ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 903 ไม่สามารถตกลงราคาได้
ตอนที่ 903 ไม่สามารถตกลงราคาได้
หลินซิงเหอกล่าวว่า “เนื่องจากนายกเทศมนตรีเจียต้องการพบคุณ งั้นเราก็ต้องรีบคุยกันแล้วล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่มานะครับ”
หลินซิงเหอยิ้มและกล่าวว่า “รถยนต์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาที่คุณสั่งได้มาถึงท่าเรือแล้ว ส่วนรถยนต์ที่นำเข้าจากยุโรปก็มาถึงเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้ได้สินค้าครบหมดแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้ และพูดด้วยความตื่นเต้น “นั่นหมายความว่าผมสามารถไปรับรถภายในไม่กี่วันนี้ได้ใช่ไหมครับ ? ”
หลินซิงเหอกล่าวว่า “ที่ฉันมาหาคุณ เพราะฉันอยากจะชวนคุณไปทานอาหารด้วยกัน เพราะฉันอยากจะถามคุณว่าจะให้เราเอารถไว้ที่เจียงเฉิงหรือส่งไปที่ชิงโจวหลังจากที่มาถึงแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมก็อยากจะเลี้ยงอาหารพี่เหมือนกัน ส่วนรถนั้นเอาแลนด์โรเวอร์และดอดจ์ไว้ที่เจียงเฉิงอย่างละคัน ส่วนที่เหลือส่งไปให้ผมที่ชิงโจวได้เลยครับ”
เพราะเขาตั้งใจจะเอารถแลนด์โรเวอร์ไว้ให้หลินเจียจวิน
ซึ่งได้รับปากไว้แล้ว
ส่วนดอดจ์นั้น เขาจะเก็บเอาไว้ขับเองที่เจียงเฉิง
ตอนนี้มีเที่ยวบินเจียงเฉิงและชิงโจวแล้ว ในอนาคตเขาคงไม่จำเป็นต้องขับรถมาที่เจียงเฉิง และการนั่งเครื่องอาจทำให้เขามีเวลามาบ่อยขึ้น ทิ้งรถไว้ที่นี่คงจะสะดวกกว่า
หลินซิงเหอกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ฉันจะทำตามที่คุณบอก แต่ในเมื่อคุณมาเจียงเฉิงทั้งที ฉันที่เป็นเจ้าบ้านต้องเลี้ยงอาหารคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่ช่วยผมไว้มาก ผมต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวพี่สิ เดี๋ยวผมจะโทรบอกพี่เจียจวินเย็นนี้ แล้วรถสองคันที่เอาไว้ในเจียงเฉิงก็ให้เขาเป็นคนไปรับ”
หลินซิงเหอกล่าวว่า “ฉันช่วยคุณ และคุณก็ช่วยฉัน การที่คุณสั่งรถยนต์จำนวนมากแบบนี้ทำให้ฉันได้สร้างผลงานด้วย คุณยังช่วยติดตั้งโทรศัพท์ในบ้านของพ่อฉัน หากไม่มีความช่วยเหลือจากคุณ ฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คงต้องใช้เวลาอีกนานถึงจะติดตั้งโทรศัพท์บ้านให้พ่อได้”
“จะว่าไปคุณได้ช่วยฉันไปสองอย่างแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น “พี่ซิงเหอ พี่พูดออกมาแบบนี้ผมก็เขินนะสิ”
หลินซิงเหอกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไร แค่ฟังฉัน คุณแค่โทรหาหลินเจียจวินให้มาทานอาหารด้วยกันคืนนี้สักหน่อย”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบตกลง
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก หลินซิงเหอก็บอกให้เจียงเสี่ยวไป๋ไปทำธุระของเขาต่อ เพราะเกรงว่าเจียผิงเล่อกำลังตามหาเจียงเสี่ยวไป๋อยู่
ส่วนตัวเขาเองไม่ได้กลับไปที่เจียงโขว่ แต่พักผ่อนอยู่ในห้องที่เขาเปิดไว้
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ต้องการพบกับเจียผิงเล่อเหมือนกัน เขาจึงกลับไปที่ห้องของเขา
ทันทีที่ออกจากห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
