ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 888 เขียนแผนงานตลอดทั้งคืน
ตอนที่ 888 เขียนแผนงานตลอดทั้งคืน
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋กลับมาที่ห้องก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว
เด็กน้อยทั้งสามคนเข้านอนไปแล้ว จึงมีเพียงเมิ่งเสี่ยวเป่ยเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในห้องนั่งเล่น
แม้ว่าตอนนี้เธอจะง่วงนอนมาก แต่เจียงเสี่ยวไป๋ยังไม่กลับมา เธอจึงไม่กล้ากลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง
เพราะเธอต้องดูแลเด็ก ๆ ก่อน..
ในเวลาเดียวกัน เธอก็อยากรู้ว่าหลินต้ากั๋วเรียกเจียงเสี่ยวไป๋ไปคุยเรื่องอะไร ?
เธอจึงอดทนต่อความง่วง และรออยู่ในห้องนั่งเล่น
“ขอโทษที่ทำให้รอ” เจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามาและเห็นใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าของเมิ่งเสี่ยวเป่ยจึงพูดขอโทษ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ช่วงเวลาที่ผ่านมา คุณอาจต้องอดหลับอดนอนเพราะงานคำสั่งซื้อและงานมหกรรมการลงทุน แต่วันนี้กิจกรรมทั้งสองได้จบลงแล้ว จริง ๆ คุณควรจะมีเวลาพักผ่อนเต็มที่ แต่เพราะผม คุณถึงต้องนอนดึกอีกวัน…..ขอบคุณมากนะ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้ม “ทำไมท่านผู้นำถึงตามคุณไปคุยเร่งด่วนขนาดนี้คะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรื่องมันซับซ้อนนิดหน่อย ผมไม่สามารถอธิบายให้คุณฟังได้ในขณะนี้ คุณก็เหนื่อยมากแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ผมจะบอกคุณเอง”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็หายไป เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เคยพูดคำว่า ‘มันซับซ้อนมาก่อน’ เธออดไม่ได้ที่จะกังวลและถามออกไปว่า “มีเรื่องไม่ดีอะไรหรือเปล่าคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องที่ดีมากต่างหาก”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยอดไม่ได้ที่จะมองเขา “คุณพูดแบบนี้ออกมาแล้ว คุณคิดว่าฉันจะนอนหลับเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจและไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเล่าเรื่องที่เขาพูดคุยกับหลินต้ากั๋วให้เธอฟัง
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่คาดคิดว่าเจียงเจียกรุ๊ปจะประสบปัญหาเพราะสร้างยอดขายได้มากเกินไป
แต่เธอกลับมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความชื่นชมมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาเป็นผู้ชายที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้จริง ๆ !
แม้ว่าวิกฤติจะเข้ามา แต่เขาก็สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นโอกาส และเปลี่ยนวิกฤติให้กลายเป็นสิ่งที่ดีได้
“แล้วคุณจะวางแผนในคืนนี้เลยไหมคะ ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วถามขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “เรื่องนี้ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ยิ่งทำงานล่วงเวลาได้ก็ยิ่งดี”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะช่วยคุณสรุปแผนการค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดว่า “ไม่ ไม่ คุณทำงานหนักมาหลายวันแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ! ”
เขาจะกล้าปล่อยให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยอยู่ในห้องกับเขาตลอดทั้งคืนได้อย่างไร ?
