ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 914 ฆ่าหมูปีใหม่
ตอนที่ 914 ฆ่าหมูปีใหม่
หลินเจียอินแนะนำหลินเจียลี่ให้รู้จักกับเจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยู
เจียงเสี่ยวหยูพูดอย่างมีความสุขว่า “พี่ลี่ลี่ พี่และพี่สี่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ปกติพวกพี่ได้เจอกันบ้างไหม ? ”
หลินเจียลี่กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเจียงเฉิงกว้างมาก และเราก็ไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน จึงไม่ค่อยได้พบกันสักเท่าไหร่น่ะ”
เจียงเสี่ยวหยูพยักหน้ารับและถามหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเจียงเฉิง เห็นได้ชัดว่าเธอสนใจมหาวิทยาลัยนี้
หลินเจียลี่ไม่ถือสา ดังนั้นทั้งสองจึงเริ่มพูดคุยกัน
เธอยังสนับสนุนให้เจียงเสี่ยวหยูและเจียงเสี่ยวเหลยเข้ามหาวิทยาลัยเจียงเฉิงในอนาคต
เจียงเสี่ยวหยูจึงเริ่มมีความมั่นใจและหนักแน่นขึ้น
ทว่าเจียงเสี่ยวเหลยกลับไม่สนใจ
อย่างไรก็ตาม เขาเรียนเพียงเพราะพี่ชายของเขาบอกว่าเขาจะได้รับรางวัลเป็นรถจี๊ปหลังจากที่เขาสามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้
หากไม่มีเป้าหมายนี้ เขาคงเลิกเรียนไปแล้ว
หลังจากพูดคุยกันสักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดกับเฝิงเยี่ยนหงว่า “เยี่ยนหง โทรหาหวังผิงบ่ายวันนี้ให้มาทานอาหารเย็นด้วยกันที่บ้านฉัน”
เฝิงเยี่ยนหงพูดว่า “ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันก็ไปที่บ้านของพี่ทุกวัน วันนี้ฉันว่าจะไม่ไป”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แต่วันนี้ไม่เหมือนที่เธอไปแน่นอน พ่อบอกว่าวันนี้จะฆ่าหมู เราจะได้กินซุปกัน”
สิ่งที่เรียกว่า ‘กินซุป’ หมายถึงการฆ่าหมูมาทำกับข้าวกินกันในครอบครัว เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน
คนในชิงโจว หลังจากฆ่าหมูเสร็จแล้ว พวกเขาจะเอาซี้โครงมาตุ๋นในหม้อ จากนั้นจึงหั่นเครื่องใน และเนื้อส่วนต่าง ๆ มาจุ่มในหม้อ
แน่นอนว่าจะขาดเลือดหมูไม่ได้
นอกจากนี้ ยังมีผัดเนื้อจานใหญ่อีกด้วย
เมื่อเฝิงเยี่ยนหงได้ยินว่าจะมีการฆ่าหมู เธอก็ไม่ปฏิเสธและพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าหวังผิงมาก็ไปด้วยกันนี่แหละ”
ในพื้นที่ชนบทหลังจากหมูถูกฆ่า ญาติพี่น้องมักจะถูกเชิญให้มาทานอาหารร่วมกัน และส่วนใหญ่จะไม่มีใครปฏิเสธ
ท้ายที่สุด หมูเพิ่งถูกฆ่า มีหมูให้เลือกกินมากมาย หายากที่จะได้กินเนื้อดี ๆ แบบนี้
แต่เฝิงเยี่ยนหงตกลงที่จะไป ไม่ใช่เพราะเธอต้องการไปกินเนื้อ ด้วยสภาพครอบครัวในตอนนี้ของเธอ การจะกินเนื้อและปลาทุกมื้อก็ไม่ใช่ปัญหา
แต่ที่เธอยอมไปเพราะมันเป็นธรรมเนียม
ไปเพื่อความสนุกสนาน
เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูรู้สึกประหลาดใจมากหลังจากได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋
“พี่ วันนี้ครอบครัวของเรากำลังจะฆ่าหมูปีใหม่งั้นเหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่แล้ว พ่อไม่ยอมฆ่าจนกว่าพวกนายจะกลับบ้าน ฉันเดาว่าตอนนี้หมูน่าจะถูกฆ่าหมดแล้ว กลับไปถึงก็คงได้กินแล้วแหละ”
เจียงเสี่ยวเหลยกล่าวว่า “ผมคิดว่าหมูปีใหม่ปีนี้ถูกฆ่าไปนานแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะยังได้กินมันอยู่”
ตอนนี้เขากำลังเรียนอยู่โรงเรียนประจำ แม้ว่าครอบครัวของเขาจะส่งเงินไปให้มากมาย แต่ก็มีอาหารเพียงไม่กี่อย่างในโรงอาหารของโรงเรียน และมีเมนูที่มีเนื้อสัตว์ไม่มากนัก เขาจึงอยากกินเนื้อมานานแล้ว
เจียงเสี่ยวหยูถามว่า “พี่ แล้วปีนี้เราจะฆ่าหมูกี่ตัว ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นมือขวาออกแล้วทำสัญลักษณ์ ‘เลขหก’
เจียงเสี่ยวหยูแลบลิ้นออกมา “ฆ่าเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ! ”
เมื่อก่อน ครอบครัวของพวกเขาจะฆ่าหมูปีใหม่ปีละหนึ่งตัว แต่ปีนี้ไม่คิดว่าจะฆ่าตั้งหกตัว แล้วจะได้เนื้อหมูมาเยอะแค่ไหนกัน !
เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายเจียงชานแล้วพูดว่า “ชานชาน ไปโทรหาป้าใหญ่ของหนู บอกให้เย็นนี้เธอพาลุงใหญ่และครอบครัวมากินซุปที่บ้านของเราด้วย”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานรับคำสั่งและวิ่งไปโทรศัพท์ทันที
เจียงเสี่ยวหยูมองเจียงชานด้วยความประหลาดใจ หลานสาวของเธอสามารถใช้โทรศัพท์เป็นแล้วงั้นเหรอ ?
แม้แต่เธอก็ยังใช้ไม่เป็นเลย !
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงชานก็วางสายและวิ่งกลับมาพร้อมกับพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ป่าป๊า หนูได้บอกให้ป้าใหญ่พาลุงใหญ่ พี่เสี่ยวปิง และพี่เสี่ยวหงมาด้วย ป้าบอกว่าให้เรากลับไปที่บ้านก่อนได้เลย ไม่ต้องรอพวกเขาค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
พอถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็น หวังผิงก็มา
เมื่อได้ยินว่าพวกเขากำลังจะไปบ้านเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อกินซุปในเย็นนี้ เขาก็พูดด้วยรอยยิ้มทันที “โอเค วันนี้ฉันจะไปบ้านนายแน่นอน”
ดังนั้น ทุกคนจึงออกเดินทางตรงไปที่เจียงวาน
วันนี้มีคนมาที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เยอะเป็นพิเศษ แค่กลุ่มของพวกเขาก็มีครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋สามคน ครอบครัวของหวังผิงสามคน ถ้ารวมเจียงเสี่ยวเหลย เจียงเสี่ยวหยูและหลินเจียลี่ รวมทั้งหมดก็มีเก้าคน เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้เอารถจี๊ปอีกคันให้หวังผิงขับไป
จากรถจี๊ปสิบคันที่ได้มาครั้งล่าสุด เขาได้เอาให้กับข่งชิงเซี๋ยงและเฉินซินคนละคัน ส่วนที่เหลืออีกแปดคันยังไม่ได้จัดสรรให้ใครเป็นพิเศษ
ในหมู่พนักงาน ก็มีแค่เมิ่งเสี่ยวเป่ยและหวังผิง ที่เหลือไม่มีใครรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ได้สั่งซื้อรถนำเข้ามาหลายคัน จึงทำให้ผู้บริหารหลายคนของบริษัทตั้งตารอหวังว่าจะได้รถจี๊ปนี้ไป
แต่เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรออกมา จึงไม่มีใครกล้าถาม
เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้าน บ้านก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคัก
ในคอกหมูนอกประตูรั้ว พรานจางกำลังฆ่าจะหมู สองพี่น้องอย่างเฉิงหยวนชาง เฉินหยวนเซิ่ง เจียงเสี่ยวจี๋ และเจียงเสี่ยวโจวก็กำลังช่วยกันกดตัวหมูไม่ให้ดิ้น ส่วนพรานจางก็เอามีดปลายแหลมออกมาแทงเข้าไปที่คอหมู เมื่อดึงมีดออก จากมีดสีขาวก็กลายเป็นสีแดง เลือดหมูสีแดงสดไหลลงมาในอ่างไม้ที่รองอยู่ด้านล่าง
ด้านหน้าประตูมีโต๊ะไม้และเขียง มีด พร้อมที่จะหมูสับให้เป็นชิ้น ๆ แล้วเอามาแขวนไว้บนราวไม้ไผ่ด้วยเหล็กตะขอสีขาว
ส่วนหูฉางปิงและหูฉางจวินก็ช่วยกันยกถังไม้ที่ใส่น้ำร้อนมาเทลงในอ่างไม้ขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.56 เมตร
พื้นดินที่โรงเลี้ยงหมูเปียกไปหมด มีเลือดและขนหมูกระจัดกระจายเป็นจุด ๆ
