ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 906 ได้ข้อสรุปโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังแล้ว
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 906 ได้ข้อสรุปโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังแล้ว
ตอนที่ 906 ได้ข้อสรุปโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังแล้ว
จากนั้น ทั้งสามคนก็ออกไป
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในล็อบบี้ของเกสต์เฮาส์ เขาก็พบกับติงจวิ้นเจี๋ยที่มายืนอยู่ตรงนั้น
“จวิ้นเจี๋ย ทำไมนายถึงมาที่นี่ ? ” หลินเจียจวินถามด้วยรอยยิ้ม
ติงจวิ้นเจี๋ยเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “พี่จวิน ผมมาเพื่อพบพี่เจียง”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋เห็นติงจวิ้นเจี๋ย เขาก็รู้สึกเครียดขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปพูดกับหลินซิงเหอและหลินเจียจวินว่า “รอผมแปปหนึ่งนะครับ”
หลินเจียจวินยิ้ม “รออะไรอยู่เล่า ไหน ๆ เขาก็มาที่นี่แล้ว ไปทานอาหารเย็นด้วยกันนี่แหละ หากมีอะไรจะคุยก็สามารถพูดคุยขณะทานอาหารได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น ติงจวิ้นเจี๋ยมาหาที่นี่ เกรงว่าเขาจะกินข้าวไม่อร่อยน่ะสิ
ในตอนนั้น ติงจวิ้นเจี๋ยก็พูดว่า “พวกคุณกำลังจะไปทานอาหารเย็นเหรอครับ ต้องขอโทษด้วยที่มารบกวน แต่ผมมาที่นี่เพื่อมารับพี่เจียงโดยเฉพาะ”
หลินเจียจวินขมวดคิ้ว “พ่อของฉันเรียกเขาไปพบงั้นเหรอ ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยพยักหน้า
หลินเจียจวินพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ใกล้จะเลิกงานแล้ว ทำไมพ่อถึงเรียกเขาไปในเวลานี้ล่ะ ? ”
เขาแค่สงสัย แต่ไม่ได้ถามออกมาจริงจัง เขาโบกมือแล้วพูดว่า “งั้นพวกนายไปเถอะ ! ”
หลินซิงเหอรู้ดีอยู่แล้วว่าพ่อของหลินเจียจวินคือใคร และพูดว่า “เอาล่ะ เสี่ยวไป๋ ไปก่อนเถอะ ถ้าเสร็จแล้วก็มากับเลขาติง เราจะรอคุณ”
ติงจวิ้นเจี๋ยเหลือบมองหลินซิงเหอและพูดด้วยความประหลาดใจ “คุณรู้จักฉันด้วยเหรอ ฉันขอโทษ ฉันควรเรียกคุณว่าอะไรดี”
เขามั่นใจว่าเขาไม่เคยเห็นหลินซิงเหอมาก่อน
หลินซิงเหอกล่าวว่า “ฉันชื่อหลินซิงเหอ ทำงานในสำนักการค้าต่างประเทศ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “จวิ้นเจี๋ย นายรู้จักพ่อของผู้อำนวยการหลินดี พ่อของเขาคือคุณหลินฉางเกิง”
ติงจวิ้นเจี๋ยตอบว่า “อ้อ ครับ” และจับมือทักทายกับหลินชิงเหอ “สวัสดีผู้อำนวยการหลิน จะว่าไปแล้วเราทั้งคู่ต่างก็มาจากชิงโจว มีอะไรไว้เราติดต่อกันในภายหลังนะครับ”
หลินซิงเหอรับคำเช่นกัน
หลินเจียจวินพูดกับติงจวิ้นเจี๋ยและเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะไปดื่มชาที่โรงน้ำชาจิงซีรอ หลังจากพวกนายเสร็จธุระแล้วก็ค่อยไปกินข้าวกันต่อ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและจากไปพร้อมกับติงจวิ้นเจี๋ย
ในไม่ช้า เจียงเสี่ยวไป๋ก็พบว่ารถไม่ได้ขับไปที่สำนักงานของหลินต้ากั๋ว จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “จวิ้นเจี๋ย เรากำลังจะไปไหนกัน ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “ทะเลสาบไป๋ซา ที่ตั้งสำนักงานโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวัง”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็จำได้ว่าตัวเขาเองดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของสำนักงานล็อตเตอรี่แห่งความหวัง