หากมีใครรู้และพูดออกไป ก็ยากที่จะแก้ตัวได้
เห็นได้ชัดว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ และยังคงพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ให้ฉันช่วยคุณก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันไม่จำเป็นจริง ๆ เรื่องเขียนแผนของผม คุณก็ทำได้แค่มองมันอย่างเดียวเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้น…ก็ได้ค่ะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยผิดหวังเล็กน้อยและพูดได้เพียงเท่านี้
ฮู่ว……
หลังจากที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยกลับออกไปแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ปิดประตูและถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นจึงไปที่ห้องนอนใหญ่อย่างเงียบ ๆ เพื่อดูเด็กน้อยทั้งสาม เมื่อเห็นว่าพวกเขาหลับสนิทกันทุกคน เขาจึงกลับไปที่ห้องนั่งเล่น
เขาจุดบุหรี่และนั่งคิดไปสักพัก
หลังจากสูบบุหรี่ เขาก็ดับบุหรี่ หยิบปากกาและกระดาษออกมา ก่อนจะเริ่มเขียนมันออกมาอย่างรวดเร็ว
แผนการที่เขาเขียนลงในกระดาษนั้นยาวมาก และคืนนี้ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากเขียนได้เกือบ 20,000 คำ แผนของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังคงไม่สมบูรณ์
“ป่าป๊า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าตอนนี้เช้าแล้ว จนกระทั่งเจียงชานลุกจากที่นอนและเรียกหาเขา
“ป่าป๊าคะ เมื่อคืนนี้ป่าป๊าไม่ได้นอนเลยเหรอคะ ? ” เจียงชานถามขณะขยี้ตาด้วยความงัวเงีย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พอดีพ่อมีงานด่วนที่ยังทำไม่เสร็จ”
เจียงชานพูดว่า “อ้อ” และพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปอาบน้ำก่อน ป่าป๊ารีบทำให้เสร็จแล้วรีบไปนอนนะคะ ถ้าหักโหม มันจะไม่ดีต่อสุขภาพของป่าป๊าค่ะ”
“อื้ม ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบลูกสาวด้วยรอยยิ้มและเขียนแผนต่อไป
จนกระทั่งเกือบเก้าโมงเช้าถึงเขียนแผนเสร็จในที่สุด
เขาไม่รีบร้อนที่จะส่งไปให้หลินต้ากั๋ว แต่พาเด็กน้อยทั้งสามไปกินอาหารเช้าก่อน
แม้จะสายแล้ว แต่ในห้องอาหารก็ยังมีผู้คนอยู่เนืองแน่น
อาหารเช้าในวันนี้ไม่ใช่บะหมี่แห้งเหมือนเช่นเคย แต่มีซาลาเปา โจ๊ก ปาท่องโก๋ และไข่ลวก
สาเหตุหลักมาจากวันนี้เป็นวันที่ทุกคนที่มาร่วมงานประชุมสั่งซื้อและงานมหกรรมการลงทุนจะต้องเดินทางกลับ หลายคนต้องนั่งรถเป็นระยะทางที่ไกลและยาวนาน การมีอาหารเช้าเป็นซาลาเปาและไข่ลวกก็สามารถนำไปกินบนรถได้
ด้วยเหตุนี้ หวังผิงจึงขอให้เจ้าหน้าที่เตรียมกล่องอาหารแบบใช้แล้วทิ้งไว้ด้วย เผื่อมีคนต้องการห่อไปกินระหว่างทาง ก็เอาของกินใส่กล่องอาหารได้โดยตรง
รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังกล่าวที่ทีมงานได้ทำ ทำให้ทุกคนที่มาร่วมงานรู้สึกประทับใจไม่น้อย
“ทีมงานของเจียงเจียกรุ๊ปมีความละเอียดรอบครอบ พวกเขาใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเราด้วย ! ”
“ใช่ เราอยู่ที่นี่มาสามวันก็ได้รับการปฏิบัติเหมือนแขกคนสำคัญตั้งแต่ที่ย่างก้าวเข้ามา”
“ช่างน่าสบายใจที่ได้ทำงานกับบริษัทแบบนี้”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะสามารถขยายธุรกิจไปได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล”
“ใช่แล้ว หัวใจของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเนื้อหนัง ถ้าพวกเขาปฏิบัติต่อเราอย่างสุภาพแบบนี้ เราก็ควรตอบแทนพวกเขาด้วยการทำงานให้หนัก เพื่อขายสินค้าให้พวกเขา”
“การมางานนี้ถือว่าคุ้มจริง ๆ ”
“ฉันจะเรียนรู้วิธีจากพวกเขา และทำงานให้หนักขึ้นในอนาคต รวมทั้งปฏิบัติต่อลูกค้าเหมือนพระเจ้า”
