ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 860 ก่อนการประชุมตัวแทนจำหน่ายจะเริ่ม
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 860 ก่อนการประชุมตัวแทนจำหน่ายจะเริ่ม
ตอนที่ 860 ก่อนการประชุมตัวแทนจำหน่ายจะเริ่ม
ในวันรุ่งขึ้น การประชุมตัวแทนจำหน่ายและงานสั่งซื้อประจำปี 1983 ที่จัดขึ้นโดยเจียงเจียกรุ๊ปได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ส่งผลให้ในตอนเช้าวันนี้ ที่หอประชุมหงซานต่างก็เนืองแน่นไปด้วยตัวแทนจำหน่ายหลายพันคนจากทั่วประเทศ
แน่นอนว่าสถานที่จัดงานของเจียงเจียกรุ๊ปไม่ได้ถูกจัดที่ห้องประชุมของเกสต์เฮาส์แต่อย่างใด เพราะจำนวนคนมีมากเกินกว่าที่ห้องประชุมจะสามารถรองรับได้
แต่จุดเด่นอย่างหนึ่งในปี 1980 นั่นก็คือหอประชุมจะมีลักษณะเหมือนกับโรงหนังยุคเก่า ที่ทางด้านหน้ามีเวทีใหญ่ตั้งอยู่ มีที่นั่งเป็นแถวสองชั้น ส่วนข้างหลังหน่อยก็มีรูปแบบการจัดวางเหมือนกัน แต่ก็จะมีทั้งเก้าอี้ที่มีแถวคงที่ หรือเก้าอี้แบบยกเสริม
ตรงทางเข้าได้มีพรมแดงปูตามถนนลากยาวเข้ามา มีกำแพงขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ตั้งตระหง่านและโต๊ะแถวหนึ่งที่มีพนักงานกว่าสิบคนคอยรับลงทะเบียนและแจกของขวัญให้ผู้ที่มาร่วมงาน
ไม่ว่าจะเป็นผนังเซ็นชื่อหรือพรมแดง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกนำไปตั้งในงานเดินพรมแดงของพวกดาราชื่อดังในยุคสมัยต่อมาทั้งนั้น
ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋ได้นำเอาสิ่งนี้มาใช้ในยุคนี้ มันจึงทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่มาถึงต่างก็ตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นสิ่งนี้
ทันทีที่คุณเซ็นชื่อบนผนัง คุณก็จะได้รับถุงของขวัญเป็นถุงที่บรรจุไปด้วยเมล็ดแตงโมห้ารส นมถั่วเหลืองหยวนหยวนหนึ่งขวด เค้กที่รักหนึ่งกล่อง ร่มพับกึ่งอัตโนมัติจากเจียงเจียกรุ๊ป และไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง พร้อมกับใบปลิวที่ส่งเสริมการขายของเจียงเจียกรุ๊ป รวมไปถึงคู่มือกิจกรรมต่าง ๆ
ถึงแม้ว่าของขวัญที่ได้รับจะมีขนาดเล็กและไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป แต่ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และการประชาสัมพันธ์ก็ถือว่าคุ้มค่า และตัวแทนจำหน่ายแต่ละคนที่มาที่นี่ต่างก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของบริษัท
ทางอีกฝั่งของผนังเซ็นชื่อ ได้มีกลุ่มนักดนตรีคอยเล่นดนตรีต้อนรับอย่างไม่หยุดยั้ง
