ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 925 ความแตกต่างระหว่างญาติและคนนอก
ตอนที่ 925 ความแตกต่างระหว่างญาติและคนนอก
“เถ้าแก่เจียง หมู่บ้านหวังเจียของเรายากจนมาก ถ้าทำได้ คุณก็ควรมาลงทุนที่หมู่บ้านหวังเจียถูกแล้ว ! ”
“ใช่แล้ว เถ้าแก่เจียง ลุงของคุณทุกคนอยู่ที่หมู่บ้านหวังเจีย และการได้ตั้งโรงงานที่นี่ มันย่อมดีสำหรับพวกเขา”
“หัวหน้าหมู่บ้าน คุณเองก็เป็นเหมือนลุงของเถ้าแก่เจียงด้วย ช่วยพูดกับเถ้าแก่เจียงสักคำสองคำสิ ! ”
“พี่ซิ่วเหวิน ซิ่วอู๋ พวกคุณควรปล่อยให้เถ้าแก่เจียงมาลงทุนที่หมู่บ้านหวังเจียของเราน่ะดีแล้ว เราทุกคนจะสนับสนุนเขาเต็มที่”
“ใช่ หากมีปัญหาอะไร เราก็จะผ่านมันไปด้วยกัน”
“เถ้าแก่เจียง คุณลองเสนอเงื่อนไขอะไรขึ้นมาก็ได้นะ ? เราทุกคนหวังว่าคุณจะตั้งโรงงานในหมู่บ้านหวังเจีย”
“เถ้าแก่เจียง…”
“……”
ชาวบ้านหลายคนในหมู่บ้านหวังเจียพยายามโน้มน้าวใจเขา
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประทับใจกับคำพูดของหวังซิ่วเหวินและหวังซิ่วอู๋เป็นอย่างมาก
คนเป็นญาติและคนนอกมักจะมีความห่วงใยที่แตกต่างกัน
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้สนใจทัศนคติของชาวบ้านเลย
เขาไม่มีทางเปลี่ยนใจเพียงเพราะทัศนคติของคนอื่นได้
อะแฮ่ม ! เจียงเสี่ยวไป๋กระแอมในลำคอ ก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง “คุณลุง คุณป้า พวกคุณไม่ต้องกังวล เนื่องจากผมตัดสินใจที่จะลงทุนตั้งโรงงานในหมู่บ้านหวังเจียแล้ว ก็แสดงว่าผมคิดเรื่องนี้มาดีแล้ว ! ”
เมื่อชาวบ้านได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ พวกเขาก็โล่งใจทันที จากนั้นฝูงชนก็ส่งเสียงเฮลั่นออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อ “ผมขอบอกพวกคุณได้เลยว่าเจียงเจียกรุ๊ปของเราไม่เพียงแต่จะตั้งโรงงานในหมู่บ้านหวังเจียเท่านั้น แต่ยังจะสร้างถนนคอนกรีตให้กับหมู่บ้านหวังเจียด้วย”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกจากปากของเจียวเสี่ยวไป๋ ชาวบ้านก็ตื่นเต้นกันอีกครั้ง
“เถ้าแก่เจียงได้ตัดสินใจแล้ว ไม่สามารถเอาอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้ง่าย ๆ ”
“เถ้าแก่เจียงเป็นเหมือนพระเจ้าที่มีชีวิต เขาจะเข้ามาสร้างโรงงานและสร้างถนนให้กับหมู่บ้านของเรา ! ”
“เถ้าแก่เจียงเป็นคนมีความกตัญญู เขาทำเช่นนี้เพราะลุงของเขาอยู่ในหมู่บ้านหวังเจีย คนแบบนี้ไม่มีทางล้มเหลวแน่นอน”
“ถูกต้อง เขามีลุงและน้า ๆ ตั้งหกคนอยู่ในหมู่บ้านหวังเจีย ! ”
“เราทุกคนต่างก็ได้รับผลประโยชน์จากลุงของเขา ! ”
“ต่อไปนี้ฉันขอให้ลุงซิ่วเหวินและคนอื่นเจริญยิ่งขึ้นไปในอนาคต ! ”
“เราทุกคนในหมู่บ้านหวังเจียมีความเกี่ยวข้องกัน เถ้าแก่เจียงจะสร้างถนนและตั้งโรงงานในหมู่บ้านของเรา อย่างไรเราก็ต้องสนับสนุนเขาในอนาคต”
“เถ้าแก่เจียง หากคุณต้องการที่ดินของฉันในการทำสร้างถนน ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรเลย”
“เถ้าแก่เจียง ฉันเองก็เหมือนกัน ! ”
“เถ้าแก่เจียง บอกฉันมาเถอะว่าคุณต้องการความช่วยเหลืออะไร แม้ว่าครอบครัวของเราจะยากจน แต่เรายังมีกำลังที่จะแลกให้ได้”
“ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“……”
คนชนบทยุคนี้ก็จะประมาณนี้ ตราบใดที่คุณสามารถนำผลประโยชน์และความเจริญเข้ามาให้พวกเขาได้ พวกเขาก็เต็มใจที่จะตอบแทน
คนในชนบทกลัวความยากลำบากมากที่สุด
พวกเขาเรียบง่ายแต่ก็ไม่โง่ พวกเขาตอบแทนความเมตตาของเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเสียงพูดคุยของชาวบ้าน และพูดเสียงดัง “คุณลุงคุณป้า เพื่อสร้างถนนและโรงงานในหมู่บ้านหวังเจีย ผมจำเป็นต้องขุดเจาะภูเขาสองสามลูกหลังหมู่บ้านของพวกคุณเพื่อขุดหิน มาทำถนน ผมหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพวกคุณ”
เมื่อชาวบ้านได้ยินแบบนั้นก็ดีใจทันที
“เถ้าแก่เจียง คุณก็แค่ขุดเอาหินไม่ใช่เหรอ ? ไม่มีปัญหา เพราะคุณขุดเอาหินไปสร้างถนนในหมู่บ้านของเราอยู่แล้ว ! ”
“บนภูเขามีหินมากกว่าต้นไม้และหญ้า เถ้าแก่เจียง คุณสามารถขุดได้มากเท่าที่คุณต้องการเลยนะ”
“เถ้าแก่เจียง คุณสามารถขุดได้ทุกที่ที่คุณเห็นว่าเหมาะสม ฉันหวังเทียน จะไม่คัดค้านอะไรเลย”
“เถ้าแก่เจียง…”
“……”
แต่ชาวบ้านเกือบทั้งหมดแสดงความเห็นออกมาว่าพวกเขาจะไม่คัดค้านในการขุดเจาะหินของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาสามารถขุดหินบนภูเขาได้เท่าที่ต้องการ
เมื่อหวังซิ่วหยุนและหวังเซียงได้ยินแบบนั้น พวกเขาทั้งสองก็มองหน้ากันและยิ้มออกมา จากนั้นพวกเขาก็ตระหนักได้ว่าการก่อสร้างถนนและอาคารโรงงานของเจียงเสี่ยวไป๋ล้วนเป็นเพียงเรื่องบังหน้าเท่านั้น จุดประสงค์หลักของเขาคือต้องการขุดหินดอกเบญจมาศออกมาโดยไม่มีใครสงสัย !
“อาเล็ก ทำไมเสี่ยวไป๋ถึงฉลาดขนาดนี้ ! เขามีความคิดดี ๆ แบบนี้ได้อย่างไร ! ”
หวังเซียงกระซิบด้วยความชื่นชม
หวังซิ่วหยุนตอบว่า “เขาจะกลายเป็นนักธุรกิจใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไรหากว่าเขาไม่ฉลาด ! ”
“อืม อาเล็กพูดถูก ! ”
หวังซิ่วหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้ ในที่สุดเราก็จะได้ขุดหินดอกเบญจมาศได้แล้ว”
“……”
ทั้งสองกระซิบกับอย่างเงียบ ๆ อยู่ข้างหลังฝูงชน ในขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับชาวบ้านทุกคนเสียงดังว่า “คุณลุงคุณป้า ผมขอไปเดินดูรอบ ๆ หมู่บ้านหวังเจียกับรองนายกเทศมนตรีถัง นายอำเภอฉง และหัวหน้าหมู่บ้านก่อน แล้วจะเลือกภูเขาที่เราจะขุดเจาะหิน”
ชาวบ้านต่างก็ตอบว่าไม่มีปัญหา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่ออีกว่า “แต่อย่ากังวลไป ไม่ว่าผมจะเลือกภูเขาลูกไหน ผมก็จะให้ค่าชดเชยแน่นอน”
“นั่นคือเมื่อเราสร้างโรงงานเสร็จแล้ว ครัวเรือนที่ครอบครองพื้นที่บนภูเขาจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าไปทำงานในโรงงานของเรา”
“เมื่อเราสร้างโรงงานและถนน ผมจะเชิญทุกคนในหมู่บ้านหวังเจียให้มาช่วยกัน หากใครทำ ก็จะได้รับค่าตอบแทน จะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับงานที่ทำ ! ”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ชาวบ้านต่างก็มีความสุขมาก พวกเขาทุกคนหวังว่าภูเขาที่เจียงเสี่ยวไป๋เลือกทำเหมืองหินนั้นจะเป็นภูเขาที่พวกเขาถือครองกรรมสิทธิ์อยู่
