ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 908 พี่น้องพบกัน
ตอนที่ 908 พี่น้องพบกัน
ตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้กลับไปที่เกสต์เฮาส์
เขาไปที่ห้องของหวังผิงเป็นอันดับแรก
“นายเพิ่งกลับมาเหรอ ? ”
เมื่อเปิดประตูมา หวังผิงก็ดูงัวเงียมาก และหาวออกมาหนึ่งทีเมื่อเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ขอโทษที่มาดึกไปหน่อย ฉันมารับชานชานและถิงถิง”
หวังผิงอาศัยอยู่ในห้องเดี่ยว การนอนกับหวังกังคนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่การมีเจียงชานและเจียงถิงอยู่ในห้องนั้นไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่
หวังผิงกล่าวว่า “หลินเจียลี่และเจียงเสี่ยวชิงอุ้มพวกเธอไปนอนด้วยแล้ว เห็นว่าพวกเธอจะเอาเด็ก ๆ ไปนอนด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ารับ
จากนั้น เขาก็ขอตัวจากหวังผิงแล้วกลับห้องไปพักผ่อน
เมื่ออาบน้ำเสร็จ เขาก็เข้านอน
วันรุ่ง ซึ่งเป็นเวลากลับชิงโจวแล้ว
เครื่องบินจากเจียงเฉิงไปชิงโจวยังคงเป็นเที่ยวบิน tu_146
ไม่มีห้องโดยสารชั้นหนึ่งบนเครื่องบินขนาดเล็กลำนี้ และมีเพียงยี่สิบสี่ที่นั่งในสองแถว
เมื่อเที่ยวบินกลับมาให้บริการใหม่อีกครั้ง แต่ละวันจึงมีเพียงสองเที่ยวบินเท่านั้น
แต่คราวนี้พนักงานจากเจียงเจียกรุ๊ปมีมากกว่าร้อยคน รวมถึงคณะผู้นำจากชิงโจว ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาสามวันกว่าที่ทุกคนจะกลับไปชิงโจวจนครบทุกคน
นี่คือสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เคยคิดมาก่อน
แต่มันไม่สำคัญ
อย่างไรก็ต้องกลับก่อน ไม่ว่าพนักงานคนอื่นจะต้องอยู่ต่ออีก 2 วันก็ตาม ถือซะว่าเป็นวันหยุดชดเชยการทำงานหนักของพวกเขา
ดังนั้นในเที่ยวบินแรกจึงมีเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียลี่ เจียงเสี่ยวชิง หวังผิง เด็กทั้งสามคน พร้อมด้วยเมิ่งเสี่ยวเป่ย เฉินอันผิง เจียงเสี่ยวเยว่ และพนักงานระดับสูงของเจียงเจียกรุ๊ป รวมถึงจางอี้เต๋อ ถังจิงเทียน และผู้นำคนอื่นต่างก็ได้ขึ้นเที่ยวบินแรกนี้ แน่นอนว่าที่นั่งเต็มทุกที่
นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเสี่ยวเยว่ หวังผิง เจียงถิง และหวังกังได้ขึ้นเครื่องบิน แม้ว่าพวกเขาจะตื่นเต้น แต่ประสบการณ์การบินก็ไม่ค่อยดีนัก เพราะเจียงถิงยังคงเมาเครื่องเล็กน้อย
หลังลงจากเครื่องบินแล้ว เธอก็ยังกังวลและบอกว่าการขึ้นเครื่องบินนั้นไม่ได้วิเศษอะไรเลย
หวังกังยังกล่าวอีกว่า “การขึ้นเครื่องบินก็เป็นแบบนี้นี่เอง ! ”
มันไม่ได้ดีอย่างที่เด็กน้อยคิด
มีเพียงเจียงชานเท่านั้นที่ยังคงตื่นเต้นและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “แต่อย่างไรการขึ้นเครื่องบินก็ดีกว่า เพราะเราจะได้ไปถึงชิงโจวภายในหนึ่งชั่วโมง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แม้ประสบการณ์การขึ้นเที่ยวบิน tu_146 จะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ช่วยประหยัดเวลาได้จริง ๆ
จากนั้นเป็นต้นมา การเดินทางก็จะสะดวกยิ่งขึ้น
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าสนามบิน ก็มีรถมินิบัสที่ทางเทศบาลจัดไว้รอรับพวกเขาอยู่แล้ว
ทุกคนขึ้นรถมินิบัสแล้วตรงไปที่สำนักงานเทศบาลก่อน
จางอี้เต๋อ ถังจิงเทียน และผู้นำเมืองคนอื่น รวมถึงเจียงเสี่ยวไป๋ต่างลงจากรถ และคนอื่นที่เหลืออย่างเมิ่งเสี่ยวเป่ย เจียงเสี่ยวเยว่ก็ถูกส่งไปที่โรงงานที่ตนเองทำงาน