มีชายสองคนมา คนหนึ่งมีรูปร่างอ้วนเตี้ย มีใบหน้ากลมและหัวล้าน อีกคนหนึ่งมีรูปร่างไม่สูงนัก และดูเหมือนอายุประมาณสามสิบ ถือกระเป๋าเอกสารสีดำอยู่ในมือ และยืนอยู่ข้างหลังชายหัวล้าน
ซึ่งชายหัวล้านก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเจียผิงเล่อ
เจียงเสี่ยวไป๋เคยเห็นชายคนนี้ตอนที่เขาขึ้นมาพูดบนเวทีตอนเปิดงาน
อย่างไรก็ตาม เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก และถามออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณสองคนเป็นใครเหรอครับ ? ”
ชายที่ถือกระเป๋าเอกสารพูดว่า “เรามาจากเจียงเฉิง …”
เจียผิงเล่อยกมือขึ้นเพื่อหยุดชายที่ถือกระเป๋าและพูดว่า “คุณคือผู้ช่วยเจียง เจียงเสี่ยวไป๋ใช่ไหม ! ฉันชื่อเจียผิงเล่อ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “อ้อ คุณเจียนี่เอง ! ผมชื่อเจียงเสี่ยวไป๋ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับผมไหมครับ ? ”
มุมปากของเจียผิงเล่อกระตุกอย่างรุนแรงและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันขอเข้าไปในห้องของคุณแล้วคุยกันดี ๆได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋แสดงสีหน้าขอโทษขอโพยออกมา เขาก้าวออกไปแล้วพูดว่า “ขอโทษครับ กรุณาเข้ามาก่อน ! ”
เมื่อเข้าไปในห้องนั่งเล่น เจียงเสี่ยวไป๋ก็เชิญเจียผิงเล่อและหลงซื่อเว่ยให้นั่งลงบนโซฟา จากนั้นก็ล้างถ้วยชาพอร์ซเลนสีขาวแล้วชงชามาวางลงบนโต๊ะ
“คุณสองคนมาพบผม มีธุระอะไรหรือเปล่า ? ”
หลงซื่อเว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง นี่คือนายกเทศมนตรีเจียของเมืองเจียงเฉิง ! ”
“อ้อ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋แกล้งทำเป็นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ให้ดูเป็นการตอบสนองที่น่าพอใจสำหรับพวกเขาและกล่าวขอโทษออกมา “โอ้ ผมขอโทษทีครับ ถึงว่าชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ ที่แท้ก็เป็นนายกเทศมนตรีเจียนี่เอง”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ยืนขึ้นและยื่นมือออกมา “สวัสดีครับนายกเทศมนตรีเจีย ! ” เขาสุภาพมาก แต่ก็ไม่ถ่อมตัวหรือก้าวร้าวเกินไป
เจียผิงเล่อก็ยืนขึ้นและจับมือกับเขาด้วย
“ผู้ช่วยเจียง คุณเป็นเหมือนมังกรซ่อนหาง การจะมาเจอคุณนั้นไม่ง่ายเลย”
เช้าวานนี้ เจียงเสี่ยวไป๋กำลังหลับอยู่
เมื่อมีคนมาเคาะประตู เขาจึงไม่ได้ยิน
แต่พอพวกเขามาหาเช้านี้ ก็ได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋ออกไปข้างนอกอีกแล้ว
เขาจึงกลับมาตอนบ่าย และถามพนักงานตอนรับถึงสามครั้ง ก่อนที่จะได้มาพบเจียงเสี่ยวไป๋ในที่สุด ซึ่งมันยากเย็นมาก
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าเจียผิงเล่อมารอพบเขาหลายครั้ง แต่เขาก็แสร้งทำทีประหลาดใจออกมา “นายกเทศมนตรีเจีย อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ ผมเป็นคนสบาย ๆ และชอบพาลูก ๆ ออกไปเที่ยว”
เจียผิงเล่อกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ครั้งนี้ฉันมาพบคุณเพราะฉันอยากคุยกับคุณเกี่ยวกับวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมือง”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเจียผิงเล่อ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมา
