ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 930 ลูกสาวผู้รักในการตั้งชื่อ
ตอนที่ 930 ลูกสาวผู้รักในการตั้งชื่อ
“เสี่ยวหงสวยมาก ! ”
“หนูชอบมันมากเลยค่ะ ! ”
เจียงชานกะพริบตากลมโตของเธอมองไปที่รถปอร์เช่ 944 สีแดง และตั้งชื่อให้มัน
ต้าไป๋ !
เสี่ยวหง !
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม เมื่อมองดูลูกสาวของเขา เขารู้สึกว่าเธอเป็นอัจฉริยะในการตั้งชื่อจริง ๆ
“ว้าว แม่ครับ รถคันนี้สวยจริง ๆ เลยครับ ! ”
หวังกังอ้าปากและพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเฝิงเยี่ยนหงแล้วถามว่า “แม่ รถของพ่อจะสวยแบบนี้ไหมครับ ? ”
เฝิงเยี่ยนหงก็ถูกปอร์เช่ 944 สีแดงคันนี้พิชิตใจไปอย่างสมบูรณ์ เธออยากที่จะเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวขึ้นมาทันที
เมื่อได้ยินคำถามของลูกชาย เธอก็กลับมามีสติอีกครั้ง เหลือบมองแลนด์โรเวอร์ที่จอดอยู่ข้างเธอแล้ว เธอก็พูดว่า “พ่อของลูกเป็นผู้ชาย ไม่ควรขับรถที่มีสีสันสดใสขนาดนี้ มันน่าจะคล้ายกับรถของลุงเจียงมากกว่า”
หวังกังรู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที
“แต่สีแดงสวยกว่ามาก ! ”
เฝิงเยี่ยนหงไม่รู้จะอธิบายให้เขาฟังอย่างไร ทว่าในตอนนั้นก็มีเสียงเครื่องยนต์คำรามที่ทางแยก และขบวนรถหรูก็ขับผ่านเข้ามาอย่างช้า ๆ
“รถอีกคันกำลังขับเข้ามา ! ”
“นั่นรถพ่อเหรอ ? ”
หวังกังมองไปที่คาราวานรถที่กำลังขับใกล้เข้ามาและตะโกนด้วยความตื่นเต้น
เจียงชานก็เห็นเหมือนกัน
“หนึ่งคัน ! ”
“สองคัน ! ”
“สามคัน……”
“สี่คัน ! ”
เด็กน้อยทั้งสองนับพร้อมกัน มีรถทั้งหมด 4 คัน ที่ขับเข้ามาจอดข้างแลนด์โรเวอร์
ทุกคนเห็นรถทั้งสี่คันนี้ หนึ่งในนั้นดูเหมือนรถจี๊ป แต่ลำตัวของรถนั้นดูแข็งแกร่งและคันใหญ่กว่า เป็นรถสีดำที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและโดดเด่น
อีกสองคันเป็นรถเก๋งทั้งคู่ การออกแบบที่เพรียวบางและตัวถังที่ยาวเป็นพิเศษดูหรูหรามาก มีสองสีให้เลือก ได้แก่ สีดำและสีขาว
รถคันสีดำคือเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE
ส่วนคันสีขาวคือบีเอ็มดับบลิว 3E30
คันสุดท้ายคือรถจี๊ปคันเก่าของเจียงเสี่ยวไป๋
คนขับทั้งสี่คนลงจากรถ เดินไปหาเจียงเสี่ยวไป๋ทีละคน แล้วยื่นกุญแจรถให้เขา
“ผู้ช่วยเจียง เราขับรถของคุณมาให้แล้วครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ขอบคุณมากที่ช่วยขับรถมาให้ ! ”
เขาหยิบบุหรี่ออกมาและยื่นให้กับคนทั้งสี่คน
ทั้งสี่คนรับบุหรี่ไปอย่างมีความสุข กล่าวขอบคุณเขาและชื่นชมรถหรูพวกนี้ไม่ขาดปาก
“ผู้ช่วยเจียง รถคันนี้ขับได้นิ่มมาก ! ”
“พวงมาลัยเบามาก ทำให้บังคับเลี้ยวได้ง่าย”
“เบาะนั่งสบายและนุ่มกว่าโซฟาในสำนักงานอีก”
“ส่วนรถที่ฉันขับมาก็มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางมาก”
“ทั้งยังหรูหรามากด้วย ! ”
“รถที่ฉันขับมีพื้นที่ภายในเยอะเหมือนกัน และฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากเมื่อได้ขับรถคันนี้”
“ผู้ช่วยเจียง รถพวกนี้คือรถยี่ห้ออะไรเหรอครับ ? ”
เฝิงเยี่ยนหงและเฉินซินต่างก็สงสัยพอกัน ทั้งคู่จึงมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม และแนะนำให้พวกเขารู้จักทีละคัน