เฉินอันผิงเดินนำทีม ตามมาด้วยหลี่ลี่ จางชุ่ยฮวา จางกุ้ยหลัน เจียงเสี่ยวเฟิน และทีมผู้บริหารหญิงคนอื่นของเจียงเจียกรุ๊ปมาคอยต้อนรับและทักทายพวกเขา ด้านหลังพวกเขามีพนักงานต้อนรับหลายสิบคนในชุดกระโปรงผ้าฝ้าย
หลังจากที่แขกทุกคนลงชื่อเข้างานกันหมดแล้ว พนักงานต้อนรับก็จะพาพวกเขาไปที่ผนังเพื่อเซ็นชื่อหรือจะถ่ายรูปก็ได้ และสามารถมาเอาภาพถ่ายได้หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เจียงเจียกรุ๊ปจึงได้จ้างช่างภาพมาเป็นพิเศษมากกว่า 20 คน
แขกไม่เคยเห็นฉากดังกล่าวมาก่อน และทุกคนก็ไปที่ผนังเซ็นชื่อเพื่อถ่ายรูป ลงทะเบียน และขอถ่ายรูป
“เจียงเจียกรุ๊ปทำถึงมาก มีคนคอยถ่ายรูปให้พวกเราด้วย”
“ใช่น่ะสิ ! คงจะน่าเสียดายแย่ถ้าหากว่ามาร่วมงานใหญ่ขนาดนี้โดยที่ไม่มีรูปเลยสักรูป ! ”
“ฉันขายของให้กับผู้ผลิตหลายราย แต่ไม่มีใครเลยที่ทำเหมือนกับเจียงเจียกรุ๊ป ที่ทำเหมือนเรียกเรามาร่วมงานปาร์ตี้ในช่วงปลายปีอย่างไรอย่างนั้น”
“นี่แหละคือความมีน้ำใจของเจียงเจียกรุ๊ป ! ”
“ไม่ใช่สิ ควรจะบอกว่าเจียงเจียกรุ๊ปให้ความสำคัญกับเรามากกว่านะ”
“ก็ใช่ ฉันรู้สึกสบายใจจริง ๆ ที่ได้ร่วมงานกับคนแบบนี้”
“ในการทำธุรกิจ การมีพันธมิตรที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”
“เป็นเรื่องดีจริง ๆ ที่ได้ร่วมมือกับเจียงเจียกรุ๊ป ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาต่างก็ได้รับความนิยมและเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในห้างสรรพสินค้าของเรา”
“……”
หลังจากที่แขกทุกคนได้เซ็นลายเซ็นและถ่ายรูปเสร็จแล้ว หลายคนต่างก็พูดถึงของขวัญดังกล่าว
แขกส่วนใหญ่ในตอนนี้ต่างก็อยู่ในงานกันมานานแล้ว ก่อนที่จะมีคนมานำทางพวกเขาไปยังหอประชุมอย่างสุภาพ
ทันทีที่เข้ามาในหอประชุม ก็เห็นได้ชัดว่าหอประชุมนี้ได้รับการตกแต่งด้วยความตั้งใจ ทางด้านหน้า
เวทีมีป้ายขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า: การประชุมตัวแทนจำหน่ายและงานสั่งซื้อประจำปี 1983 ของเจียงเจียกรุ๊ป
นอกจากนี้ก็ยังมีป้ายและสโลแกนมากมายที่ถูกแขวนไว้อยู่บนผนังโดยรอบ
“เจียงเจียกรุ๊ปยินดีต้อนรับเพื่อนตัวแทนจำหน่ายจากทั่วประเทศ ! ”
“มาร่วมเฉลิมฉลองอย่างอบอุ่นในงานเปิดตัวการประชุมตัวแทนจำหน่ายและงานคำสั่งซื้อประจำปี 1983 ของเจียงเจียกรุ๊ป”
“เจียงเจียกรุ๊ปขออวยพรให้เพื่อนตัวแทนจำหน่ายได้รับโชคลาภ ! ”
“……”
และยังมีวิดีโอกำลังฉายอยู่บนหน้าจอขนาดใหญ่หน้าเวทีอยู่อีกด้วย
