ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 873 เป้าหมายเปลี่ยนไป
ตอนที่ 873 เป้าหมายเปลี่ยนไป
การสิ้นสุดกิจกรรมจับรางวัลยังหมายถึงการประชุมตัวแทนจำหน่ายและการสั่งซื้อประจำปีของเจียงเจียกรุ๊ปในปี 1983 ก็ได้สิ้นสุดลงด้วยความสำเร็จ
เย่กวงโต้วกล่าวด้วยความกระตือรือร้นพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า “เพื่อนตัวแทนจำหน่ายที่รัก ในนามของ เจียงเจียกรุ๊ป ผมขอขอบคุณแรงสนับสนุนจากพวกคุณที่มาเข้าร่วมการประชุมตลอดทั้งวันในวันนี้ ! ”
หลี่หลิงหลิงกล่าวว่า “จนถึงขณะนี้ การประชุมตัวแทนจำหน่ายและการสั่งซื้อประจำปี 1983 ของเจียงเจียกรุ๊ปก็ได้บรรลุผลสำเร็จแล้ว เจียงเจียกรุ๊ปของเราจึงขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำทุกคนด้วยอาหารจากห้องอาหารของเกสต์เฮาส์หงซาน แต่เราได้จัดโต๊ะทานอาหารไว้ที่ลานด้านนอก เพื่อจะได้ไม่แออัด เราจะได้มาฉลองด้วยกัน ! ”
เย่กวงโต้วยิ้มและพูดว่า “เราได้เตรียมเหล้าชั้นดีไว้สำหรับทุกคนแล้ว แต่ถึงแม้เหล้าจะดีก็อย่าโลภ เพราะหลังจากกินและดื่มเสร็จแล้ว เราได้เตรียมการแสดงสุดพิเศษไว้สำหรับทุกคนด้วยครับ”
ระหว่างงานนี้ ทุกคนรู้ว่ามีงานเลี้ยงอาหารค่ำ แต่ไม่รู้ว่ามีการแสดงพิเศษ ทั้งยังไม่มีใครได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย
“การแสดงพิเศษอะไร ? ”
“ในวันที่อากาศหนาวแบบนี้ จะมีการแสดงอะไรอีกล่ะ ? ”
“พิธีกร ช่วยบอกฉันหน่อยสิ ! ”
“ใช่ บอกเรามาก่อนก็ได้ เราจะได้เตรียมตัว ! ”
“พวกเขาจะให้เราสนุกทั้งคืนเลยเหรอ ? ”
“ก็ไม่แน่นะ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะเตือนไม่ให้เราดื่มจนเมาได้อย่างไร ! ”
“หรือว่าพวกเขาได้เตรียมงานเลี้ยงไว้ให้เรา ? ”
“……”
ตัวแทนจำหน่ายหลายรายเริ่มคาดเดาไปต่าง ๆ นานา
หลี่หลิงหลิงเหลือบมองเย่กวงโต้ว เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
หลี่หลิงหลิงกล่าวว่า “ถึงเพื่อนตัวแทนจำหน่าย โปรแกรมพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้เป็นการแสดงดอกไม้ไฟ หลังจากที่คุณเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำแล้ว คุณสามารถไปที่จัตุรัสหงซานด้านนอกเพื่อชมดอกไม้ไฟได้ค่ะ”
เย่กวงโต้วกล่าวเสริมว่า “เจียงเจียกรุ๊ปได้พัฒนาดอกไม้ไฟที่ล้ำสมัยที่สุดในประเทศขึ้นมา เราจึงจะจัดแสดงดอกไม้ไฟที่จัตุรัสหงซานในค่ำคืนนี้เป็นพิเศษเพื่อให้ทุกท่านได้ชมกัน”
หลังจากที่ได้ยิน ตัวแทนจำหน่ายก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
“การแสดงดอกไม้ไฟ มันจะสวยงามขนาดไหนกันเชียว ? ”
“คุณพลาดประเด็นไปหรือเปล่า ? พิธีกรก็เพิ่งบอกออกมาว่ามันคือดอกไม้ไฟที่ทันสมัยที่สุด ! ”
“แล้วอย่างไรล่ะ ? ”
“โอกาสทางธุรกิจไงล่ะ ! ไม่เข้าใจเหรอ ? ”
“ใช่แล้ว ตรุษจีนกำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ และตรุษจีนก็เป็นช่วงที่มีการจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองมากที่สุด”
“มันก็แค่ดอกไม้ไฟไม่ใช่เหรอ ! จะแตกต่างจากดอกไม้ไฟที่ผ่านมาขนาดไหน ? ”
“ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาหรอก ไว้ไปดูหลังกินข้าวเสร็จก็จะรู้เองแหละ”
“ใช่ เราค่อยมาพูดถึงมันอีกทีดีกว่า ! ”
“……”