“ฆ่าหมู ! ”
“ยังฆ่าหมูอยู่ ! ”
เจียงชานและหวังกังที่มาเห็นพอดีก็กรีดร้องด้วยความตื่นเต้นทันที
หวังผิงเห็นเนื้อหมูจำนวนมากห้อยอยู่ตรงราวไม้ไผ่ เขาจึงถามด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวไป๋ ที่บ้านนายฆ่าหมูกี่ตัวในปีนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “พ่อบอกว่าจะฆ่าทั้งหกตัว ! ”
หวังผิงยกนิ้วให้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขายังไม่เคยได้ยินบ้านไหนฆ่าหมูหกตัวพร้อมกันในปีใหม่เลย
เมื่อเจียงไห่หยางเห็นหวังผิงมา เขาก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม
หวังผิงตะโกนตอบ “ลุงสาม ลุงฆ่าหมูไปกี่ตัวแล้ว ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ตัวนี้คือตัวที่ห้า ฆ่าตัวนี้เสร็จก็จะเหลืออีกแค่หนึ่งตัวแล้ว ! ”
พูดจบ เขาก็ยื่นบุหรี่ให้หวังผิง
“พวกแกเข้ามานั่งพักกันก่อนสิ ! ”
เฝิงเยี่ยนหงและหลินเจียอินต่างก็เข้าไปในบ้าน หลินเจียลี่ เจียงเสี่ยวเหลย และเจียงเสี่ยวหยูรวมถึง เจียงชานและหวังกังยังไม่มีใครอยากเข้าไปในบ้าน เพราะยังอยากดูความสนุกสนานข้างนอกต่อ
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน
“พี่หยวนชาง พี่หยวนเซิ่ง ขอบคุณมากนะครับที่มาช่วย ! ”
“พี่ฉางจวิน พี่ฉางปิง…”
“ลุงจาง วันนี้เหนื่อยนิดหน่อยนะครับ ! ”
เขาเข้าไปทักทายเฉินหยวนเซิ่งและคนอื่นอย่างกระตือรือร้น
ในฐานะเจ้าบ้าน เขาต้องมาทักทายคนที่มาช่วยงานโดยธรรมชาติ
พรานจางกล่าวว่า “นี่คือหน้าที่ของฉัน มันไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย”
ขณะที่เขาพูด เขาก็หั่นเท้าหลังของหมูออก จากนั้นหยิบตะขอเหล็กมันวาวที่มีความหนาประมาณนิ้วก้อยและยาวประมาณ 1.56 เมตร มาเสียบเข้าที่อุ้งเท้า
จากนั้น เขาก็เอาท่อนเหล็กออกมาแล้วเป่าเข้าไปในปากของหมูอย่างแรง
ฮู่ว ฮู่ว ฮู่ว…
หลังจากนั้นไม่กี่นาที หมูทั้งตัวก็กลายเป็นลูกบอลกลมเหมือนลูกโป่งที่พองลม
“ยกขึ้น!”
เฉินหยวนเซิ่ง เฉินหยวนชาง เจียงเสี่ยวจี๋ เจียงเสี่ยวโจวและคนอื่นช่วยกันยกหมูอ้วนที่โปนลงในอ่างไม้ขนาดใหญ่ แล้วแช่ในน้ำร้อน
หลังจากแช่ไว้สองนาที พวกเขาก็ช่วยกันพลิกหมูกลับไปอีกด้าน
ไม่นาน พรานจาง เฉินหยวนชางและคนอื่นก็ช่วยหันยกหมูขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ แล้วเริ่มช่วยกันโกนขนหมูออก
ในไม่ช้า หนังหมูสีขาวชมพูราวหิมะก็ได้เผยออกมา
เมื่อโกนขนเสร็จ พรานจางก็ให้พวกเขายกหมูมาวางไว้บนแคร่ไม้อันใหญ่ ปล่อยให้หมูนอนบนแคร่ไม้ จากนั้นเขาก็เอาน้ำราดลงไปเพื่อล้างขนหมูออก
หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว พรานจางก็ตัดหัวหมูออกด้วยมีดอีโต้ จากนั้นจึงเอาโซ่เหล็กขนาดใหญ่มารัดตรงก้นหมู หลายคนช่วยกันยกหมูขึ้นไปแขวนไว้บนราวไม้ เริ่มผ่าท้องหมู ตัดแบ่งเป็น 2 ส่วน แล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ
เขามีทักษะในการใช้มีดที่ชำนาญมาก ทุกการเคลื่อนไหวของเขาจึงราบรื่นและแพรวพราว