ตอนแรกตัวแทนจำหน่ายที่เพิ่งเข้ามาก็นึกว่าเป็นวิดีโอโปรโมต แต่เมื่อดูจบแล้ว เขาจึงได้รู้ว่าเป็นวิดีโอโปรโมตของเจียงเฉิงและชิงโจว
วิดีโอของทั้งสองเมืองต่างก็ถูกเล่นตามลำดับ
วิดีโอโปรโมตของเจียงเฉิงมีความยาวประมาณ 5 นาที และวิดีโอโปรโมตของชิงโจวมีความยาวเพียงแค่ 3 นาที
แต่ไม่ว่าอย่างไร วิดีโอโปรโมตทั้งสองต่างก็ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่รับชมแตกต่างกันออกไป
จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันเกิดขึ้น
“วิดีโอของเจียงเฉิงไม่ค่อยเท่าไหร่ ! ”
“จริงสิ มันไม่ค่อยมีอะไรใหม่สักเท่าไหร่ ดูแล้วไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่”
“แต่วิดีโอโปรโมตของชิงโจวนั้นแตกต่างออกไป ฉันรู้สึกถึงการพัฒนาของชิงโจวและความกระตือรือร้นของผู้คนในชิงโจว”
“ฉันไปเห็นชิงโจวเองจริง ๆ ! ”
“ฉันไม่คิดว่าคุณอยากไปชิงโจวเพราะเรื่องนี้นะ แต่คุณน่าจะอยากไปกินของอร่อยที่ชิงโจวมากกว่า ! ”
“ฮ่าฮ่า คุณรู้ได้อย่างไร”
“โดยเฉพาะประโยคนั้น: ตลาดชิงโจว แหล่งรวมอาหารเหนือใต้ในประเทศมาไว้ที่เดียว ประทับใจไม่รู้ลืม ! ”
“ใช่แล้ว แค่เห็นภาพท้องถนนที่เต็มไปด้วยของอร่อยในตลาดยามค่ำคืน แค่นี้ก็ทำให้ฉันน้ำลายไหลแล้วจริง ๆ ”
“มีของกินที่น่ากินมากมาย ใครมันจะไปต้านทานสิ่งเหล่านี้ได้ ? ”
“แถมยังมีหม้อไฟและกุ้งอบน้ำมันแสนอร่อยอีก ฉันไม่พูดแล้ว พอพูดถึงทีไร ท้องฉันมันก็ร้องตลอด ! ”
“……”
ไม่นาน นายกเทศมนตรีจาง รองนายกเทศมนตรีถัง และคนอื่นก็ได้เริ่มเดินเข้ามาในหอประชุมเช่นกัน และทันทีที่พวกเขาได้ยินความคิดเห็นของคนรอบข้าง พวกเขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“เหล่าถัง ดูเหมือนว่าจะคุ้มค่าที่ขอให้เจียงเสี่ยวไป๋สร้างวิดีโอโปรโมตเรื่องนี้ให้ ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังกล่าวว่า “ก็ไม่เลว แต่…”
เขาพูดไปได้ครึ่งประโยค จู่ ๆ ก็หยุด
นายกเทศมนตรีจางยิ้ม “คุณกำลังจะพูดว่าเงินห้าหมื่นหยวนมันแพงไปใช่ไหม ? ”
ก่อนหน้านี้รองนายกเทศมนตรีถังคิดแบบนี้จริง แต่ตอนนี้เขากลับส่ายหัว แล้วพูดว่า “นายกเทศมนตรีจาง คุณรู้ไหมว่าเจียงเสี่ยวไป๋บอกฉันว่าอย่างไร ? ”
นายกเทศมนตรีจางตอบ “ฉันจะไปรู้ได้อย่างไร ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังกล่าวว่า “เขาบอกว่าห้าหมื่นหยวนนี้เป็นราคาที่ถูกที่สุดแล้วสำหรับคนรู้จักกัน เขาบอกว่าถ้าคิดตามราคาจริงที่เขาคิด อย่างน้อยก็น่าจะหนึ่งล้านหยวนได้เลย ! ”
นายกเทศมนตรีจางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
หนึ่งล้าน !
