ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 905 ดาบที่ดีต้องมอบให้แก่วีรบุรุษ
ตอนที่ 905 ดาบที่ดีต้องมอบให้แก่วีรบุรุษ
เจียผิงเล่อและหลงซื่อเว่ยกล่าวลาและขอตัวออกมา
ตอนนี้เขายังคงไม่ได้ทำสัญญากับเจียงเสี่ยวไป๋ในเรื่องการสร้างวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์ของเมืองเจียงเฉิง
หลังออกมาจากเกสต์เฮาส์หงซานแล้ว หลงซื่อเว่ยก็รู้สึกเสียใจมากและพูดว่า “นายกเทศมนตรีเจีย เจียงเสี่ยวไป๋หยิ่งเกินไป เขาเขียนสคริปต์วิดีโอโปรโมตความยาวไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ แต่กลับเรียกเงินตั้งหนึ่งล้านหยวน ราวกับว่าเขาเป็นคนเดียวในโลกที่สามารถทำได้”
เจียผิงเล่อเหลือบมองเขา แล้วพูดว่า “เพราะเขามีคุณสมบัติที่จะไม่ง้อใครไง”
หลงซื่อเว่ยตกตะลึง เขาเห็นว่านายกเทศมนตรีเจียไม่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกและเพียงแค่ถามว่า “นายกเทศมนตรีเจีย เราจะแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับเขาจริง ๆ เหรอครับ ? ”
เจียผิงเล่อพยักหน้าและพูดว่า “สิ่งที่ฉันต้องรู้ในตอนนี้คือเจียงเสี่ยวไป๋ต้องการทรัพยากรอะไรจากเรา ? ”
หลงซื่อเว่ยยังคงคิดตามไม่ทัน เขาถามด้วยความสับสน “นายกเทศมนตรีเจีย คุณกำลังบอกผมว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังสนใจทรัพยากรบางอย่างของเราใช่ไหมครับ ? ”
เจียผิงเล่อกล่าวว่า “เขาเสนอราคาสูงถึงหนึ่งล้าน และเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิดที่จะเอาค่าตอบแทนเป็นเงิน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเราไม่สามารถให้เงินจำนวนมากขนาดนั้นกับเขาได้”
ในที่สุด หลงซื่อเว่ยก็เข้าใจและถามออกมา “ดังนั้น การเรียกราคาสูงถึงหนึ่งล้านของเขานั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงคืออยากให้เราแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่เรามีกับเขาใช่ไหมครับ ? ”
เจียผิงเล่อพยักหน้า และไม่พูดอะไรก่อนจะเดินเข้าไปในรถ
หลงซื่อเว่ยรีบตามไปทันที
ด้านเจียงเสี่ยวไป๋ หลังจากที่เจียผิงเล่อและหลงซื่อเว่ยกลับไป เขาก็ไม่รีบร้อนไปหาหลินซิงเหอและไม่ได้ไปรับเจียงชาน แต่เขากลับสูบบุหรี่และนั่งอยู่คนเดียวบนโซฟาในห้องนั่งเล่น และจมปลักอยู่กับความคิดของเขา
เขาจะปล่อยให้หลินเจียจวินเจรจาขอสิทธิ์การจัดการพื้นที่โฆษณาของเจียงเฉิง เพราะถ้าเขาได้รับสิทธิ์นั้นมา เขาก็จะได้ผลประโยชน์มหาศาลแน่นอน
เขารู้สึกโล่งใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม เจียงเฉิงนั้นแตกต่างจากชิงโจวอย่างสิ้นเชิง หลายทศวรรษหลังจากนี้ในชาติที่แล้วของเขา มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับสิทธิ์จัดการพื้นที่โฆษณาของเจียงเฉิง
ซึ่งเขาจะต้องคิดโครงการที่จะนำผลประโยชน์มาสู่เจียงเฉิงในทันที
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็ไม่สามารถคิดหาวิธีที่พอจะเป็นไปได้เลย
“ช่างเถอะ ไว้ค่อยคิดใหม่ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ใช่คนดื้อรั้น หากคิดไม่ออก เขาก็ไม่คิดมันต่อ เขาวางบุหรี่ในมือแล้วลุกขึ้นไปหาหลินชิงเหอต่อ
“ก็อก ก็อก ก๊อก ! ”
ทว่าขณะที่เขาลุกขึ้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เจียงเสี่ยวไป๋เดินไปเปิดประตู และคนที่มาก็คือหลินเจียจวิน
“พี่จวิน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวทักทายและหลีกทางให้เขาเข้ามาในห้อง