“ประธานเฉินของเจียงเจียกรุ๊ปบอกว่าลูกค้าคือพระเจ้าไม่ใช่เหรอ แน่นอนว่าเราก็ต้องมีทัศนคติเหมือนเขา”
“……”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขมากหลังจากได้ยินการสนทนาเหล่านี้
แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดเหล่านี้
เขารู้สึกสบายใจที่ลูกน้องของเขาสามารถตระหนักรู้ได้และพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง มันจึงทำให้เขาก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ เขาก็ได้กลับห้องไป
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ชานชาน หนูพาน้อง ๆ เล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นไปก่อนนะ พ่อขอไปงีบหลับสักพักก่อน ! ”
“ป่าป่าไม่ต้องกังวล ไปนอนเถอะค่ะ ! ” เจียงชานรับปากด้วยท่าทางที่หนักแน่น “หนูสัญญาว่าจะไม่ออกไปข้างนอก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและกำลังจะเข้านอน แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็มาหาเขาก่อน
“คุณไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ ? ”
เมื่อมองดูใต้ตาที่เป็นแพนด้าของเจียงเสี่ยวไป๋ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ถามด้วยความกังวล
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มันมีเนื้อหามากมาย ผมเพิ่งเขียนเสร็จไม่นานนี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปพักเถอะค่ะ ฉันจะดูแลชานชาน ถิงถิง และเสี่ยวกังให้เอง”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วตอบตกลง
“ถ้าอย่างนั้นก็พาพวกเขาออกไปเดินเล่นกับคุณก็ได้ ! ”
เด็กน้อยทั้งสามคนอยู่ที่เจียงเฉิงมาสามวันแล้ว และยังไม่ได้ออกไปเดินเล่น เขาจึงอยากให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยพาพวกเขาออกไปเดินเล่นดีกว่าอยู่ในห้อง
“ได้ค่ะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยตอบตกลงและพูดว่า “เอาแผนการที่คุณเขียนมาให้ฉันดูได้ไหมคะ คุณอยากให้เราคัดลอกเพิ่มไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบต้นฉบับออกมาแล้วส่งให้เธอ “ไม่จำเป็นต้องคัดลอกหรอก อย่างไรก็เป็นฉบับร่าง เผื่อว่ามีอะไรจะแก้ไขในภายหลัง”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น ฉันขอดูก่อนนะคะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นเอามาให้ผมตอนเที่ยงนะ ผมจะไปหลับก่อน แล้วค่อยไปหาลุงรอง”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยจึงถามด้วยความประหลาดใจ “ตอนนี้มันเก้าโมงแล้ว คุณจะนอนแค่สองชั่วโมงเท่านั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “แค่นี้ก็พอแล้ว ! ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณควรพักผ่อนเร็ว ๆ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยหยุดชวนเขาพูด “ฉันจะกลับมาตอนเที่ยงนะคะ”
หลังจากนั้นเธอก็พาเด็กน้อยทั้งสามคนออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกว่าเปลือกตาของเขาใกล้จะปิดเต็มทีแล้ว เขาจึงปิดประตูและหลับไป
มนุษย์นั้นมักจะตื่นตัวเสมอเวลาที่มีเรื่องต้องทำไม่ว่าจะง่วงแค่ไหน แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว จิตใจก็ผ่อนคลายแล้ว ความง่วงก็คืบคลานเข้ามาทันที
แต่ก็แปลกเช่นกัน ตราบใดที่ยังมีเรื่องในใจและบอกตัวเองว่าต้องตื่นเมื่อไหร่ก่อนเข้านอน คุณก็จะตื่นในเวลานั้น ไม่ว่าคุณจะง่วงนอนแค่ไหนก็ตาม
เจียงเสี่ยวไป๋นอนหลับนานกว่าสองชั่วโมง และตื่นตรงเวลาตอนเที่ยงตรงพอดี
แต่ก็ยังง่วงอยู่เล็กน้อย เขาจึงไปอาบน้ำ ก็ทำให้ตื่นขึ้นมา รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น