ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 862 อิทธิพลของวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมือง
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 862 อิทธิพลของวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมือง
ตอนที่ 862 อิทธิพลของวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมือง
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดคุยกับหลินเจียจวินเสร็จ เขาก็พาเจียงชาน เจียงถิง และหวังกังเข้าไปในหอประชุม และพบที่นั่งสี่ที่ติดกันในแถวหลัง ก่อนจะนั่งลง
“ป่าป๊า ทำไมเราไม่ไปนั่งแถวหน้าล่ะคะ ? ” เจียงชานถามด้วยความประหลาดใจ พร้อมกับเบิกตากว้าง
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “แถวหน้ามีไว้สำหรับผู้นำที่เข้าร่วมกิจกรรมและผู้บริหารระดับสูงของบริษัท พ่อจะดูความสนุกสนานกับพวกหนูอยู่ด้านหลังก็พอ”
เจียงชานหัวเราะเสียงดัง “ป่าป๊ากำลังแฝงตัวอยู่ในคนธรรมดา และไม่ทำอะไรเลยเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พ่อก็ทำงานกับเขาเหมือนกันนะ ! ”
หวังกังที่อยู่ข้าง ๆ ได้พูดขึ้นมา “ลุงเจียง ทำไมผมไม่เห็นลุงทำอะไรเลยล่ะครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ลุงก็ดูแลพวกเสี่ยวกังอยู่ หรือว่านี่ยังไม่ถือว่าทำอะไรอีก ? ”
หวังกังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดดูเหมือนจะสมเหตุสมผล แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
จนเด็กน้อยอดไม่ได้ที่จะเกาหัว
เจียงชานทำหน้ามุ่ยและพูดว่า “ป่าป๊ากำลังอู้งานอยู่”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดออกมาว่า “เอาล่ะ ตอนนี้พ่อกำลังอู้งานอยู่กับพวกหนูไง”
เจียงชานถึงได้พูดอย่างภาคภูมิใจ “ถูกต้องค่ะ ! ”
หวังกังถามเจียงชานทันที “พี่ชานชาน แล้วอู้งานคืออะไร ? ”
เจียงชานจึงอธิบายให้เขาฟัง
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็กำลังฟังอยู่ข้าง ๆ แม้ว่าลูกสาวจะไม่ได้อธิบายออกมาได้อย่างชัดเจน แต่เธอก็ยังเข้าใจประเด็นสำคัญได้
วิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมืองเจียงเฉิงและชิงโจวยังคงเล่นอยู่ต่อหน้าพวกเขา เจียงเสี่ยวไป๋จึงบอกให้ทั้งสามคนดูวิดีโอ
หลังจากเล่นผ่านไปรอบหนึ่ง และดูวิดีโอจบทั้งสองวิดีโอ เจียงชานก็กล่าวว่า “วิดีโอโปรโมตเมืองของเจียงเฉิงดูไม่สนุกเลยค่ะ”
หวังกังพยักหน้า “ผมก็คิดเหมือนกัน ! ของชิงโจวเราดีกว่าเยอะ ! ”
แม้แต่เจียงถิงที่ไม่ค่อยพูดยังพูดว่า “ใช่ ของชิงโจวดีกว่า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มหลังจากได้ยินสิ่งที่เด็ก ๆ พูด
ไม่เปรียบเทียบไม่เจ็บปวด
เขาเกรงว่าผู้นำของเจียงเฉิงคงจะตามหาตัวเขาในไม่ช้า และบริษัทสื่อของเขาก็จะได้งาน
เมื่อถึงเวลา 8.50 น. หลินต้ากั๋ว เจิงเหลียงหยู เกาเทียนเยว่ และคนอื่น ตามมาด้วยเมิ่งเสี่ยวเป่ยได้เข้ามาในหอประชุมและนั่งลงตรงแถวหน้า
หลังจากที่หลินต้ากั๋วนั่งลง เขาไม่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “แล้วเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ที่ไหน ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยจึงรีบพูดว่า “ท่านผู้นำ ผู้ช่วยเจียงให้อิสระแก่ฉันในการจัดกิจกรรมนี้ เขาอาจจะนั่งอยู่แถวนี้กับพวกเด็ก ๆ เพื่อดูอยู่ก็ได้ค่ะ ! ”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต้องห่วงเขา ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เจิงเหลียงหยูยิ้มให้หลินต้ากั๋ว และพูดว่า “ตามที่คาดไว้ เจียงเสี่ยวไป๋เชิญคุณและฉันให้มาร่วมงานใหญ่เช่นนี้ แต่เขากลับไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ! ”
