ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 901 คิดผิดมากที่มาซื้อของกับเจียงเสี่ยวไป๋
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 901 คิดผิดมากที่มาซื้อของกับเจียงเสี่ยวไป๋
ตอนที่ 901 คิดผิดมากที่มาซื้อของกับเจียงเสี่ยวไป๋
“สวัสดีผู้ช่วยเจียง ! ”
“สวัสดีรองประธานเมิ่ง ! ”
“สวัสดีผู้อำนวยการหวัง ! ”
“……”
ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเจียงเฉิง พนักงานจากเจียงเจียกรุ๊ปได้พบกับเจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นเป็นครั้งคราว และทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ
แต่ส่วนใหญ่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้จักคนเหล่านี้
ทว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยกลับจำพวกเขาได้ทุกคน และคอยตอบกลับพวกเขาทีละคน
“เสี่ยวหวัง คุณซื้อเยอะแยะเลยนะ ! ”
“ฉันไม่ได้ซื้ออะไรมากมายหรอก แต่การจะมาเยือนเจียงเฉิงไม่ใช่โอกาสที่จะมีง่าย ๆ ฉันจึงอยากจะซื้อของฝากไปให้คนที่บ้าน”
……
“เสี่ยวเฉิน คุณซื้อเสื้อผ้าไปให้คนรักใช่ไหม ? ”
“ครับรองประธานเมิ่ง ที่ผ่านมาภรรยาของผมลำบากกับผมมามาก ตอนนี้ผมทำงานมีเงินเดือนกิน เงินเดือนผมก็สูง แม้ว่าเสื้อผ้าที่นี่จะแพงไปหน่อย แต่คิดว่าเธอคงจะชอบ ถ้าเธอใส่มันคงจะสวยมาก”
……
“เสี่ยวจ้าว เสี่ยวหลิว คุณได้อะไรกลับไปบ้าง ? ”
“รองประธานเมิ่ง มาที่นี่ทั้งทีก็ต้องซื้อให้เยอะหน่อย ที่นี่มีของเยอะมาก”
“คงจะดีไม่น้อยหากชิงโจวมีห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่แบบนี้”
“ไม่ต้องห่วง บริษัทของเราจะเปิดห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในอีกสองปีข้างหน้า ใหญ่กว่านี้ด้วยซ้ำ”
“เยี่ยมมาก ! ”
……
“เสี่ยวอู๋ คุณมีเงินพอที่จะซื้อของไหม”
“ขอบคุณมากครับรองประธานเมิ่ง ผมยืมเงิน 500 หยวนจากแผนกการเงินมาแล้ว และยังมีเงินเหลือติดตัวอีก 100 หยวน แค่นี้ก็พอแล้วครับ ! ”
……
พนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปได้มาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเจียงเฉิงจำนวนมาก ซึ่งดึงดูดความสนใจของพนักงานขายไม่น้อยเหมือนกัน
“คุณสังเกตไหมว่าวันนี้มีคนจากนอกเมืองมาซื้อของมากมาย และทุกคนก็ดูจะมีเงินกันทั้งนั้น ดูสิแต่ละคนซื้อของไม่น้อยกว่าร้อยหยวน ! ”
“ใช่ ฟังจากที่พวกเขาพูด ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาจากชิงโจว”
“ชิงโจว นั่นคือเมืองที่ยากจนมากไม่ใช่เหรอ ? ทำไมผู้คนที่นั่นถึงได้รวยขนาดนี้ ! ”
“คุณไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม มีเจียงเจียกรุ๊ปจัดตั้งขึ้นที่เมืองชิงโจว ว่ากันว่าเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถุงสะดวกซื้อที่ห้างของเราใช้ก็เป็นสินค้าของเจียงเจียกรุ๊ป”
“ไม่ใช่แค่ถุงสะดวกซื้อเท่านั้น แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมายที่ผลิตโดยเจียงเจียกรุ๊ป”
“ฉันก็ได้ยินมาว่าห้างสรรพสินค้าของเราเป็นพันธมิตรกับเจียงเจียกรุ๊ปด้วย”
“ใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ ? และฉันยังได้ยินมาว่าสองวันที่ผ่านมา เจียงเจียกรุ๊ปได้มาจัดงานที่เจียงเฉิง พวกเขาคือคนที่จุดพลุดอกไม้ไฟในคืนนั้นไง”
