ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 859 มีงานให้ทำอีกมากมายแล้ว
ตอนที่ 859 มีงานให้ทำอีกมากมายแล้ว
หลังทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้มานั่งคุยกับหลินต้ากั๋วต่อ
“ได้ยินมาจากเสี่ยวติงว่า ครั้งนี้มีคนมาเข้าร่วมเยอะมากเลยใช่ไหม ? ” หลินต้ากั๋วยื่นบุหรี่ให้กับเจียงเสี่ยวไป๋และพูดด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มีตัวแทนจำหน่ายและผู้คนที่เข้าร่วมงานการลงทุนเกือบหนึ่งหมื่นรายเลยครับ”
หลินต้ากั๋วยิ้ม “มีคนเข้าร่วมเยอะขนาดนี้ งั้นค่ารถและค่าใช้จ่ายก็น่าจะหลายล้านเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าเราอยากให้คนมาเยอะ ๆ เราก็ต้องลงทุน”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า เลือกที่จะไม่เถียงอะไรต่อ ต่อให้เถียงต่อไปก็ไม่มีอะไรอยู่ดี ?
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ที่ยอมลงทุนเป็นล้านกับงานอีเว้นท์แบบนี้ มันไม่ใช่แค่ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งของคนธรรมดาจริง ๆ
“แน่ใจแล้วใช่ไหม ? ” หลินต้ากั๋วพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนที่จะหันไปถามเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มันจะออกมาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้หรอก แค่พยายามทำมันให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหนก่อนงานจบลง”
หลินต้ากั๋วหัวเราะ “พูดมาแบบนั้น ดูมั่นใจมากเลยนะว่ามันจะต้องประสบความสำเร็จ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในตำราพิชัยสงครามซุนจื่อได้กล่าวไว้ว่าขุนพลไร้พ่ายต้องได้ชัยก่อนจึงจะออกศึก ในขณะที่ขุนพลผู้ปราชัยมักออกศึกก่อนจึงจะขวนขวายชัยชนะ ก็เหมือนกับงานประชุมคำสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่าย งานมหกรรมการลงทุนระดับชาติและงานแสดงดอกไม้ไฟในครั้งนี้ล้วนได้รับการวางแผนก่อนที่จะดำเนินการ เงื่อนไขของเจียงเจียกรุ๊ปในครั้งนี้ เชื่อเถอะครับว่าใครเห็นก็ต้องหวั่นไหวกันอย่างแน่นอน”
หลินต้ากั๋วอ่านแผนกิจกรรมอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะพยักหน้า
ณ จุดนี้คงต้องบอกว่าเจียงเจียกรุ๊ปได้ใช้ความพยายามและเงินทุนอย่างมากจริง ๆ
เขาจำได้ว่าในตอนคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ที่ห้องหนังสือห้องนี้ในครั้งที่แล้ว ชายหนุ่มได้บอกไว้ว่าเขาจะสร้างเจียงเฉิงให้เป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็กระดับชาติในอนาคต ในตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก แต่เมื่อได้เห็นสิ่งที่เขาทำมา ก็เริ่มมองเห็นความเป็นไปได้นั้นแล้ว
“ถ้าเจียงเจียกรุ๊ปสามารถทำยอดขายห้าร้อยล้านหยวนได้จากกิจกรรมในครั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็กระดับชาติในเจียงเฉิงที่นายเคยบอกไว้ครั้งล่าสุดก็สามารถดำเนินการต่อได้อย่างแน่นอน” หลินต้ากั๋วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขเมื่อได้ยินแบบนี้ เพราะหลินต้ากั๋วพูดว่าสามารถดำเนินการในทันที ทั้งที่โดยปกติแล้วเขาจะต้องพิจารณาก่อนเสมอ
“ลุงรอง การสร้างศูนย์กลางการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็กระดับชาติในเจียงเฉิงไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับรูปแบบอุตสาหกรรมเพียงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ การขนส่ง การเงิน การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนอื่น ๆ ของเจียงเฉิงอีกด้วย”
“งั้นหลังจากเสร็จงานนี้ เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะมองเขา เพราะสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ได้มองปัญหาจากมุมมองของนักธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นการมองจากมุมมองของการวางนโยบายด้วย
เสียดาย…ที่เขาไม่สนใจการเมืองเลย !