เจียงเสี่ยวไป๋ลงที่นี่เพราะรถของเขาจอดอยู่ที่นี่
“นายกเทศมนตรีจาง รองนายกเทศมนตรีถัง”
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบกุญแจรถออกมาแล้วลาทั้งสอง
จางอี้เต๋อพูดว่า “ทำไมนายถึงรีบกลับล่ะ ไปนั่งในออฟฟิศแล้วพูดคุยกันก่อนสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมได้บอกคุณทุกอย่างที่ผมควรรายงานแล้ว ดังนั้นคิดว่าคงไม่มีอะไรพูดอีก”
บนเครื่องบิน เขาได้พูดคุยเกี่ยวกับการสร้างร้านขายล็อตเตอรี่ให้ทั้งสองคนฟังแล้ว
จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนดูเหมือนจะไม่พอใจและต้องการคุยกับเขาอีกครั้ง
ท้ายที่สุดแล้ว ก็ต้องมีการแบ่งปันผลกำไรให้กับเมืองชิงโจวอยู่ดี
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คิดที่จะพูดคุยกับพวกเขาอีก เพราะเขาอยากกลับไปหาภรรยาของเขาแทบแย่แล้ว
ไม่นาน เขาก็มาถึงสปานวดเท้า
ทันทีที่เขาเข้าประตูไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็เห็นหลินเจียอินและหลินเจียลี่กำลังกอดกัน สองพี่น้องไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้วและดูเหมือนพวกเธอมีเรื่องมากมายที่อยากพูดคุยกัน
เจียงชานก็อยู่ข้าง ๆ พวกเธอทั้งสองและพูดคุยไม่หยุด
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
ในที่สุด สองพี่น้องก็ได้พบกัน !
หลังจากเกิดใหม่ ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น แต่สิ่งเดียวที่ภรรยาของเขาเสียใจก็คือเธอยังไม่ได้พบกับน้องสาวของเธอเลย
แต่ในที่สุด ความเสียใจนี้ได้รับการชดเชยแล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง หวังกังกำลังพูดคุยกับเฝิงเยี่ยนหงอย่างตื่นเต้น ในขณะที่หวังผิงก็มองดูสองแม่ลูกคุยกันอย่างมีความสุข
ส่วนเจียงเสี่ยวชิงและเจียงถิงก็กำลังเดินดูรอบ ๆ ร้านอย่างสนุกสนาน
“ผู้ช่วยเจียง ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของคุณด้วยค่ะ ! ”
เมื่อเฉินซินเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา เธอก็วิ่งไปหยิบกระเป๋าของเขาและพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า เธอดูเอาใจใส่เขามากเป็นพิเศษ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เธอดูสุภาพมาก มีแผนอะไรในใจหรือเปล่า ? ”
เขาไม่เคยเห็นเธอเดินมารับกระเป๋าให้เขาแบบนี้มาก่อน
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าเธอใส่ใจเขามากในวันนี้ และเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกระวังตัว
เฉินซินยิ้มและพูดว่า “ฉันไม่ได้มีแผนอะไรในใจหรอก แต่เป็นเพราะคุณนำความสำเร็จมาสู่บริษัทของเรา ฉันจึงรู้สึกมีความสุข”
เจียงเสี่ยวไป๋เม้มริมฝีปากอย่างไม่เชื่อ
เฝิงเยี่ยนหงยิ้มและพูดว่า “เธอได้ยินเสี่ยวกังและชานชานบอกว่าได้ขึ้นเครื่องกลับมา เธอจึงอยากให้พี่ซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอบินไปเจียงเฉิงสักสองสามวัน”
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจทันที
เฉินซินกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง อุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดในบริษัทมีส่วนร่วมในงานนี้ แต่มีเพียงแค่บริษัทคังเหมยเล่อของฉันเท่านั้นที่ไม่มีส่วนช่วย ฉันจึงอยากจะเปิดสปานวดเท้าเพิ่มด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “คังเหม่ยเล่อที่เธอดูแลอยู่ไม่ได้เป็นกิจการเดียวที่ไม่มีส่วนช่วย ? บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทวิศวกรรมก่อสร้าง บริษัทตกแต่งภายใน บริษัทให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัทใดที่ฉันพูดมานี้มีส่วนช่วยบ้าง ? ”