“จริงเหรอ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนเหล่านี้จะร่ำรวย พวกเขาเป็นพนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปนี่เอง”
“……”
ขณะนี้ เจียงเจียกรุ๊ปได้รับความนิยมอย่างมากในเจียงเฉิง บางครั้งจางอี้เต๋อและถังจิงเทียนก็ได้ยินพนักงานขายพูดถึงเรื่องนี้ขณะที่พวกเขาเดินดูของกันไป ทำให้ทั้งคู่ก็รู้สึกดีใจและได้แต่มองหน้ากัน
หลังจากทริปช้อปปิ้งครั้งใหญ่ รถมินิบัสก็พาเจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นไปที่ร้านหนังสือซินหัวต่อ
“ป่าป๊า ที่ร้านนี้มีหนังสือเยอะมากเลยค่ะ ! ”
เจียงชานเพิ่งจะเคยมาที่ร้านหนังสือซินหัวเป็นครั้งแรก เธอจึงพูดอย่างตื่นเต้น
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถ้าหนูอยากอ่านเล่มไหน ก็ซื้อได้เลยนะ”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานตอบตกลงอย่างมีความสุข จากนั้นก็พูดด้วยใบหน้าที่ขมขื่น “แต่หนูยังอ่านไม่เก่ง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันไม่สำคัญหรอก ถ้าปีหน้าหนูได้เข้าโรงเรียน หนูก็จะอ่านออกเขียนได้เอง”
เจียงชานกล่าวว่า “ปีนี้ป่าป๊าเริ่มสอนหนูอ่านหนังสือบ้างแล้ว ถ้าปีหน้าหนูเข้าโรงเรียน หนูคงจะรู้คำศัพท์มากกว่าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้หนูจะรู้จักคำศัพท์มากกว่าเพื่อนแน่นอน”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “หนูเขียนได้แค่คำที่ฝึกคัดลายมือกับป่าป๊า ถ้าไม่ใช่คำเหล่านั้น หนูก็ไม่รู้คำศัพท์อื่นเลย ยิ่งคำในบทกวีหลายบทที่ป่าป๊าสอนให้หนูจำ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นพ่อจะซื้อหนังสือบทกวีเอากลับไปสอนหนูที่บ้านก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะ ! ”
เจียงชานเห็นด้วยอย่างมีความสุขและพูดกับเจียงถิง “ถิงถิงก็ต้องมาฝึกอ่าน ฝึกคัดลายมือกับพี่ด้วย แล้วเรามาแข่งกันว่าใครจะเรียนรู้ได้เร็วกว่าและอ่านได้มากกว่ากัน ! ”
ทันใดนั้น ใบหน้าของเจียงถิงก็ขมขื่น “งั้นฉันยอมแพ้ ! ”
เธอฝึกคัดลายมือกับเจียงชานมาหลายครั้ง แต่ลายมือของเธอไม่สวยเท่าของเจียงชาน เธอยังจำพยัญชนะในสมุดคัดลายมือได้ไม่ครบด้วยซ้ำ เธอจึงไม่อยากแข่งกับชานชาน
เธอจึงต้องรับความพ่ายแพ้
เจียงชานหัวเราะออกมา
หวังกังที่ฟังอยู่ข้าง ๆ รู้สึกไม่มั่นใจ แต่ก็พูดออกมาว่า “พี่ชานชาน ให้ผมแข่งกับพี่เอาไหม ! ”
เจียงชานพูดอย่างมั่นใจ “ได้สิ ฉันพร้อมจะแข่งกับนาย ! ”
หวังกังพูดขึ้นมาทันที “พ่อครับ ซื้อหนังสือคัดลายมือให้ผมหน่อย แล้วพ่อก็ช่วยสอนผมอ่านหนังสือทุกวันด้วย ! ”
จู่ ๆ หวังผิงก็ปวดหัว เขาเรียนจบแค่มัธยมต้น สมัยที่เรียนเกรดของเขาก็ไม่ดีสักเท่าไหร่ ซึ่งบางคำเขาก็อ่านไม่ค่อยได้
ครูที่ชำนาญล้วนผลิตลูกศิษย์ที่เก่ง ๆ ออกมาทั้งนั้น แล้วถ้าไม่ “ชำนาญ” จะสอนลูกศิษย์ออกมาแบบไหนกัน ?
เขาไม่มั่นใจว่าเขาจะสอนได้ดีกว่าเจียงเสี่ยวไป๋
อย่างไรก็ตาม หากลูกชายเต็มใจที่จะเรียนรู้ เขาจะไม่บั่นทอนความสนใจในการเรียนของลูกชาย เขาคิดกับตัวเองว่าตอนนี้เขามีเงินมากพอ ไว้ค่อยไปจ้างครูแถวบ้านมาสอนลูกชายให้อ่านออกเขียนได้ก็ไม่เสียหาย !