ในส่วนของงานแสดงดอกไม้ไฟ ตัวแทนจำหน่ายบางรายมองเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้ แต่บางรายยังมีข้อสงสัย และบางรายก็ไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้
ทุกคนมีทัศนคติที่แตกต่างกัน
หลี่หลิงหลิงและเย่กวงโต้วไม่ได้พูดอะไรอีก
ตอนนี้ไม่ว่าจะพูดไปมากแค่ไหน ก็ไม่สู้ได้เห็นกับตาตัวเองตอนแสดงดอกไม้ไฟ
ภายใต้การเตรียมการของเฉินอันผิงและคนอื่น ทุกคนก็ออกไปอย่างเป็นระเบียบและขึ้นรถบัสไปที่เกสต์เฮาส์หงซานเพื่อทานอาหารเย็น
อาหารเย็นนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นของตัวแทนจำหน่าย และอีกส่วนหนึ่งเป็นของแขกที่มาร่วมงานมหกรรมการลงทุนระดับชาติ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยและอวี๋เต๋อสุ่ยเป็นคนเชิญแขกเหล่านี้มาร่วมงาน ซึ่งพวกเขาก็อยู่ร่วมงานจนงานจบในตอนเย็นตามที่คาดไว้
อาจกล่าวได้ว่าในขณะที่งานสั่งซื้อกำลังดำเนินไปอย่างเต็มรูปแบบในหอประชุมหงซาน เมิ่งเสี่ยวเป่ย อวี๋เต๋อสุ่ย และคนอื่นต่างก็พยายามชักชวนให้พวกเขาร่วมมือกับบริษัท โดยการลงทุนซื้อสินค้าของทางบริษัทไปขาย
การลงทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรับสมัครตัวแทนทั่วไประดับมณฑลของไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง ถ้วยพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ถุงสะดวกซื้อ เมล็ดแตงโมห้ารส เค้กที่รัก ล่าเถียว และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ตลอดจนตัวแทนรายย่อยในเมืองต่าง ๆ
ตามแผนของเจียงเสี่ยวไป๋นั้น เจียงเจียกรุ๊ปจะให้ตัวแทนทั่วไปขายสินค้าเพียงรายเดียวเท่านั้น แต่เจียงเจียกรุ๊ปมีผลิตภัณฑ์หลายสิบรายการ ทำให้แต่ละมณฑลสามารถรับสมัครตัวแทนทั่วไปได้อย่างน้อยหลายสิบคน สำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์
เกือบทั้งวัน อวี๋เต๋อสุ่ยและคนอื่นก็ได้เซ็นสัญญากับตัวแทนทั่วไประดับมณฑลได้สำเร็จ 35 ราย และจำนวนเงินที่ได้มาครั้งแรกนี้ก็มากกว่า 1 ล้านหยวน
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับไปที่เกสต์เฮาส์หงซาน เขาไม่ได้ไปทานอาหารเย็นร่วมกับคนอื่น แต่กลับไปที่ห้องพักแทน
“ป่าป๊าคะ เราไม่ไปงานเลี้ยงอาหารค่ำเหรอ ? ”
“ทำไมเราไม่ไปกินข้าวกันก่อนล่ะ”
เจียงชานถามด้วยความสงสัย
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มีคนเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเยอะมาก พ่อจึงไม่อยากไปร่วมสนุก”
เนื่องจากมีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 6,000 คนและตัวแทนจำหน่ายทั่วไปอีกมากกว่า 3,000 คน รวมเป็น 10,000 คน อาหารมื้อนี้ที่เรียกว่างานเลี้ยงอาหารค่ำจึงกลายเป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีนดี ๆ นี่เอง
หวังผิง เจียงเสี่ยวเยว่ และคนอื่นกำลังรอตัวแทนจำหน่ายที่จะมาทานอาหารตั้งแต่สี่โมงเย็น
เมื่อถึงเวลาที่ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มแรกจากหอประชุมมาถึงเกสต์เฮาส์หงซาน ตัวแทนจำหน่ายทั่วไปทั้งหมดก็กินและดื่มเสร็จแล้ว และกำลังไปที่จัตุรัสหงซานเพื่อรอชมการแสดงดอกไม้ไฟ
เจียงชานเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ก็จริงค่ะ ! ”
