ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 875 มีแต่คนมาหา
ตอนที่ 875 มีแต่คนมาหา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยและอวี๋เต๋อสุ่ยพูดจบก็จะออกจากห้องไปด้วยความเร่งรีบ
เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้แต่ส่ายหัว “ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร กินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วค่อยคุยกันก็ได้!”
“เสียเวลา ! ”
หวังผิงฟังอยู่ข้าง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะมุ่ยปาก
“แล้วทำไมไม่พูดหลังจากที่ให้พวกเขากินข้าวก่อนล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็พวกเขาวิ่งออกไปเร็วมาก ก่อนที่ฉันจะมีเวลาอ้าปากพูดเสียอีก พอจะอ้าปากพูด ทั้งสองก็ออกไปจากห้องแล้ว”
ก็อก ก๊อก !
ขณะที่หวังผิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว “คลื่นลูกแล้วลูกเล่าจริง ๆ ขยันถาโถมเข้ามาไม่หยุดเลย”
เด็กน้อยทั้งสามคนกำลังกินข้าวอยู่ เขาจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูด้วยตัวเอง
“ผู้ช่วยเจียง ! ”
เย่กวงโต้วยิ้มและทักทายออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วถามว่า “พิธีกรเย่ ยินดีต้อนรับสู่ห้องพักผ่อนของเรา ! ”
เย่กวงโต้วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ได้คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะพูดแบบนี้ เขาจึงพูดประชดออกมา
“เพื่อประโยชน์ของบริษัท ผมจึงต้องไปปรากฏตัวในฐานะพิธีกรดำเนินงาน”
เจียงเสี่ยวไป๋ปล่อยให้เขาเข้าไปในห้องและถามออกมาด้วยท่าทางสบาย ๆ “แล้วกินข้าวมาหรือยัง ? ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ผมมัวแต่รอพวกเขานับสัญญา จึงยังไม่ได้กินข้าวมาเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่ข้าวบนโต๊ะแล้วพูดว่า “ยังมีกับข้าวเหลืออยู่เยอะ มากินด้วยกันเถอะ ! ”
เย่กวงโต้วที่ในตอนนี้หิวมากแล้วได้หยิบชามข้าวขึ้นมาตักข้าวกินไปคำใหญ่
หวังผิงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เสี่ยวเย่ ผลสรุปออกมาแล้วหรือยัง ? ”
เย่กวงโต้วพยักหน้าขณะกินอาหารไปด้วย “ออกมาแล้วครับ มีการเซ็นสัญญาแล้วทั้งหมด 6,217 ฉบับ ยอดสั่งซื้อต่อปีมากกว่า 2.98 พันล้านหยวน และยอดการชำระเงินครั้งแรกนี้คือ 630 ล้านหยวนครับ ! ”
“เยอะมาก ! ”
มือของหวังผิงสั่นเทาจนชามข้าวในมือแทบจะร่วงลงพื้น
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้สูงกว่าที่เขาคาดไว้เล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่ายอดขายครั้งแรกอาจจะได้ประมาณ 400 ล้าน แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะเกิน 600 ล้านไปแล้ว
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “แม้ว่ายอดสั่งซื้อโดยประมาณต่อปีจะน้อยกว่า 3 พันล้าน และค่าเฉลี่ยต่อเดือนก็ประมาณ 200 ล้าน แต่เพื่อที่จะให้ได้สินค้าฟรีมาในครั้งนี้ ตัวแทนจำหน่ายจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม ดังนั้นมันจึงเป็นแบบที่เห็นครับ แค่ยอดสั่งซื้อครั้งแรกก็มากกว่า 600 ล้านแล้ว คิดเป็นยอดสั่งซื้อหนึ่งในห้าของแผนรายปีครับ”
หวังผิงกล่าวว่า “มีคนเซ็นสัญญาแล้วไม่จ่ายบ้างไหม ? ”
เย่กวงโต้วยิ้มอย่างมั่นใจ “มันไม่ควรเกิดขึ้น เราได้ระบุไว้ในสัญญาแล้วว่าหากไม่ชำระเงินหลังจากวันครบกำหนด ส่วนลดนี้จะถูกยกเลิกไปทันที”