นี่เขาพูดจริงเหรอ !
แต่หลังจากดูวิดีโอโปรโมตของเจียงเฉิง เขาก็คิดว่าที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดมามันก็พอเป็นไปได้
ในตอนนี้เอง หวังเว่ยตงรองนายกเทศมนตรีของเจียงเฉิงที่ได้อยู่ในหอประชุมด้วยอีกคนดูวิดีโอโปรโมตของทั้งสองคลิป ใบหน้าของเขาก็เริ่มตึงเครียดเล็กน้อย
“คนจากมณฑลทำได้แค่นี้เองหรือไง ? ”
“การนำเสนออะไรแย่ ๆ แบบนี้ออกมามีแต่ที่จะทำให้เจียงเฉิงอับอาย ! ”
เลขาเฉาสวินไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ
เหยียนปิง ผู้อำนวยการของสถานีโทรทัศน์เจียงเฉิงรู้สึกโชคดีที่เขาไม่ได้เป็นคนผลิตวิดีโอนี้ แต่เป็นสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑลที่ถ่ายทำวิดีนี้ออกมา
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาที่เขาไม่ได้เป็นคนทำวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองเจียงเฉิงเอง เขารู้สึกว่าตัวเองพลาดโอกาสแสดงฝีมือในผลงานชิ้นนี้ไป
แต่ตอนนี้ดูแล้วมันไม่ใช่โอกาสแสดงฝีมือแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันคือการตบหน้าตัวเอง
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะไว้อาลัยให้กับทีมงานที่ทำวิดีโอ แล้วก็ได้แต่นึกสงสัยว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไรหลังจากที่ได้ดูวิดีโอโปรโมตของชิงโจวด้วย ?
เนื่องจากตอนนี้เพิ่งเริ่มงาน ดังนั้นตัวแทนจำหน่ายที่มาก่อนจึงดูวิดีโอและเริ่มพูดคุยกับคนที่นั่งข้าง ๆ
“พี่ชาย คุณมาจากที่ไหน ? ”
“ฉันมาจากเซียงหนาน ! ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็เดินทางมาที่เจียงเฉิงสะดวกมากเลยสิ ฉันมาจากซูหางเลยนะ ! ”
“ส่วนฉันมาจากฉางอัน ! ”
“……”
“ฉันเพิ่งทำสัญญาสั่งซื้อกับเจียงเจียกรุ๊ปได้ไม่นาน ในสองเดือนที่ผ่านมา ฉันขายสินค้าได้แค่ห้าหมื่นหยวนเอง แล้วคุณล่ะ ? ”
“ฉันเหรอ เริ่มทำสัญญาในเดือนสิงหาคมปี 1983 แต่ไม่ใช่กับเจียงเจียกรุ๊ป แต่เป็นโรงงานฟิล์มพลาสติก”
“ฉันทำสัญญาเมื่อเดือนพฤศจิกายน แต่ของฉันได้ค่อนข้างเยอะ ฉันสามารถขายได้เจ็ดถึงแปดหมื่นหยวนต่อเดือนเลย”
“ฉันได้ยินมาว่าในงานแสดงสินค้านี้จะมีรางวัลตอบแทนผู้ค้าที่มียอดขายสูงสุดในปี 1983 อีกด้วย”
“ใช่ ฉันก็กำลังสงสัยอยู่เลยว่ามันคือรางวัลอะไร ? ”
“งานของปีที่แล้วผ่านไปแล้ว สิ่งที่ฉันกังวลคือปีนี้ ในเมื่อเจียงเจียกรุ๊ปได้จัดการประชุมสั่งซื้อสินค้าของตัวแทนจำหน่ายด้วย พวกเราก็ต้องสั่งจองสินค้าด้วยเหมือนกัน แล้วพวกคุณคิดเห็นอย่างไรบ้าง ? ”