หลินต้ากั๋วยิ้ม “บางครั้งเจ้าเด็กนั่นก็ไม่น่าเชื่อถือแบบนี้แหละ ! ”
เจิงเหลียงหยูกล่าวว่า “ที่จริงแล้วการที่ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถเป็นมือเป็นเท้าแทนคุณได้แบบนี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี หากเราสามารถทำแบบนี้ได้ งานของเราคงจะลดลงไปไม่น้อย”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “เรากับเขาไม่เหมือนกัน เราเป็นข้าราชการที่ประชาชนจ้างมาให้ทำงาน เราจะโกงเหมือนเด็กคนนั้นได้ยังไง ? ”
เจิงเหลียงหยูหัวเราะออกมา “ใช่ เราทุกคนต่างก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป”
หลินต้ากั๋วโบกมือ “ไม่ต้องพูดแล้ว มาดูวิดีโอโปรโมตกันดีกว่า”
ในวิดีโอที่กำลังเล่นอยู่ตอนนี้เป็นวิดีโอโปรโมตของเมืองชิงโจว เปิดฉากด้วยน้ำตกชิงเจียงซือหยวนและแม่น้ำอันงดงาม จากนั้นฉากก็ตัดไปเป็นมุมไกลของภูเขาสีเขียวขจีและแม่น้ำชิงเจียงที่คดเคี้ยวไหลผ่าน เสียงของน้ำและเสียงของธรรมชาติที่ผสมกลมกลืนดูเรียบง่ายและสงบ เมื่อกล้องซูมเข้าไปใกล้ ก็เป็นชายคนหนึ่งกำลังลากเรือของเขาขึ้นฝั่ง ภาพนั้นชัดเจน มีเสียงบรรยายที่กลมกล่อม……
……
‘จีนโบราณ ชิงโจวแนวใหม่’ ข้อความสั้น ๆ ได้ปรากฏขึ้นมาในวิดีโอของเมืองชิงโจว จากนั้นภาพแล้วภาพเล่าก็ปรากฏขึ้นแสดงให้เห็นภูเขาสีเขียวโบราณของชิงโจว และผืนน้ำอันอุดมสมบูรณ์ อาคารสูง 33 ชั้นที่ถ่ายในแบบจำลอง ภายใต้เอฟเฟกต์ของเลนส์กล้อง ทำให้มันเหมือนมีอยู่จริง ทำให้ผู้คนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
ต่อมาก็มีร้านอาหารต่าง ๆ ในเครือเจียงเจียกรุ๊ป มีทั้งร้านหม้อไฟ ตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินพลุกพล่าน ควบคู่ไปกับคำบรรยาย “ตลาดชิงโจว แหล่งรวมอาหารเหนือใต้ในประเทศมาไว้ที่เดียว” ซึ่งตีความคำว่า “แนวใหม่” ได้อย่างชัดเจน
ในฉากสุดท้าย ผู้นำเมืองชิงโจว ผู้ปฏิบัติงานระดับรากหญ้า คนงาน ชาวนา คนชรา เด็กและสตรีก็ได้ออกมากล่าวสั้น ๆ ว่า “ชิงโจวยินดีต้อนรับคุณ” ผ่านน้ำเสียงที่อบอุ่นและรอยยิ้มที่จริงใจของพวก
หลังจากชมวิดีโอเสร็จ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เพราะมันทำให้พวกเขามีความคิดที่อยากจะไปเที่ยวชิงโจว และชิมอาหารที่ตลาดถนนคนเดินขึ้นมาทันที
แต่เมื่อดูวิดีโอโปรโมตภาพลักษ์ของเจียงเฉิง ซึ่งได้แนะนำประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเจียงเฉิงอย่างตรงไปตรงมา เรียกได้ว่าไม่มีความคิดสร้างสรรค์เอาเสียเลย
เจียผิงเล่อ นายกเทศมนตรีเจียงเฉิง หวังเว่ยตง รองนายกเทศมนตรีและ จางกวงจง ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑล ล้วนมีเหงื่อเย็นผุดออกมาหลังจากที่ได้ดู
ใบหน้าของหลินต้ากั๋วมืดมนลงทันที
ไม่จำเป็นต้องถาม วิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองชิงโจวจะต้องจัดทำโดยเจียงเสี่ยวไป๋อย่างแน่นอน ไม่งั้นก็ไม่มีเหตุผลที่สถานีโทรทัศน์ประจำมณฑลจะทำผลงานออกมาแย่กว่าสถานีโทรทัศน์ของเมืองชิงโจว
เขาอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง ทั้งที่เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนเสนอให้สร้างวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองเจียงเฉิงขึ้นมาแท้ ๆ
แต่ดูที่นายทำสิ ทำไมถึงมาหักหน้ากันแบบนี้ล่ะ ?