หลินต้ากั๋วรู้สึกเสียดาย
แต่ถ้ามองกลับกัน หากเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาอยู่ในระบบจริง ๆ เขาอาจจะไม่สามารถพูดถึงสิ่งเหล่านี้ได้
“เอาล่ะ เอาเป็นว่ารองานนี้เสร็จเรียบร้อยก่อนก็แล้วกัน ! ” หลินต้ากั๋วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองคนไม่ได้พูดถึงกิจกรรมในวันพรุ่งนี้สักเท่าไหร่ เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้หยิบแผนงานโครงการล็อตเตอรี่และน้ำดื่มบรรจุขวดออกมามอบให้หลินต้ากั๋ว
“ลุงรอง แผนงานที่ลุงรองขอให้ผมเขียนในครั้งที่แล้ว”
“ลุงลองดูก่อนนะครับ”
หลินต้ากั๋วรีบรับมันมาทันที เขาเฝ้ารอดูแผนงานของเจียงเสี่ยวไป๋ทุกวัน หลังจากได้รับมาแล้ว เขาก็แทบรอที่จะอ่านมันไม่ไหว
และเจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้ส่งเสียงรบกวนเขาแต่อย่างใด
กว่า 20 นาทีที่หลินต้ากั๋วใช้เวลาอ่านแผนงานทั้งสองจนเสร็จ เขาเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “นายจะสร้างโรงงานน้ำดื่มบรรจุขวดในเจียงเฉิงและชิงโจวเหรอ ? ”
ครั้งก่อน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้พูดเรื่องการสร้างโรงงานน้ำแร่บรรจุขวดในเจียงเฉิงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ได้เสนอแนวคิดของน้ำดื่มบรรจุขวดอย่างชัดเจนในแผน พร้อมกับแบ่งน้ำดื่มออกเป็นสองประเภท คือน้ำแร่และน้ำดื่มบริสุทธิ์อีกด้วย
ในแผนงานดังกล่าวได้เขียนไว้ว่าโรงงานน้ำแร่บรรจุขวดจะถูกสร้างขึ้นที่ทะเลสาบชิงหลงในชิงโจว ส่วนอดีตโรงงานไม้ขีดไฟเจียงเฉิงอาจจะถูกดัดแปลง เปลี่ยนเป็นโรงงานน้ำดื่มบริสุทธิ์
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ครับ หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว แหล่งน้ำในเจียงเฉิงเหมาะสำหรับการทำน้ำดื่มบริสุทธิ์ที่สุด ในขณะที่ฝั่งทะเลสาบชิงหลงเหมาะสำหรับผลิตน้ำแร่มากกว่า”
“ดังนั้น ผมก็เลยตัดสินใจปรับแผน”
จนถึงตอนนี้ หลินต้ากั๋วก็ยังคงรู้จักแค่น้ำประปา เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับน้ำแร่และน้ำดื่มบริสุทธิ์เลย
จึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “น้ำแร่กับน้ำดื่มบริสุทธิ์แตกต่างกันอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้เริ่มอธิบายอย่างจริงจัง
น้ำดื่มบริสุทธิ์คือน้ำที่ผลิตจากน้ำที่ได้มาตรฐาน สุขอนามัยสะอาด ใช้สำหรับดื่ม โดยใช้วิธีอิเล็กโตรไดอะไลเซอร์ วิธีแลกเปลี่ยนไอออน วิธีรีเวิร์สออสโมซิส วิธีกลั่น และวิธีการแปรรูปอื่น ๆ อีกมากมาย
ซึ่งน้ำที่ผลิตโดยเทคนิคและกระบวนการแบบนี้ ส่วนใหญ่จะบริสุทธิ์และสะอาดมาก ไม่มีสิ่งเจือปนหรือแบคทีเรีย ไม่มีสารเติมแต่งใด ๆ ไม่มีสีและโปร่งใสอีกด้วย เลยเรียกว่าเป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์
แต่น้ำแร่คือน้ำที่เกิดขึ้นจากการไหลเวียนของน้ำธรรมชาติที่อยู่ลึกลงไปในดิน จะต้องเอาน้ำออกมาจากใต้ดินลึก จึงจะเรียกได้ว่าเป็นน้ำแร่ ซึ่งน้ำเหล่านี้จะประกอบไปด้วยเกลือแร่จำนวนหนึ่ง ธาตุสตรอนเซียม ลิเธียม สังกะสี ไอโอดีน ซีลีเนียม ธาตุและแร่ธาตุมากกว่า 20 ชนิด เช่น กรดเมตาซิลิซิก หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย
บอกตามตรงว่าหลินต้ากั๋วเขาไม่ค่อยเข้าใจมากนักหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด
แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น เขาจึงพูดว่า “จะทำน้ำแร่หรือน้ำดื่มบริสุทธิ์ก็แล้วแต่นายเถอะ ฉันจะถามแค่ว่าจะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดว่า “เราจะเริ่มต้นด้วยการวางแผนและออกแบบโรงงานในปีนี้ และเราสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ในต้นปีหน้า และจะเริ่มดำเนินการผลิตเกือบจะในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน”