เฉินซินชะงักไป และพูดอย่างไม่พอใจว่า “มันจะเหมือนกันได้อย่างไรคะ ทั้งสองเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ผลิตสินค้าและไม่สามารถมีแฟรนไชส์ได้ แต่คังเหม่ยเล่อแตกต่างออกไป”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “แล้วโรงงานเฟอร์นิเจอร์ล่ะ ? บริษัทขายผัก ? พวกเขาก็ไม่ได้มีส่วนช่วยในงานนี้เหมือนกัน ! ”
เฉินซินพูดไม่ออกทันที
เมื่อเห็นท่าทางผิดหวังของเธอ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มและพูดว่า “แต่เธอก็ไปเจียงเฉิงได้นะ”
เฉินซินยิ้มอย่างมีความสุขทันทีและพูดด้วยความตื่นเต้น “ผู้ช่วยเจียง คุณเห็นด้วยที่ฉันจะไปเจียงเฉิงใช่ไหมคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สปานวดเท้าทั้งสามแห่งในเจียงเฉิงกำลังอยู่ในขั้นตอนการตกแต่งภายใน และพนักงานนวดที่พวกเขาคัดเลือกมาก็กำลังฝึกอบรม เธอซึ่งเป็นผู้จัดการใหญ่สามารถเข้าไปดูแลส่วนนั้นได้”
เฉินซินดีใจมาก แต่กลัวว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยังไม่เห็นด้วย เธอจึงรีบถามว่า “แล้วฉันควรจะไปเมื่อไหร่ดีคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดว่า “ติดต่อหลี่อิงจวิ๋น แล้วดูว่าเขาว่างเมื่อไหร่ หากเขาว่างก็ไปด้วยกัน ! ”
ตอนนี้ หยวนหยวน สวีน่าน่า และโจวเสี่ยวฟางกำลังฝึกอบรมพนักงานนวดในเจียงเฉิง ในฐานะผู้จัดการฝ่ายทักษะของคังเหม่ยเล่อ หลี่อิงจวิ๋นจำเป็นต้องไปให้คำแนะนำอย่างน้อยสองสามวัน
ส่วนเฉินซินเป็นผู้จัดการใหญ่ของคังเหม่ยเล่อ สปานวดเท้าทั้งสามแห่งในเจียงเฉิงจะเปิดในปีหน้า และเธอต้องไปดูร้านที่นั่นสักครั้ง
ดังนั้นที่เฉินซินจึงพูดออกไป เจียงเสี่ยวไป๋จึงเห็นด้วย
เฉินซินพูดอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ขอขึ้นเครื่องบินด้วยได้ไหมคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจว่าเธอจะไปอย่างไร เขาแค่พูดว่า “แล้วแต่เธอ ! ” จากนั้นจึงไปคุยกับหลินเจียอินต่อ
“ไม่กี่วันมานี้ คุณได้มาในเมืองบ้างหรือเปล่า ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามเธออย่างอ่อนโยน
หลินเจียอินพยักหน้า “ฉันมาอยู่กับเยี่ยนหงทุกวัน โดยให้เฉินซินไปรับไปส่ง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ภรรยาของผมทำงานหนักอีกแล้ว ! ”
เมื่อได้ยิน เฉินซินที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดอย่างไม่พอใจ “ผู้ช่วยเจียง ฉันต่างหากที่ทำงานหนัก โอเคไหม ? ” เธอยิ้มและพูดว่า “แต่เพราะคุณยอมให้ฉันขึ้นเครื่องบิน ฉันจะไม่ติดใจเอาความกับคุณ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองเธอ ผู้หญิงคนนี้เริ่มต่อปากต่อคำมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เธอยังกล้าขัดจังหวะเมื่อเขากำลังคุยกับภรรยาด้วย
ขนาดเจียงชานยังรู้กาลเทศะมากกว่าเธอเสียอีก
หลังจากที่เขานั่งลงข้างภรรยา ลูกสาวของเขาก็ได้หลีกทางให้พ่อกับแม่คุยกัน
แต่มีเพียงน้องสาวภรรยาของเขาเท่านั้นที่ดูจะไม่พอใจสักเท่าไหร่
ดูเหมือนเจียงเสี่ยวไป๋จะแย่งพี่สาวของเธอไปทันทีที่เขามา