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องการอธิบายให้ทุกคนฟัง คือถ้าผมเลือกภูเขาลูกไหน ผมก็จะขอทำสัญญาเหมาภูเขานั้นไปเลย ! ”
ชาวบ้านเริ่มสับสนขึ้นมาทันที
จากนั้นก็มีคนถามว่า “เถ้าแก่เจียง หากว่าทำสัญญาขุดเจาะภูเขาไปแล้ว เราจะขึ้นไปบนภูเขาเพื่อตัดฟืนได้ไหม ? ”
ในชนบท ชาวบ้านต้องหาฟืนมาต้มอาหารให้หมู ถ้าพวกเขาขึ้นไปบนภูเขาเพื่อหาฟืนไม่ได้ พวกเขาจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ใช่ ถ้าผมทำสัญญา เพื่อความปลอดภัย ผมจะต้องปิดสถานที่ และจะไม่สามารถขึ้นไปบนภูเขาเพื่อหาฟืนได้ ! ”
บทสนทนาเปลี่ยนไป “แต่ผมบอกแล้วว่าจะชดเชยให้ผู้ถือครองภูเขา เพื่อที่พวกคุณจะได้ไม่ต้องกังวลในอนาคต”
เมื่อได้ยินที่เขาพูด ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจ
จากนั้น หวังเฟิงก็นำถังจิงเทียน ฉงไห่เยี่ยน และเจียงเสี่ยวไป๋ไปดูภูเขาหลังหมู่บ้านเพื่อทำเหมืองหิน ซึ่งมีชาวบ้านหลายคนตามมาด้วย
คนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินอยู่บนคันนาในหมู่บ้านหวังเจีย ถังจิงเทียนมองออกไปดูพวกเขา ด้านหน้าของเขาเป็นผืนดินที่แห้งแล้ง เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นเรือนกระจกที่เอาไว้ปลูกผักนอกฤดูทีละหลัง ข้าง ๆ ล้วนปกคลุมไปด้วยดอกไม้สีขาว
บ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ชำรุดทรุดโทรม จะเห็นได้ว่าหลายครอบครัวอยู่อย่างลำบากยากแค้น
“รองนายกเทศมนตรีถัง สถานการณ์ที่นี่แย่มาก ผืนดินแห้งแล้ง ภูเขาก็มีแต่ดินและหินเต็มไปหมด หมู่บ้านของเราต้องการให้เถ้าแก่เจียงมาตั้งโรงงานที่นี่ เพื่อที่จะเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน”
หวังเฟิงทำหน้าที่ของเขาในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านและตามติดถังจิงเทียนไปตลอดทาง เขาทำหน้าที่แนะนำหมู่บ้านหวังเจียและตัดพ้อในเวลาเดียวกัน
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ตอนนี้เถ้าแก่เจียงตัดสินใจจะมาลงทุนที่นี่แล้ว คุณควรร่วมมือกับเขาให้มาก ๆ ในอนาคต และอย่าทำให้เรื่องนี้ยุ่งเหยิงก็พอ”
หวังเฟิงตบหน้าอกของเขาทันทีและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยรองนายกเทศมนตรีถัง ใครก็ตามที่ไม่กล้าให้ความร่วมมือ ตัดทรัพยากรทางการเงินของหมู่บ้านหวังเจียและทำลายงานของชาวบ้านหมู่บ้านหวังเจีย ผมจะไม่ปล่อยเขาไปเด็ดขาด ! ”
ถังจิงเทียนพูดด้วยความโกรธ “หวังเฟิง คุณเป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้าน แต่ทำไมคุณถึงพูดเหมือนนักเลงอย่างนั้นล่ะ ? ”
หวังเฟิงยิ้มและไม่กล้าพูดอะไรอีก
กลุ่มคนยังคงเดินไปตามเส้นทาง และหยุดเป็นระยะเพื่อดูพื้นที่โดยรอบและสังเกตยอดเขาไปด้วย หลายคนต่างพูดคุยกันว่าภูเขาลูกใดที่จะเหมาะกับการขุดเจาะเอาหิน
อย่างไรก็ตาม เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ใส่ใจกับสถานที่เหล่านี้มากนัก
ไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มคนก็เดินมาถึงภูเขาด้านหลังหมู่บ้าน ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋ หวังซิ่วหยุน และหวังเซียงเคยมาที่นี่เมื่อครั้งก่อน