่เด็ก ๆ ตื่นกันแล้ว”
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เด็กทั้งสามก็ได้ตื่นขึ้นมาทีละคน จนทั้งห้องได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
โดยเฉพาะหวังกัง เพราะทันทีที่เขาได้เห็นหวังผิงพ่อของเขาที่นั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาและกวนหวังผิงอยู่พักหนึ่ง
หลินเจียจวินจึงได้พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เอาล่ะ พาเด็ก ๆ ไปที่บ้านของฉันกันก่อนเถอะ พวกเขาน่าจะหิวกันแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขา “อ้าว แล้วพี่ยังไม่กลับเหรอ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ยัง หวังผิงและฉันยังไปไหนไม่ได้ บ่ายวันนี้มีคนมาหาเราเยอะมาก พวกเราจึงต้องแวะเข้าไปก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “งั้นพี่ไปทำธุระของตัวเองเถอะ เดี๋ยวผมจะดูแลเด็ก ๆ เอง”
หลินเจียจวินพยักหน้าอย่างหมดคำจะพูด
หวังผิงพูดกับหวังกังอย่างไม่เต็มใจ “ลูกพ่อ วันนี้พ่องานยุ่งนิดหน่อย เลยไม่มีเวลาเล่นกับลูกในตอนนี้ เชื่อฟังลุงเจียงนะ”
“ไม่มีปัญหา ผมจะเชื่อฟังลุงเจียงครับ ! ” หวังกังพูดอย่างสมเหตุสมผล
หลินเจียจวินมอบกุญแจรถให้เจียงเสี่ยวไป๋
“นายไม่ได้ขับรถมาที่นี่ เพราะงั้นใช้รถของฉันได้เลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รับมันมา แล้วก็กล่าวขอบคุณ จะว่าไปการที่จะไปบ้านหลินเจียจวินโดยไม่มีรถนี่มันก็ไม่สะดวกจริง ๆ
“ถ้าผมขับรถของพี่ไปแล้ว พี่จะกลับมาอย่างไร ? ”
หลินเจียจวินยิ้ม “ไม่เป็นไร ฉันมีวิธี”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลังจากที่หลินเจียจวินและหวังผิงจากไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้หยิบของขวัญที่จะนำไปให้ลุงหลินต้ากั๋วของเขาออกมาจากกระเป๋าเดินทาง และได้พาเด็ก ๆ ทั้งสามคนขึ้นรถ
รถจี๊ปได้ขับไปตามถนนตงหู
“ดูนั่น ทะเลสาบตะวันออก ! ”
ภายในในรถ เจียงชานได้ชี้ไปที่ทะเลสาบที่กำลังส่องประกายระยิบระยับแล้วพูดออกมา
“ว้าว เป็นแม่น้ำที่ใหญ่มากจริง ๆ ! ” หวังกังที่ได้เห็นทะเลสาบกว้างใหญ่เช่นนี้เป็นครั้งแรกก็พูดออกมาด้วยความทึ่ง
เจียงชานหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวกัง นี่ไม่ใช่แม่น้ำ นี่มันคือทะเลสาบ”
“อ๋อ อ๋อ ! ” หวังกังพูดตอบรับ “แล้วแม่น้ำกับทะเลสาบมันต่างกันอย่างไร ? ”
เจียงชานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเธอเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน “ป่าป๊ารู้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ทะเลสาบหมายถึงแหล่งน้ำขนาดใหญ่บนบก มันเป็นผืนเดียวกัน ส่วนแม่น้ำคือน้ำที่เป็นสาย ไหลตามเส้นทางที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ”
หลังจากที่อธิบายเสร็จแล้ว เจียงชานและหวังกังก็ยังคงรู้สึกสับสนและยังไม่ค่อยเข้าใจดีนัก
ในระหว่างที่เขาพูด ๆ อยู่นั้น ไม่นานเขาก็มาได้มาถึงบ้านของหลินต้ากั๋ว
ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะมาถึง เขาได้โทรหามู่เสี่ยวหวานไว้ก่อนอยู่แล้วว่ากำลังมา และได้พาเด็ก ๆ ทั้งสามคนมาด้วย