ครั้งหนึ่ง หลินต้ากั๋วขอให้เขาหาเวลาไปเยี่ยมชมสำนักงาน แต่เขาไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้ง
สำนักงานของโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังตั้งอยู่ในศูนย์ปฏิบัติงานทหารผ่านศึกที่ทะเลสาบไป๋ซา เดิมนี่คือบ้านพักต่างอากาศหลังเก่าที่ราชวงศ์ก่อนทิ้งไว้ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบไป๋ซาพร้อมทิวทัศน์ที่สวยงาม
เมื่อเขามาถึง หลินต้ากั๋วนั่งอยู่ในสำนักงานกำลังมองดูทะเลสาบนอกหน้าต่าง
เมื่อได้ยินเสียงของเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา เขาก็ค่อย ๆ หันกลับไปและพูดว่า “มาถึงสักทีนะ ? ”
“ลุงรอง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายเขาด้วยความเคารพ “ทำไมลุงถึงเรียกผมให้มาที่นี่ครับ”
หลินต้ากั๋วชี้ไปรอบ ๆ สำนักงานแล้วพูดว่า “นี่คือสำนักงานของนาย ถ้าฉันไม่เรียกนายมา นายจะไม่มาด้วยตัวเองหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่คาดคิดว่าสำนักงานที่สวยงามแห่งนี้จะเป็นของเขาเอง เขายิ้มเจื่อนและพูดว่า “หน้าที่ของผมมีแค่ช่วยวางแผนและแสดงความคิดเห็น ไม่จำเป็นต้องสร้างสำนักงานจริง ๆ ให้ผมก็ได้ครับ”
ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่เขาก็มีความสุขมาก
ในอนาคต มันคงจะดีถ้าเขามาที่เจียงเฉิงแล้วได้มานั่งเล่นที่นี่ สถานที่แห่งนี้เงียบสงบ เขาสามารถมานั่งคิดแผนโครงการต่าง ๆ ได้ที่นี่อย่างสบายใจ
โดยเฉพาะในฤดูร้อน มันคงรู้สึกผ่อนคลายมากถ้าได้ทำงานไปพร้อมกับรับลมทะเลสาบที่พัดโชยมาเบา ๆ
หลินต้ากั๋วยิ้ม “คราวนี้ที่ฉันเรียกนายมาที่นี่ อย่างแรกคือฉันอยากให้นายมาดูสำนักงานที่ฉันเตรียมไว้ อย่างที่สองคือฉันอยากเล่าให้นายฟังเกี่ยวกับการดำเนินงานของโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวัง”
เดิมทีเจียงเสี่ยวไป๋คิดว่าหลินต้ากั๋วเรียกเขามาที่นี่เพื่อพูดคุยสองเรื่องนั้น แต่ไม่คิดว่าเขาต้องการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินงานของโครงการล็อตเตอรี่
ซึ่งนี่เป็นโปรเจ็กต์ที่เขาใส่ใจมากเหมือนกัน เขาจึงถามทันที “ลุงรอง แล้วมีการตัดสินใจแล้วหรือยัง ? ”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า “หลังการประชุม พวกเขาเห็นด้วยกับคำขอของนายและมอบสิทธิ์การจัดการโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังให้กับนาย แต่อัตราค่าคอมมิชชั่นให้ได้เพียง 15 % เท่านั้น ซึ่งรวมถึงต้นทุนทั้งหมดในการสร้างแหล่งขายล็อตเตอรี่ด้วย”
เดิมทีเจียงเสี่ยวไป๋เสนอไปที่ 20 % แต่ตอนนี้เขาได้มาเพียง 15 % ซึ่งน้อยกว่าที่คาดไว้ 5 %
แต่ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับไม่สนใจในเรื่องนี้
เพราะเขาไม่ได้คาดหวังที่จะทำเงินได้มากมายจากสิ่งนี้ สำหรับเขา การได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการถือเป็นผลกำไรอยู่แล้ว
“ฝั่งของผมไม่มีปัญหา แต่ด้วยวิธีนี้ ค่าคอมมิชชั่นแค่ 15 % จะทำให้ผลกำไรที่มณฑลจีนตอนกลางจะต้องแบ่งให้กับเมืองชิงโจวจะน้อยลงไปด้วย”