“โอเค พ่อจะซื้อหนังสือให้ลูกก็แล้วกัน” หวังผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ดีครับ เราไปเลือกซื้อหนังสือกันเถอะ ! ” หวังกังพูดออกมาอย่างมีความสุขและถามว่า “พ่อครับ แล้วเราควรจะซื้อหนังสืออะไรดี ? ”
มุมปากของหวังผิงกระตุกอย่างแรง เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้จะซื้อหนังสือเล่มไหนให้ลูกชายไปฝึกอ่านเขียน ?
“ดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ! ”
หวังผิงกล่าวอย่างกล้าหาญ
เจียงเสี่ยวไป๋พาเจียงชานและเจียงถิงไปเลือกหนังสือในร้านหนังสือ อันดับแรกพวกเขาเลือก ‘กฎของผู้เป็นศิษย์’, ‘หนึ่งพันตัวพยัญชนะพื้นฐาน’, ‘คัมภีร์ตรีอักษร’, ‘พันบทกวี’, ‘บทกวีของหลี่เหวิน’, ‘เจิ้งกวงเซียนเหวิน’ , ‘หนังสืออนุบาลฉงหลิน’, ‘ท่องเช้า อ่านบ่าย ตื่นเย็น’, ‘เรียนรู้ออกเสียง’, ‘กวีนิพนธ์ของขงจื๊อ’, ‘บทกวีถังสามร้อยบท’, ‘เพลงชาติ’, ‘ร้อยสกุล’ และหนังสือพื้นฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับภาษาจีน ซึ่งส่วนใหญ่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ของเด็ก
จากนั้น เขาได้เลือกผลงานที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ‘สงครามและสันติภาพ’ และ ‘อันนา คาเรนิน่า รักร้อนซ่อนชู้’ ของโจ ไรท์, ‘มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส’, ‘เลมีเซราบล์’ ของวิกตอร์ อูว์โก และ ‘Childhood ของหลัว ต้าโย่ว, ‘In the World’ และ ‘My University’ ไตรภาค , ‘Wuthering Heights’ ของเอมิลี บรองเต, ‘เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์’, ‘The Red and the Black’ ของสต็องดาล, ‘John Christopher’ ของโรแม็ง โรลแลนด์ และ ‘Gone with the Wind’ ของมาร์กาเร็ต มิตเชลล์
นอกจากนี้ เขายังเลือกชีวประวัติคนดังบางเรื่อง เช่น ‘ชีวประวัติของนโปเลียน’, ‘อัตชีวประวัติของรัสเซล’, ‘ชีวประวัติของบาค’, ‘ชีวประวัติของซูดงโป’ ของหลินหยูถัง และ ‘ชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียง’ ของโรแม็ง โรลแลนด์
นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ยังซื้อคอลเลกชั่นบทความอีกด้วย มี ‘รวบรวมผลงานของเหล่าเฉอ’, ‘รวบรวมผลงานของติ่งหลิง’, ‘เรื่องหัวใจเทียนจู่’ ของจี้เซียนหลิน, ‘รวบรวมผลงานของจี้เซียนหลิน’, ‘หลางรุ่ยจี๋’, ‘ผู่เฉียวจี’ ของหวังเจิ้งฉี เป็นต้น
หลังจากเลือกหนังสือแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปหาหนังสือ ‘ศึกษาสถาปัตยกรรมจีนโบราณ’ ของหลินฉางเกิง เขาหยิบหนังสือออกมา 20 เล่มในคราวเดียว เพื่อเตรียมนำกลับไปให้เหล่าหลิน
“คุณลูกค้าเอาหนังสือทั้งหมดนี้เลยใช่ไหมคะ ? ”
พนักงานขายถามด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เลือกหนังสือไว้มากมาย
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า ก่อนจะชี้ไปที่หนังสือ ‘ศึกษาสถาปัตยกรรมจีนโบราณ’ และพูดว่า “ยกเว้นเล่มนี้ ขอหนังสืออื่นอย่างละสองชุดให้ฉันด้วย”
เมื่อเขาซื้อหนังสือ เขาจะเก็บไว้กับตัวหนึ่งเล่มเสมอ
พนักงานขายตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและตอบตกลงอย่างมีความสุขทันที
ตอนนี้มีหนังสือขายไปหลายเล่มแล้ว
ก่อนที่เธอจะเดินไปเตรียมหนังสือให้ หวังผิงก็รีบบอกเธอว่า “พนักงานขาย ฉันขอหนังสือเหมือนกับเขาอย่างละหนึ่งเล่ม”
พนักงานขายมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะมองไปที่หวังผิงอีกครั้ง
“เอาแบบนี้จริง ๆ เหรอคะ ? ”
หวังผิงตอบออกมาอย่างไม่แยแส “เอาตามที่พูดนี่แหละ ! ”
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหนังสืออะไรก็ตามที่เจียงเสี่ยวไป๋ซื้อ เขาก็จะซื้อ และคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างละสามชุดเถอะ ! ”