เมื่อทุกคนได้มาพบกัน ก็ทำให้บรรยากาศกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ป้าอู๋กำลังทำอาหารอยู่ มู่เสี่ยวหวานก็กำลังเล่นอยู่กับเด็กน้อยสามคน ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้เอนกายนอนอยู่บนโซฟาเพื่อที่จะพักผ่อนสักพัก
ในช่วงบ่ายของวันนั้น คนตระกูลหลินก็ได้กลับบ้านมาทีละคน
หลินเจียหงที่ได้เห็นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้รีบพูดกับเขาอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับความคืบหน้าของร้านสปาเท้า
“เสี่ยวไป๋ ตอนนี้หยวนหยวน สวีน่าน่า และโจวฟางกำลังยุ่งอยู่กับการฝึกอบรมพนักงานนวดทุกวัน แถมหลายคนก็เริ่มทำได้ดีแล้วด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พี่บริหารเก่งมาก แต่พี่ไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องเหล่านี้กับผมก็ได้นะ”
หลินเจียหงทำหน้าบูดบึ้งทันที และพูดว่า “ทำไม ฉันบอกก็เพราะอยากให้นายดีใจหรอก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น “เอาล่ะ ผมดีใจ คราวนี้พี่พอใจหรือยัง ! ”
“ไร้สาระจริง ๆ ! ” หลินเจียหงพูดอย่างไม่พอใจ “ช่างมันเถอะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่มาบอกอะไรอีกต่อไป ! ”
หลังจากนั้น เธอก็เดินเข้าไปแกล้งเจ้าตัวเล็กทั้งสามต่อ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและได้พูดคุยกับหลินเจียปิงและจางอ้ายผิงอยู่สักพัก ก่อนที่หลินต้ากั๋วจะกลับมา
“คุณตา กลับมาแล้วเหรอคะ ? ” เมื่อเจียงชานเห็นหลินต้ากั๋ว เธอก็วิ่งเข้าไปทักทายอย่างมีความสุขในทันที
หลินต้ากั๋วยิ้มอย่างมีความสุข “อ้าว ชานชานมาด้วยเหรอ คิดถึงตาบ้างไหมเนี่ย ? ”
“คิดถึงค่ะ ! ” เจียงชานตอบอย่างซื่อตรง “จริงสิคุณตา คราวนี้หนูได้พาน้องถิงถิงและน้องเสี่ยวกังมาด้วยนะ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เธอก็เรียกให้เจียงถิงและหวังกังมาหา “มาเร็ว มาเรียกคุณตารองเหมือนฉันสิ”
“คุณตารอง ! ”
“คุณตารอง ! ”
เจียงถิงและหวังกังต่างก็เรียกอย่างขี้อาย
หลินต้ากั๋วขานรับ เมื่อเขาหันไปมองเจียงชาน เขาก็อดหัวเราะไม่ได้
“สวัสดีครับลุงรอง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อทักทายเขา
หลินต้ากั๋วพยักหน้า “มาแล้วเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมมาถึงเจียงเฉิงตั้งแต่เช้าแล้ว หลังจากประชุมที่เกสต์เฮาส์เสร็จ ผมก็รีบกลับมาบ้านในตอนเที่ยงเลย”
หลินต้ากั๋วมองไปที่เด็กสามคนแก่อนที่จะพูดต่อ “งั้นทำไมไม่ไปหาฉันที่ห้องทำงาน หลังจากที่ส่งเด็ก ๆ ถึงบ้านแล้วล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เพราะผมรู้ว่าตอนบ่ายคุณลุงจะกลับมาบ้าน ผมก็เลยตั้งใจที่จะรอคุณลุงอยู่ที่บ้าน เพราะไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไร”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก
ทั้งเรื่องนัดประชุมตัวแทนจำหน่ายสินค้า งานมหกรรมลงทุนระดับชาติ โครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวัง โครงการก่อสร้างโรงงานน้ำแร่บรรจุขวด……
มีอันไหนไม่สำคัญบ้าง?
ขนาดเขายังอยากรีบคุยเรื่องพวกนี้กับเจียงเสี่ยวไป๋เลย
แต่เจียงเสี่ยวไป๋เขาไม่ได้มีท่าทีรีบร้อนอะไรเลย
มันช่างเหมือนสำนานที่ว่า: จักรพรรดิไม่รีบ แต่ขันทีดันรีบแทน !
“เอาล่ะ งั้นเอาไว้ค่อยมาคุยกันหลังทานอาหารเย็นเสร็จ ! ” หลินต้ากั๋วกล่าว