แล้วจึงถามว่า “แล้วมื้อเย็นนี้เราจะกินอะไรกันดีคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ลูกหิวแล้วเหรอ ? ”
เจียงชานพยักหน้า “คนอื่นไปกินข้าวกันหมดแล้ว หนูก็เลยรู้สึกหิวนิดหน่อยค่ะ ! ”
หวังกังและเจียงถิงที่อยู่ข้าง ๆ ต่างพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าว
“ตึง ตึง ตึง ! ”
ในขณะนี้ ก็ได้มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอกห้องรับแขก
ดูเหมือนว่าเจียงชานจะจำอะไรบางอย่างได้ และพูดด้วยความประหลาดใจ “ป่าป๊าคะ คงมีคนเอาอาหารมาเสิร์ฟให้เราที่ห้องหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “หนูจะรู้ก็ต่อเมื่อหนูเปิดประตูไปดู ! ”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานเห็นด้วย และรีบวิ่งไปเปิดประตู
“ลุงหวังเองเหรอคะ ! ”
ทันทีที่ประตูเปิด เจียงชานก็เห็นหวังผิงยืนอยู่ข้างนอกด้วยมือเปล่าและไม่มีอาหารอะไรเลย เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
หวังผิงหัวเราะออกมา “อะไรน่ะ ? ดูผิดหวังขนาดนั้นเลยเหรอเมื่อเห็นเป็นลุง ! ”
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ! ” เจียงชานโบกมืออย่างรวดเร็ว “หนูแค่คิดว่าพนักงานเสิร์ฟเอาอาหารมาให้เราแล้ว”
หวังผิงยิ้มแล้วพูดว่า “หนูหิวเหรอ ? ”
เจียงชานยังยิ้ม “ท้องของหนูเริ่มหิวแล้วค่ะ ! ”
หวังผิงหัวเราะเสียงดัง และทั้งสองก็เดินเข้าไปในห้อง
“พ่อครับ ! ”
เมื่อหวังกังเห็นหวังผิงเดินเข้ามา เขาก็วิ่งไปอย่างรวดเร็วและพุ่งไปกอดหวังผิง
“ลูกพ่อ ! ”
หวังผิงกอดหวังกัง อุ้มเขาขึ้นมาและแสดงความรักใคร่อย่างมาก
หากใครไม่รู้ก็คงคิดว่าสองพ่อลูกคู่นี้ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองพวกเขา แล้วถามว่า “งานนายเสร็จแล้วเหรอ ? ”
จากนั้น หวังผิงก็วางตัวหวังกังลงและพูดว่า “แขกจากฝ่ายการลงทุนทานอาหารเสร็จแล้วและไปที่จัตุรัสหงซานเรียบร้อย ส่วนเฉินอันผิงไปกับตัวแทนจำหน่าย ดังนั้นฉันจึงปลีกตัวออกมาหาเสี่ยวกัง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณเมิ่งและผู้จัดการอวี๋พูดคุยกับลูกค้ารายใหญ่หลายรายเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
หวังผิงเกาหัวและพูดประชดออกมา “นายต้องไปถามคุณเมิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เอง ฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลาถามอะไรใครหรอก”
หลังจากพูดจบ เขาก็กล่าวเสริม “แต่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีปัญหานะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและไม่ถามอีก
ทว่าหวังผิงกลับถามออกมาแทน “แล้วตัวแทนจำหน่ายที่มาในวันนี้มีคนเซ็นสัญญาสั่งซื้อไปกี่ราย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สถานการณ์โดยทั่วไปไม่มีปัญหา ส่วนจำนวนสัญญาที่แน่นอนยังอยู่ในระหว่างการนับ คงต้องใช้เวลาสักครู่ ถึงจะรู้ผลลัพธ์”
หวังผิงยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อนายบอกว่ามันไม่มีปัญหา มันก็ต้องไม่แย่แน่นอน ด้วยการประชุมการลงทุนในวันพรุ่งนี้ ฉันคาดว่าการบรรลุเป้าหมายห้าร้อยล้านคงจะไม่ใช่ปัญหา”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แต่เป้าหมายปัจจุบันของเขาไม่ใช่ห้าร้อยล้านแล้ว !