ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 926 เจียงเสี่ยวไป๋มาที่นี่เพื่อรื้อถอนบ้าน
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 926 เจียงเสี่ยวไป๋มาที่นี่เพื่อรื้อถอนบ้าน
ตอนที่ 926 เจียงเสี่ยวไป๋มาที่นี่เพื่อรื้อถอนบ้าน
บนภูเขาที่นี่มีต้นไม้ไม่มากนักและมีหินขนาดใหญ่โผล่ออกมาทุกที่ หินหลายก้อนถูกปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำและเฟิร์น ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสีดั้งเดิมของหินได้ชัดเจนนัก
เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่ยอดเขานี้และยอดเขาทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าเขา แล้วพูดว่า “จากการสังเกตเบื้องต้นของผม ภูมิประเทศและสภาพดินที่นี่และโดยรอบเหมาะสำหรับการทำเหมืองหิน และคุณภาพของหินที่นี่ก็ดีมาก ผมคิดว่าที่นี่เหมาะสมที่จะสร้างเหมืองหิน”
ถังจิงเทียนมองดูและเห็นว่ามีหินมากมายอยู่ที่นี่จริง ๆ จึงพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าคุณคิดว่ามันได้ ฉันก็ไม่คัดค้านอะไร”
ฉงไห่เยี่ยนเองก็ย่อมไม่คัดค้านอะไรอยู่แล้ว
หวังเฟิงกล่าวว่า “นี่คือภูเขาของน้าเล็กของคุณ และลูกที่อยู่ถัดจากนั้นเป็นของลุงสี่ของคุณ ส่วนอีกลูกเป็นของลุงสาม”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาถ้าผมจะทำสัญญาขุดเจาะที่นี่ ! ”
หวังเฟิงกล่าวว่า “มันต้องไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
“งั้นก็ดีเลยครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “งั้นผมตัดสินใจเอาภูเขาสามลูกนี้ก่อน แล้วเราค่อยไปดูที่อื่นกันต่อ”
หวังเฟิงสะดุ้ง “เถ้าแก่เจียง คุณต้องการทำสัญญาขุดเจาะภูเขากี่ลูกกันแน่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นมือออก “หก” นิ้ว แล้วพูดว่า “ผมมีลุงและน้าชายรวมหกคน งั้นผมจะเอาเนินเขาหกลูกสร้างเป็นเหมืองหินและให้พวกเขาแต่ละคนมาดูแลที่นี่ เพื่อจะได้สามารถหาเลี้ยงชีพตัวเองได้ในอนาคต”
ถังจิงเทียนตกตะลึงเมื่อได้ยินแบบนี้ ตอนที่อยู่ในออฟฟิศ เขาก็สงสัยว่าทำไมเจียงเสี่ยวไป๋ถึงต้องการทำสัญญาขุดเจาะภูเขาหลายลูก ?
ตอนนี่เองที่เขาตระหนักได้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พยายามที่จะยึดภูเขา แต่เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามหาทางออกให้ลุงและน้าชายทั้งหกของเขาจริง ๆ
ไม่น่าแปลกใจที่เขาต้องการทำสัญญาขุดเจาะภูเขาหกลูก ซึ่งจะได้พอดีกับทั้งหกคน
ถังจิงเทียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ จากนั้นก็ได้แต่ส่ายหัว การมีเงินนั้นทำให้คนเราเอาแต่ใจขึ้นมาจริง ๆ
หวังเฟิงและชาวบ้านคนอื่นในหมู่บ้านหวังเจียที่ฟังอยู่ มองไปที่พี่น้องทั้งหกด้วยความอิจฉา
การมีหลานชายอย่างเจียงเสี่ยวไป๋นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี !
ทันทีที่เขาเริ่มดำเนินการ เขาก็แบ่งแต่ละเหมืองให้เหล่าลุงและน้าชายของเขาจัดการเหมืองละคนไปเลย
หลังจากได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ หวังซิ่วเหวิน หวังซิวอู๋ และอีกสี่คนก็รู้สึกว่าพวกเขามีหน้ามีตาขึ้นมา
แต่ในเวลานี้มีคนมากเกินไป และพวกเขาไม่สามารถพูดอะไรได้ พวกเขาทำได้เพียงน้อมรับคำยินดีจากชาวบ้านคนอื่นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
กลุ่มคนเดินไปรอบหมู่บ้านหวังเจียเป็นเวลาเกือบสองชั่วโมง จนเจียงเสี่ยวไป๋เลือกเนินเขาทั้งหกลูกเสร็จ
แน่นอนว่ามีเนินเขาสามลูกที่มีหินดอกเบญจมาศอยู่ด้วย แม้ว่าบนเนินเขาทั้งสามที่เหลือจะไม่มีหินดอกเบญจมาศ แต่ก็มีหินมากมาย
มีภูเขาสามลูกที่ไม่มีหินดอกเบญจมาศ จุดประสงค์ของเจียงเสี่ยวไป๋คือ ต้องการขุดหินจริง ๆ และอีกข้อหนึ่งคือต้องการจะขุดหินดอกเบญจมาศอย่างเปิดเผย แต่ไม่ให้ใครรู้
ทุกคนกลับไปที่สวนของหวังซิ่วเหวิน
หลังจากพักดื่มชาและสูบบุหรี่ไปสักพัก หวังเฟิงก็ถามว่า “เถ้าแก่เจียง เราได้เลือกภูเขาไปแล้ว แล้วที่ทำโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่คุณกล่าวถึงจะสร้างขึ้นที่ไหนเหรอ ? ”
ชาวบ้านทุกคนมองมาที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้ากังวล
ท้ายที่สุดแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงงาน การสร้างถนน หรือขุดเจาะเหมืองหิน ตราบใดที่เขาเลือกพื้นที่ของใคร ครอบครัวนั้นก็จะได้รับสิทธิพิเศษในการทำงานในโรงงานหลังจากสร้างเสร็จ
นี่เป็นโอกาสสำหรับชาวบ้านที่จะได้มีงานทำ !
ทุกคนดูกระตือรือร้นที่อยากจะแนะนำพื้นที่ของตัวเองเอาไปสร้างโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติก หนึ่งในนั้นก็มีหวังเฟิงด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ยืนขึ้น มองออกไปที่ถนนฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็เดินออกไปดูรอบ ๆ บ้านตระกูลหวังทั้งหมด
เขาโบกมือและกล่าวว่า “ผมจะสร้างโรงงานจากถนนลูกรัง ไปจนถึงโซนบ้านตระกูลหวังทั้งหมด”
ฮะ ?
ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
มีบ้านหลังเล็กทั้งหมด 11 หลังในพื้นที่บ้านของครอบครัวหวัง ซึ่งครอบคลุมเกือบ 20 ครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม มีบ้าน 8 หลังเป็นของลูกหลานตระกูลหวัง และมี 3 หลังที่ไม่ใช่ญาติสายตรง
หวังเฟิงกล่าวว่า “เถ้าแก่เจียง ถ้าคุณสร้างโรงงานที่นี่ แล้วบ้านเหล่านี้ล่ะจะทำอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ “แน่นอนว่าผมต้องรื้อพวกมันทั้งหมด ! ”
“รื้อถอนทั้งหมดเลยเหรอ ? ” ในเวลานี้ ไม่เพียงแต่หวังเฟิงเท่านั้นที่ถามออกมา แต่หวังซิ่วเหวินก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาเหมือนกัน “เสี่ยวไป๋ หลานจะรื้อถอนบ้านของเราทั้งหมด แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน ? ”
“ใช่ เสี่ยวไป๋ ถ้าบ้านถูกรื้อ เราจะไปอยู่ที่ไหน ? ” หวังซิวอู๋ก็ถามออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงใหญ่ เนื่องจากผมได้รื้อบ้านของพวกลุงออก ผมก็ต้องสร้างบ้านหลังใหม่ให้ลุงในที่ดินผืนอื่นแน่นอน”
หวังซิ่วอู๋กล่าวว่า “จากถนนลูกรังมาถึงหน้าบ้านของเรากว้างกว่าร้อยเมตรและยาวสามถึงสี่ร้อยเมตร พื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับสร้างโรงงานแล้วนะ”
หวังซิ่วไห่กล่าวว่า “ใช่ ถ้าพื้นที่เท่านี้เพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องรื้อบ้านของเราหรอก ! ”