หลังจากที่หลินเจียจวินเข้าห้องมา เขาก็เห็นควันบุหรี่ลอยเต็มห้องนั่งเล่น จึงเอามือมาปัด “นายสูบบุหรี่ไปกี่มวนแล้ว ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผมกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ตอนนี้ แต่ก็คิดไม่ออก จึงเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบสองสามมวน”
หลินเจียจวินจึงถามด้วยความประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น ? มีอะไรที่คนอย่างนายคิดไม่ออกกัน เป็นเรื่องที่หาได้ยากจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ปิดบังอะไร และเล่าเรื่องที่เขาคุยกับเจียผิงเล่อให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง
หลังจากได้ยิน หลินเจียจวินก็เงียบไปเป็นเวลานาน
เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการสิทธิ์ในการจัดการพื้นที่โฆษณากลางแจ้งของเจียงเฉิงเป็นเวลา 50 ปี เหมือนกับที่เขาขอสิทธิ์จากเมืองชิงโจว แต่เงินหนึ่งล้านนั้นยังน้อยไปจริง ๆ
แต่เขาก็ไม่สามารถนึกถึงโครงการอื่นที่เมืองเจียงเฉิงยินดีจะแลกเปลี่ยนกับเงินหนึ่งล้านนี้ได้จริง ๆ ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “ถ้านายยังคิดเรื่องนี้ไม่ออก แต่ขอให้ฉันไปเจรจาให้ มันคงเป็นการยากที่จะบรรลุเป้าหมาย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมรู้ ดังนั้นผมจึงไม่เร่งรีบอะไร และจะรอจนกว่าผมจะคิดออก”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ที่จริงแล้วทำไมนายถึงยืนกรานที่จะทำสัญญาตั้ง 50 ปี ? หากนายลดเวลาหรือลดพื้นที่ลง เมืองเจียงเฉิงอาจจะเห็นด้วยก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผมชอบกินคนเดียว ไม่อยากแบ่งปันให้ใคร”
หลินเจียจวินยิ้ม ที่จริงแล้วเขาไม่ค่อยเข้าใจถึงคุณค่าของสิทธิ์การจัดการพื้นที่โฆษณากลางแจ้งเท่าไหร่ แต่ด้วยความไว้วางใจในตัวเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจึงพูดว่า “มันขึ้นอยู่กับนาย อย่างไรก็ตามนายเป็นคนตัดสินใจ ส่วนฉันจะดูแลเรื่องธุระและเรื่องการเจรจาให้เอง ไม่ต้องกังวล”
หลังจากพูดจบ เขาก็เปลี่ยนหัวข้อ “ฉันได้จัดการห้องพักให้ลี่ลี่และน้องสาวของนายแล้วนะ เรื่องห้องของพวกเธอไม่ต้องห่วง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ขอบคุณพี่อีกครั้งที่ยอมเป็นธุระให้กับผม ! ”
หลินเจียจวินยิ้ม “พูดถึงเรื่องนี้ ตอนเย็นนายมีแผนจะไปที่ไหนบ้าง ? ฉันว่าจะพาพวกเขาไปทานอาหารที่บ้านดีไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “พี่ซิงเหอมาที่นี่ และเราตกลงที่จะไปทานอาหารเย็นด้วยกันในวันนี้ครับ”
ใบหน้าของหลินเจียจวินสว่างขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “เขามาที่นี่ ก็แสดงว่ารถที่นายสั่งมาถึงแล้วใช่ไหม ? ”
ในบรรดารถเหล่านั้น มีรถคันหนึ่งเป็นของเขา
เขาไม่เคยขับรถนำเข้ามาก่อนสักครั้งในชีวิต
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกามาถึงท่าเรือแล้ว และจะถูกส่งมายังเจียงเฉิงภายในไม่กี่วันนี้ครับ”
“เมื่อถึงเวลา ผมจะทิ้งแลนด์โรเวอร์และดอร์จแรมชาร์จเจอร์ไว้ให้พี่อย่างละคัน พี่ก็หาที่จอดรถเผื่อของผมด้วย ในอนาคตหากผมมาเจียงเฉิง ผมจะได้มีรถขับ”
“แลนด์โรเวอร์ ! ” หลินเจียจวินดีใจมาก “นั่นเป็นรถที่ยอดเยี่ยมมาก”