หลังจากพูดจบ เขาก็กล่าวเสริมว่า “คุณเฉินได้แบ่งตัวแทนจำหน่ายที่ได้ลงนามในสัญญาออกเป็นภูมิภาคต่าง ๆ และจะมีพนักงานขายไปติดตามเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะชำระเงินตรงเวลา”
หวังผิงจึงกล่าวด้วยความตื่นเต้น “งานสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่ายเพียงอย่างเดียวสามารถรวบรวมเงินได้มากกว่า 600 ล้านหยวน ถ้ารวมกับมหกรรมส่งเสริมการลงทุนในวันพรุ่งนี้ บางทีบริษัทของเราอาจทำยอดขายในครั้งนี้ได้เกินหนึ่งพันล้านหยวน ! ”
คราวนี้ถึงคราวของเย่กวงโต้วที่ต้องตกตะลึงบ้างแล้ว
ตามการประมาณคร่าว ๆ ของเขา ผลตอบแทนจากการลงทุนน่าจะได้อย่างมากที่สุดประมาณ 200 ล้านหยวน
ท้ายที่สุดคนเหล่านี้ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายหน้าใหม่ อาจยังขาดความเข้าใจในเจียงเจียกรุ๊ป ต่างจากตัวแทนจำหน่ายที่เคยร่วมงานด้วยมาก่อน
หวังผิงได้บอกความคิดก่อนหน้าของเจียงเสี่ยวไป๋ให้เย่กวงโต้วฟังทันที จึงทำให้เย่กวงโต้วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
หนึ่งพันล้าน !
ถ้าแปลงเป็นเงินสดทั้งหมด เกรงว่าต้องใช้รถไฟในการขน !
แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว !
ในขณะที่รู้สึกตื่นเต้น จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างได้ จึงพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ผู้ช่วยเจียง เลขาของนายกเทศมนตรีเจียงเฉิงที่ชื่อหลงซื่อเว่ย มาพบผมก่อนหน้านี้”
เจียงเสี่ยวไป๋เลิกคิ้วและคาดเดาในใจแล้ว เขาเหลือบมองเย่กวงโต้วแล้วถามอย่างใจเย็น “เขามาหานาย แล้วนายมาบอกฉันทำไม ? ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง เขามาถามว่าใครเป็นผู้เขียนบทวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองชิงโจว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ทำไมเขาไม่ถามผู้นำเมืองชิงโจว หรือสถานีโทรทัศน์เมืองชิงโจวนุ่น ? ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “เขาจะกล้าไปถามคนพวกนั้นได้อย่างไรล่ะ ? พอดีช่วงนี้ผมติดต่อธุระกับเขามากมาย เขาจึงมาถามผม”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แล้วคุณบอกอะไรเขาไป ? ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “คุณเป็นคนเขียนบทนั้นแน่นอน แต่ผมไม่ได้พูด แค่มาช่วยถามให้เขาน่ะ”
ตอนที่สร้างวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมืองชิงโจว เย่กวงโต้วกำลังยุ่งอยู่กับการวางแผนกิจกรรมในเจียงเฉิง เจียงเสี่ยวไป๋เขียนบท ส่วนมู่เสี่ยวซิงไปสื่อสารกับสถานีโทรทัศน์ชิงโจว เย่กวงโต้วจึงไม่ทราบรายละเอียดเฉพาะเจาะจง
ดังนั้นเมื่อหลงซื่อเว่ยมาถามเขา เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “พวกเขาคงอยากให้เราสร้างวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองเจียงเฉิงอันใหม่”
เย่กวงโต้วพยักหน้า “ผมก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น…..”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าเขามาหานายอีก บอกเขาว่าบริษัทว่านถูซือรุ่ย มีเดียเป็นผู้ดำเนินการ หากพวกเขาต้องการให้เราทำ นายก็เสนอราคาไปที่หนึ่งล้าน ! ”
“อะไรนะครับ ? ”
เย่กวงโต้วแทบจะสำลักอาหารออกมา “ผู้ช่วยเจียง ผมได้ยินคุณพูดผิดไปหรือเปล่า ? คุณพูดว่าหนึ่ง… ล้านใช่ไหม ? ”
แม้ว่าเขาจะติดตามเจียงเสี่ยวไป๋มาเป็นเวลานาน และรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนหน้าเงินมาโดยตลอด แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกใจกับราคาที่เจียงเสี่ยวไป๋เอ่ยมาแบบนี้
มันหนึ่งล้านหยวนเชียวนะ !