หลินต้ากั๋วโบกมือปัด “แต่นี่ไม่สำคัญ และมันเป็นเรื่องระยะยาว ไว้ค่อยจัดการทีหลัง”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินสิ่งที่หลินต้ากั๋วพูด เขาก็รู้สึกเครียดน้อยลงและถามว่า “ลุงมีข้อกำหนดเฉพาะอะไรไหมครับ ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ตามแผนของนาย การจับรางวัลล็อตเตอรี่มีกำหนดจะจัดขึ้นทุกวันศุกร์ ถ่ายทอดสดตามสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑลจีนตอนกลาง เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมปีหน้า และหมายเลขล็อตเตอรี่จะประกาศในวันถัดไปในหนังสือพิมพ์รายวันของเมืองระดับจังหวัด”
เขาเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดต่อ “อีกนัยหนึ่ง นายต้องทำร้านขายล็อตเตอรี่แห่งความหวังไว้ทุกเมืองในภูมิภาคจีนตอนกลางของเราให้เสร็จก่อนเดือนมีนาคม”
วันนี้คือวันที่ 15 มกราคม และเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนครึ่งเท่านั้นที่จะถึงเดือนมีนาคม
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหาครับ ผมจะสร้างร้านขายล็อตเตอรี่มากกว่า 50 แห่งในเจียงเฉิง และแผงขายล็อตเตอรี่มากกว่า 3 แห่งในเมืองระดับเทศมณฑลก่อนเดือนมีนาคม นอกจากนี้เรายังรับประกันด้วยว่าจะมีจุดขายอย่างน้อยหนึ่งแห่งในแต่ละเมือง”
ภูมิภาคจีนตอนกลางมีพื้นที่รวม 185,900 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองเป็นนครระดับจังหวัด 13 แห่ง, เขตการปกครองตนเอง 3 แห่งและเขตป่าไม้ 1 แห่ง ในจำนวนนี้ยังแบ่งเป็น 39 เขต, 26 เมืองระดับเทศมณฑล, 35 เทศมณฑล, เขตการปกครองตนเองระดับเทศมณฑล 2 แห่ง และเขตการปกครองระดับจังหวัด 1 แห่ง รวมเป็น 103 หน่วยงานระดับเทศมณฑล
หากยึดตามคำสัญญาที่ให้ไว้ นั่นหมายความว่าภายในเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง เขาต้องสร้างแผงขายล็อตเตอรี่ขึ้นมาอย่างน้อย 200 แห่ง
ภาระงานนั้นไม่ใช่น้อย ๆ
ซึ่งก็มีเทศกาลตรุษจีนเข้ามาคั่นตรงกลางอีก
เทศกาลตรุษจีนในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ต่างจากคนรุ่นหลังมาก เพราะช่วงตรุษจีนของคนรุ่นหลังจะหยุดยาวเพียง 7 วันเท่านั้น
แต่เทศกาลตรุษจีนในสมัยนี้ โดยพื้นฐานแล้วเริ่มหยุดตั้งแต่วันที่ 24 ของเดือน 12 ไปจนถึงวันที่ 15 ของเดือนที่ 1 ซึ่งเป็นเวลามากกว่า 20 วันที่ผู้คนจะไม่ทำงานกัน
มีแม้กระทั่งความเชื่อที่ว่า ห้ามผู้คนออกไปข้างนอกในช่วงเดือนแรกของปีด้วย
ดังนั้น ระยะเวลาจริงที่เจียงเสี่ยวไป๋จะได้ดำเนินการนั้นจึงน้อยกว่าหนึ่งเดือน
หลินต้ากั๋วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “นายแน่ใจเหรอว่าจะสามารถสร้างแผงขายล็อตเตอรี่มากกว่า 200 แห่งขึ้นมาได้ทันในระยะเวลาอันสั้นแบบนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ลุงรอง ไม่ต้องกังวล ในเมื่อผมพูดไปแล้ว ผมต้องทำมันได้แน่นอนครับ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “งั้นในเมื่อนายพูดมาแบบนี้ ฉันก็รู้สึกโล่งใจ”
คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ในการทำยอดขายได้ 1.5 พันล้านหยวนผ่านสองกิจกรรมในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วันที่จะทำแผงขายล็อตเตอรี่มากกว่า 200 แห่งในหนึ่งเดือน !
หลินต้ากั๋วคิดเช่นนั้น