ตอนนี้ผู้นำของเจียงเฉิงรู้สึกอับอายมาก !
เกาเทียนเยว่ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาชวนเชื่ออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและมองไปที่จางกวงจง ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก เพราะรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
จางกวงจงเองก็อดไม่ได้ที่จะหันไปดูท่าทีของหลินต้ากั๋วและคนอื่น และในตอนนั้น เขาก็เห็นสายตาของเกาเทียนเยว่ เขาจึงยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น
ฉันอุตส่าห์มีความสุขมาตั้งหลายวันหลังจากส่งงานวิดีโอส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองเจียงเฉิง แต่ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ทำออกมานอกจากจะไม่เป็นหน้าเป็นตาให้มณฑลแล้ว มิหนำซ้ำยังทำให้ขายหน้าอีกด้วย
จางกวงจงถอนหายใจ ก่อนหน้านี้เขาได้พยายามแย่งงานนี้กับเหยียนปิง ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เจียงเฉิง โดยหวังว่านี่จะเป็นโอกาสเชิดหน้าชูตาให้กับเขา
ถ้าฉันรู้ก่อนหน้านี้ ฉันคงให้สถานีโทรทัศน์เจียงเฉิงทำไปแล้ว
เสียใจจริง ๆ !
เจียผิงเล่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เกาเทียนเยว่ก็ได้พูดออกมาว่า “ผู้อำนวยการเกา เมื่อฉันกลับมาอีกที วิดีโอโปรโมตเมืองเจียงเฉิงของเราจะต้องไม่ใช่วิดีโอนี้”
เกาเทียนเยว่พูดอย่างใจเย็น “ถ้าเราทำวิดีโออีกอัน เราจะทำให้มันดีเท่าชิงโจวหรือว่าจะต้องดีกว่าของชิงโจวเหรอครับ ? ”
เจียผิงเล่อรู้สึกขมขื่นในใจและพูดว่า “ฉันจะสั่งงานนี้เป็นการส่วนตัวเอง เราจะต้องสร้างวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมืองที่มีคุณภาพออกมา”
เกาเทียนเยว่เหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “งั้นผมขอแนะนำว่าท่านควรไปดูมาว่าใครเป็นคนทำวิดีโอโปรโมตให้เมืองชิงโจว ! ”
เจียผิงเล่อตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และพูดด้วยความประหลาดใจ “ไม่ใช่สถานีโทรทัศน์ชิงโจวเหรอ ? ”
เกาเทียนเยว่หัวเราะ “สถานีโทรทัศน์ชิงโจวจะสามารถผลิตวิดีโอโปรโมตระดับนี้ออกมาได้จริง ๆ เหรอครับ ? ”
แม้แต่สถานีโทรทัศน์ระดับมณฑลยังทำไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเล็ก ๆ ในเมืองชิงโจวเลย
เกาเทียนเยว่ไม่เชื่อว่าพวกเขาจะเป็นคนคิด
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเองก็ได้ติดต่อกับเจียงเสี่ยวไป๋มาหลายครั้ง
ซึ่งเขาเดาว่าวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมืองชิงโจวนี้ เจียงเสี่ยวไป๋จะต้องมีส่วนช่วยอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน
เจียผิงเล่อก็ไม่ใช่คนโง่อะไร หลังจากได้ยินสิ่งที่เกาเทียนเยว่พูดออกมา เขาก็รีบถามว่า “ผู้อำนวยการเกา แล้วคุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนสร้างวิดีโอโปรโมตเมืองชิงโจวนี้ขึ้นมา ? ”
เกาเทียนเยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผมคิดว่าอาจเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ ! ”
“เจียงเสี่ยวไป๋ ! ” เจียผิงเล่อพึมพำออกมา เขาได้ยินชื่อนี้มามากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่เขาไม่เคยรู้จักชายคนนี้มาก่อน
ขณะที่เขากำลังจะถามอีกครั้ง ไฟบนเวทีก็สว่างขึ้น
วิดีโอโปรโมตก็หยุดเล่น และในขณะที่เพลงกำลังคลอไป หลี่หลิงหลิง พิธีกรของสถานีโทรทัศน์ชิงโจวและพิธีกรชายอีกคนที่สวมสูท ผูกเนคไท สวมแว่นตาก็ได้เดินจูงมือกันขึ้นมาและเดินไปที่กลางเวที