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มูลค่าของสิ่งของขึ้นอยู่กับคุณค่าและคุณภาพของมัน หากพวกเขายินดีจ่ายราคานี้ พวกเขาสามารถมาหาเราได้! แต่หากพวกเขาไม่เต็มใจ ก็ช่างเขาไป ให้ไปหาคนที่มีความสามารถทำงานนี้เอง!”
เย่กวงโต้วและหวังผิงต่างก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ นี่ไม่เหมือนกับรูปแบบธุรกิจที่ผ่านมาของเขาเลย
“ผู้ช่วยเจียง ราคาหนึ่งล้านหยวนมันแพงเกินไปจริง ๆ นะครับ ! ” เย่กวงโต้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกัดฟันพูดมันออกมา
เงินค่าถ่ายทำวิดีโอโปรโมตหนึ่งล้านหยวน !
อย่าว่าแต่ลูกค้าเลย ขนาดเขายังคิดว่ามันแพงเกินไป จนไม่กล้าเปิดปากเสนอราคาออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อุตสาหกรรมโฆษณาแตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ความคิดสร้างสรรค์มีราคาสูง การจะมีราคาแพงหรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน แต่ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายต้องการรับงานหรือไม่”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “แต่หากราคาต่ำลงสักนิด เราก็สามารถทำธุรกิจนี้ได้ระยะยาวไม่ใช่เหรอครับ ? ”
“ราคาสูงเกินไปอาจทำให้ลูกค้ากลัวและเผ่นหนีไปได้นะครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เริ่มพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เย่กวงโต้ว จำไว้ว่าเฉพาะผู้ที่ให้เงินเราเท่านั้นที่เราจะเรียกว่าลูกค้า ส่วนผู้ที่ไม่ได้จ่ายเงินให้เรา ก็เป็นเพียงคนที่ผ่านไปมาเท่านั้น”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ยิงคำถามไปว่า “นายคิดว่าทางภาครัฐของเจียงเฉิงไม่สามารถหาเงินหนึ่งล้านนี้มาให้เราได้งั้นเหรอ ? ”
เย่กวงโต้วพูดไม่ออก เมืองเจียงเฉิงจะไม่มีเงินหนึ่งล้านได้อย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่ออีกว่า “แล้วนายบอกราคาหนึ่งล้านหยวนกับพวกเขาไปแล้วเหรอ?”
ถามแล้ว เขาก็ทำเสียงไม่พอใจ “นายยังไม่ได้ลองบอกพวกเขาเลย ก็คิดเอาเองแล้วว่าจะถูกปฏิเสธ มันสมเหตุสมผลไหมล่ะ ? ”
เย่กวงโต้วหน้าละห้อย ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเช่นกัน
หลังจากที่ทุกคนกินเสร็จแล้ว เย่กวงโต่วก็เก็บโต๊ะแล้วพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ผมจะไปที่จัตุรัสก่อน การแสดงดอกไม้ไฟกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูเวลา มันเลยสองทุ่มมาแล้ว
“โอเค นายไปทำงานของนายเถอะ ฉันจะตามไปตอนสามทุ่มครึ่ง”
เย่กวงโต้วตอบตกลงและออกไปอย่างรวดเร็ว
หวังผิงยื่นบุหรี่ให้เจียงเสี่ยวไป๋ เขาจุดไฟบุหรี่แล้วจึงพูดว่า “เสี่ยวไป๋ นายรุนแรงกับเสี่ยวเย่เกินไปหรือเปล่า ? ”
“รุนแรงงั้นเหรอ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว “ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ เด็กคนนั้นเป็นเพชรชั้นดี แต่เขาแค่ยังไม่ถูกเจียระไน ยังต้องได้รับการเจียระไนก่อน”
หวังผิงยิ้ม “เอาล่ะ นายย่อมมีวิธีของนายอยู่แล้ว”
หลังจากพูดจบ เขาก็พ่นควันออกมาแล้วพูดว่า “แต่คราวนี้…..”
ก็อก ก็อก ก๊อก !
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูหวังผิงด้วยสีหน้าไร้คำพูด “มีคนมาอีกแล้ว พวกเขามาไม่หยุดจริง ๆ เดาสิว่าคราวนี้เป็นใคร ? ”
หวังผิงยิ้ม “ฉันจะรู้ได้อย่างไร ! ”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นไปเปิดประตู