บางครั้งความเงียบก็เป็นหนทางหนึ่งในการทำให้อีกฝ่ายเริ่มพูดก่อน
เจียผิงเล่อดีใจที่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็ปวดหัวที่เจียงเสี่ยวไป๋ดูเฉยเมยขนาดนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องพูดต่อ “ผู้ช่วยเจียง คุณเป็นคนเขียนบทวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของชิงโจวใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ครับ ! ”
เจียผิงเล่อกล่าวว่า “วิดีโอนั้นทำได้ดีมาก เจียงเฉิงของเราต้องการขอให้คุณช่วยเขียนบทและสร้างวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองให้เราใหม่”
เจียงเสี่ยวไป๋มีท่าทีสนใจและพูดว่า “เอาล่ะ ขอบคุณนายกเทศมนตรีเจียสำหรับการชื่นชม และขอบคุณนายกเทศมนตรีเจียที่ให้ความสนใจเรา”
เจียผิงเล่อกล่าวว่า “แล้วคุณคิดราคาอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและเสนอราคาออกมาตามตรง “หนึ่งล้านครับ ! ”
“อะไรนะ ? ” จู่ ๆ หลงซื่อเว่ยก็ลุกขึ้นจากโซฟาและมองมาที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาไม่พอใจ “ผู้ช่วยเจียง แค่เขียนบทวิดีโอ คุณจะเอาตั้งหนึ่งล้านเลยเหรอ ! ”
“นี่ไม่ต่างอะไรจากสิงโตอ้าปากกว้างเลย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขาอย่างเฉยเมย “ไม่ทราบว่าคุณชื่อว่าอะไรนะครับ ? ”
“หลงซื่อเว่ย ! ” หลงซื่อเว่ยบอกชื่อของเขาออกมาด้วยความโกรธ
“ซื่อเว่ย นั่งลงก่อน ! ” เจียผิงเล่อจ้องไปที่หลงซื่อเว่ย แล้วหันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “ผู้ช่วยเจียง ฉันต้องขอโทษด้วย เขาเป็นเลขาของฉัน อย่าถือสาเขาเลยนะ”
หลงซื่อเว่ยไม่ทราบความสัมพันธ์ระหว่างเจียงเสี่ยวไป๋และหลินต้ากั๋ว แต่ตัวเจียผิงเล่อรู้ดี
ขนาดเขาก็ยังไม่กล้าอวดดีกับเจียงเสี่ยวไป๋ ไม่ต้องพูดถึงหลงซื่อเว่ยเลย
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือปัดอย่างไม่ถือสา “นายกเทศมนตรีเจีย ผมไม่ถือสา ราคาที่ผมเสนอไปมันก็สูงจริง ๆ แหละครับ”
เจียผิงเล่อตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยอมรับอย่างไม่เห็นแก่ตัวและตรงไปตรงมาขนาดนี้
แต่ราคานั้นไม่ได้สูงนิดหน่อย แต่สูงมาก สูงจนน่าขัน
“ผู้ช่วยเจียง คุณอย่าพูดล้อเล่นอย่างนั้น”
เจียผิงเล่อเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ “คุณบอกราคาจริงกับฉันมาดีกว่า ! ”
เพราะก่อนหน้านี้เขารู้แล้วว่าราคาของบทในวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองชิงโจวคือห้าหมื่นหยวน
เขายังคิดว่าห้าหมื่นหยวนนั้นแพงเกินไปสำหรับค่าคิดบทด้วยซ้ำ
นับประสาอะไรกับหนึ่งล้าน ?
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากผลลัพธ์แล้ว เงินห้าหมื่นหยวนที่เทศบาลชิงโจวนำไปใช้นั้นถือว่าคุ้มค่า
ดังนั้น หากบทของวิดีโอมีราคาห้าหมื่นหยวน เขาก็สามารถยอมรับได้
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นายกเทศมนตรีเจีย หนึ่งล้านคือราคาจริงที่ผมเสนอออกไป แต่หากไม่ได้ตามนี้ ผมก็ไม่สามารถทำให้ได้”
เจียผิงเล่อตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
เขาไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะพูดออกมาง่าย ๆ แบบนี้
แบบนี้มันตกลงราคากันได้ยากมาก !