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่หรือโรงงานผลิตน้ำดื่มบริสุทธิ์ อุปกรณ์ที่จะต้องใช้น่าจะต้องซับซ้อนแน่นอน แต่เขาสามารถทำขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้อย่างแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าหลินต้ากั๋วคิดถึงปัญหานี้มากกว่า จึงถามว่า “แล้วในส่วนขวดพลาสติกล่ะ จะทำอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “น่าจะใช้เวลาในการทำไม่ห้าก็หกเดือน”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า “งั้นก็รีบทำเลย”
จากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยกันถึงเรื่องโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังสักพัก
ตามแผนของเจียงเสี่ยวไป๋ หากจะประกาศผลรางวัลในช่วงต้นปี ร้านจำหน่ายก็จะต้องเริ่มขายล็อตเตอรี่ก่อนปีใหม่
ในยุคนี้ที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ และสลากที่จะซื้อไม่สามารถพิมพ์ด้วยเครื่องได้ จะต้องไปกรอกสลากด้วยตนเองเท่านั้น เพราะงั้นก็อาจทำให้มีการปลอมแปลงเกิดขึ้นได้
แถมยังต้องใช้เวลาในการตรวจรางวัลอีกด้วยว่าคุณได้รับรางวัลหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับเจียงเสี่ยวไป๋
เขาจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกันในแผน โดยการปิดผนึกต้นขั้ว แยกการขายสลากและการรับรางวัลออกจากกัน และจัดตั้งสถานีรับรางวัลแยกไปในแต่ละเมือง
ถึงแม้ว่านี้จะเป็นวิธีที่ซับซ้อนหน่อย แต่มันก็เป็นเพียงแค่วิธีเดียวเท่านั้นที่สามารถทำได้ในตอนนี้
แต่ถ้าอยากได้วิธีที่ดีกว่านี้ก็คงต้องรอให้มีอินเทอร์เน็ตก่อน
“หากต้องการสร้างจุดจำหน่ายล็อตเตอรี่ให้เสร็จก่อนปีใหม่ เราต้องตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิ์การทำสัญญาของนายก่อน” หลินต้ากั๋วเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ “และในอีกสองวันข้างหน้า ฉันจะเรียกสมาชิกในทีมมาประชุม หลังจากที่ประชุมกันเสร็จแล้วฉันจะบอกอีกที”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
เป็นเรื่องดีที่เรื่องนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมา จะได้ดำเนินการไปพร้อม ๆ กับการเปิดร้านสะดวกซื้อของเขาด้วย
แต่พอเป็นแบบนี้แล้ว ดูเหมือนว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ทำก่อนสิ้นปีแล้ว
กว่าที่เขาจะได้ออกมาจากห้องทำงานของหลินต้ากั๋ว เวลาก็ปาไปเกือบห้าทุ่มแล้ว
“ป้ารองครับ ชานชานและคนอื่นอยู่ที่ไหนแล้ว ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยความประหลาดใจเมื่อไม่เห็นเจียงชาน เจียงถิง และหวังกังในห้องนั่งเล่น
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “มันดึกแล้ว ฉันพาพวกเขาไปเข้านอนแล้วเรียบร้อยแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง และพูดว่า “ป้ารอง ที่บ้านของป้ามีห้องไม่พอ หากพวกเด็ก ๆ นอนที่นี่แล้ว ..”
มู่เสี่ยวหวานโบกมือ “ไม่เป็นไร ๆ เจียจวินเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ชานชานและคนอื่นนอนในห้องนอนของเขาได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็นึกขึ้นมาได้ในทันทีว่าห้องของหลินเจียจวินว่างอยู่
“งั้นพรุ่งนี้ผมจะมารับเด็ก ๆ นะครับ”
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “ช่วงนี้เสี่ยวไป๋มีธุระให้ทำเยอะแยะ ปล่อยให้เด็ก ๆ อยู่บ้านกับป้าเถอะ”