ตั้งแต่ที่รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อรถนำเข้า เขาก็เริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ต่างประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะรถหกยี่ห้อที่เจียงเสี่ยวไป๋สั่งซื้อไป ได้แก่ เชอโรกี, แลนด์โรเวอร์, ดอร์จแรมชาร์จเจอร์, เมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE, บีเอ็มดับบลิว 3E30 และปอร์เช่ 944 เขาศึกษามาหมดแล้ว และรู้ว่ารถแลนด์โรเวอร์นั้นดีมากในบรรดายี่ห้อรถเหล่านี้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ดาบที่ดีต้องมอบให้กับวีรบุรุษ ม้าที่ดีย่อมมีอานที่ดี และแน่นอนว่าผมต้องเลือกรถที่ดีที่สุดให้พี่อยู่แล้ว”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “ฉันจะไม่สุภาพกับนาย เพื่อตอบแทนที่นายให้รถที่ดีที่สุดกับฉัน ฉันจะหาวิธีเจรจากับเจียผิงเล่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดมาให้นาย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและไม่ได้จริงจังกับคำพูดตลกนี้
เมื่อผู้คนมีความสุข พวกเขามักจะพูดเรื่องตลกเพื่อทำให้อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือหลินเจียจวินกลับคิดวิธีแก้ปัญหาได้จริง ๆ
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง
ทว่าตอนนี้หลินเจียจวินยังคิดไม่ออก
ทั้งสองพูดกันต่อไม่กี่คำ จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็มองดูนาฬิกาของเขา ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงแล้วและพูดว่า “พี่ซิงเหออยู่ห้องถัดไป ตอนนี้เขาคงจะพักผ่อนเต็มที่แล้ว ไปที่ห้องของเขากันเถอะ ! ”
หลินเจียจวินพยักหน้าเห็นด้วย
จากนั้น ทั้งสองลุกขึ้นและไปที่ห้องของหลินซิงเหอ
หลินซิงเหอพบกับหลินเจียจวิน จากนั้นก็ได้พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกัน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่ซิงเหอ มีข่าวดีอีกอย่างที่ผมลืมบอกพี่ หนังสือของเหล่าหลินได้รับการตีพิมพ์แล้วนะครับ”
“พี่สามารถไปซื้อได้แล้วที่ร้านหนังสือซินหัวสาขาเจียงโขว่ ! ”
หลินซิงเหอมีความสุขมากหลังจากได้ยินเรื่องนี้ เขาจับมือหลินเจียจวินและกล่าวขอบคุณ “ฉันขอขอบคุณแทนพ่อของฉันมากที่คุณช่วยให้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมา ! ”
หลินเจียจวินโบกมือ “อย่างไรซะเราก็มีแซ่หลินเหมือนกัน ครอบครัวเดียวกันไม่จำเป็นต้องพูดแบบนี้”
หลินซิงเหอหัวเราะ “ไม่พูดแล้ว วันนี้ฉันจะเลี้ยงคุณเอง ฉันไม่ได้ดื่มกับเสี่ยวไป๋เมื่อครั้งที่แล้ว ดังนั้นวันนี้ฉันต้องดื่มกับเขาให้ได้”
หลินเจียจวินยิ้ม “ไม่มีปัญหา ต้องถามเสี่ยวไป๋แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นดื่มน้อย ๆ ก็ได้อยู่ครับ”
หลินซิงเหอดีใจมากและพูดว่า “ไปกันเถอะ ฉันรู้จักร้านอาหารดี ๆ แต่อยู่ที่ปากแม่น้ำ”
“ไปที่ร้านหนังสือซินหัวที่เจียงโขว่เพื่อซื้อหนังสือของพ่อฉันก่อน แล้วฉันจะฝากเสี่ยวไป๋ช่วยนำหนังสือไปให้พ่อของฉันด้วย”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “พี่ซิงเหอ ไม่จำเป็นต้องซื้อหรอก เสี่ยวไป๋ซื้อไปแล้ว ! ”
หลินซิงเหอมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างรู้สึกขอบคุณ และพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ขอบคุณมากนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือปัด “พี่ซิงเหอ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย ไปกันเถอะครับ ! ”