เหล่าลุงป้าน้าอาของเขาอีกหลายคนอย่าง หวังซิ่วเจี้ยน หวังซิ่วซาน และหวังซิ่วหยุนก็กล่าวออกมาว่า “ใช่ การรื้อบ้านออกไปก็คงจะสูญเปล่าอยู่ดี ! ”
“ใช่ ถ้าพื้นที่เพียงพอก็ไม่ต้องรื้อหรอก ! ”
ฉงไห่เยี่ยนกล่าวว่า “เถ้าแก่เจียง เมื่อคุณสร้างโรงงานที่นี่ คุณจะไม่เพียงแต่ต้องรื้อบ้านของตระกูลหวัง เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรงเรือนกระจกหลายสิบหมู่ที่อยู่ด้านหน้านี้ด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “เราต้องรื้อมันออกก่อนเริ่มก่อสร้างอยู่แล้วครับ สุดท้ายก็ต้องรื้อออกหมดอยู่ดี ! ”
ทุกคนมองหน้ากัน
แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นสมเหตุสมผล
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นนายอำเภอฉง เรามาตกลงกันดีกว่าครับ คงเป็นหน้าที่ของคุณแล้วที่จะเจรจาเรื่องการวัดขนาดที่ดินนี้ และคำนวณค่าชดเชยที่ทางเราต้องให้แต่ละครัวเรือน เมื่อถึงเวลาช่วยจัดสรรที่ดินอีกผืนข้าง ๆ นี้ ผมจะทำบ้านให้กับครัวเรือนที่ถูกรื้อถอนที่อยู่อาศัย และสร้างบ้านใหม่ขึ้นตามมาตรฐานการก่อสร้างตามโครงการชนบทใหม่”
อีกสามครัวเรือนในรั้วบ้านตระกูลหวังต่างก็ดีใจมากเมื่อได้ยินแบบนี้
พวกเขาเคยเห็นภาพวาดของบ้านในโครงการพื้นที่ชนบทใหม่แล้ว !
เพราะมันสวยมาก !
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้มีบุญวาสนาอยู่ในบ้านที่สวยงามเช่นนี้
“เถ้าแก่เจียง รื้อมันไปเลย ! ”
“เถ้าแก่เจียง ฉันไม่คัดค้าน ! ”
“คุณสามารถรื้อถอนได้ตลอดเวลา ฉันจะเก็บข้าวของเมื่อกลับถึงบ้านและพักอยู่ที่บ้านของพี่สามสักพัก”
“……”
หลายครอบครัวออกมาแสดงความคิดเห็น
มีเพียงลุงป้าน้าอาของเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้นที่ยังคงนิ่งเงียบ
พวกเขารู้ดีว่าเหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำแบบนี้ก็เพื่อสร้างบ้านใหม่ให้พวกเขาโดยเอาเรื่องของโรงงานมาอ้าง
ความช่วยเหลือนี้ยิ่งใหญ่เกินไป
หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้อยู่นานและกล่าวลาหวังซิ่วเหวินและคนอื่นกลับไปที่เมืองพร้อมกับถังจิงเทียนและฉงไห่เยี่ยน
เจียงเสี่ยวไป๋อารมณ์ดีขึ้นมาหลังจากขับรถแลนด์โรเวอร์อีกครั้ง
“รองนายกเทศมนตรีถัง นั่งรถคันนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ? ”
ถังจิงเทียนขมวดคิ้ว ไม่จำเป็นต้องถามก็รู้ ?
มันสบายกว่ารถที่เขาขับมาก !
“คุณได้รถนำเข้ามาเมื่อไหร่ ? ”
เมื่อมาถึง เขาก็มุ่งความสนใจไปที่ความรู้สึกสบายและความเร็วของแลนด์โรเวอร์ จนลืมถาม เมื่อจำได้ ถังจิงเทียนจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ที่ผมสั่งไปไม่ใช่รถคันเดียว แต่มีทั้งหมดสิบแปดคัน ! ”
“ฮะ ? ”
“เยอะมาก ! ”
ถังจิงเทียนและฉงไห่เยี่ยนต่างอุทานออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่เยอะหรอกครับ ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเราเลย ! ”
ถังจิงเทียนและฉงไห่เยี่ยนพูดอะไรไม่ออกอยู่พักหนึ่ง
ผู้บริหารระดับสูงของเจียงเจียกรุ๊ปจะต้องอารมณ์ดีขนาดไหนที่ได้เป็นเจ้าของรถหรูพวกนี้
เฮ้อ……
คนเรามันเปรียบเทียบกันไม่ได้จริง ๆ
ถังจิงเทียนหันหลังกลับ เขาไม่อยากเห็นท่าทางโอ้อวดของเจียงเสี่ยวไป๋
รถแลนด์โรเวอร์ทะยานออกจากชิงซานด้วยความรวดเร็ว
หลังจากส่งฉงไห่เยี่ยนไปที่ว่าการอำเภอ เจียงเสี่ยวไป๋และถังจิงเทียนก็กลับเข้าเมือง