“รถ SUV สีดำคือรถเชอโรกี”
“รถ SUV สีขาวคือแลนด์โรเวอร์”
“รถสีดำคันนี้คือเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE”
“รถสีขาวคือบีเอ็มดับบลิว 3E30”
“รถสีแดงคันนั้นคือรถคูเป้ แบรนด์ปอร์เช่ 944”
หลังจากฟังจบ เฝิงเยี่ยนหงและคนอื่นก็รู้จักชื่อรถยนต์แต่ละคัน
แต่ฟังแล้วดู……ซับซ้อนมาก
นอกจากแลนด์โรเวอร์, เมอร์เซเดส-เบนซ์และบีเอ็มดับบลิวที่เป็นชื่อยี่ห้อรถที่จำง่ายแล้ว พวกเธอก็ยังคงจำชื่อรุ่นย่อยอย่างเชอโรกี, 230TE และ 3E30 ไม่ได้เลย
บางที คงมีเพียงเด็กน้อยสองคนอย่างเจียงชานและหวังกังเท่านั้นที่สามารถจดจำมันได้
“แล้ว…รถคันอื่นล่ะ ? ”
“ที่โรงงานยังมีรถอีกหลายคัน ที่เราไม่ได้ขับมายังมียี่ห้ออะไรบ้างครับ ? ”
คนขับถาม
เจียงเสี่ยวไป๋ยังแนะนำให้เขารู้จักกับดอดจ์แรมชาร์จเจอร์
เมื่อรู้จักยี่ห้อของรถแล้ว คนขับทั้งสี่คนก็ขอบคุณและขอตัวกลับ เจียงเสี่ยวไป๋จึงขอให้เฉินซินไปส่งพวกเขา
หลังจากพวกเขาออกไปแล้ว หวังกังก็พูดว่า “ลุงเจียง รถเหล่านี้เป็นของลุงทั้งหมดเลยหรือครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพยักหน้า “ใช่แล้ว รถทุกคันเป็นของลุง ! ”
หวังกังจึงถามออกมาว่า “ลุงมีรถมากมายขนาดนี้ไปทำไม ? ลุงแค่คนเดียวต้องขับรถมากมายขนาดนี้เลยเหรอครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รถยนต์คันเดียวก็เพียงพอแล้วในการขับขี่ไปไหนมาไหน แต่ลุงเป็นคนชอบสะสมรถคลาสสิก จึงซื้อมาหลายคัน”
เขายิ้มและพูดว่า “แน่นอนว่ารถเหล่านี้สามารถขับสลับกันได้ด้วย”
“การขับรถคนละคันจะทำให้อารมณ์ในการขับต่างกันด้วย ! ”
หวังกังเอามือจับหน้าฝากของเขาและไม่เข้าใจว่าทำไมอารมณ์ถึงแตกต่างเมื่อขับรถคนละคัน
เขายิ้มอย่างไร้เดียงสาและพูดว่า “ในอนาคตผมจะเป็นเหมือนลุง และผมจะเป็นเจ้าของรถสวย ๆ มากมาย”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กน้อย
จากนั้น หวังกังก็ถามด้วยความสงสัย “ลุงเจียงครับ แล้วพ่อของผมได้รถแบบไหนเหรอ ? ”
เขายังคงค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับปัญหานี้
ท้ายที่สุดก็มีโอกาสน้อยมากที่จะได้นั่งรถของลุงเจียง แต่เขาต้องนั่งรถของพ่อทุกวัน
เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่รถเชอโรกีสีดำแล้วพูดว่า “รถของพ่อนายก็เหมือนกับรถคันนั้นของลุงนั่นแหละ”
“โอ้ นั่นเชอโรกี ! ” หวังกังกล่าวออกมาด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไอ้หยา ไม่เลวเลยเด็กน้อย นายจำรุ่นรถได้เร็วมาก”
หวังกังกล่าวว่า “อาเจียง เชอโรกีของพ่อไม่สวยเท่าต้าไป๋และเสี่ยวหงของอาเลย”
เจียงชานมีความสุขขึ้นมาทันที และพูดด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน ในบรรดารถหลายคัน ต้าไป๋และเสี่ยวหงสวยที่สุดแล้ว ! ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของหวังกังเต็มไปด้วยความอิจฉา และทันใดนั้นเขาก็พูดว่า “พี่ชานชาน พี่ตั้งชื่อเล่นให้แลนด์โรเวอร์และปอร์เช่ 944 แล้ว งั้นพี่ก็ตั้งชื่อเล่นให้เชอโรกี, เมอร์เซเดส-เบนซ์230TE และ บีเอ็มดับบลิว 3E30 ได้อีกด้วย ! ”
ขณะที่เขาพูดนั้น เขาก็มองไปที่เจียงชานด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าเขากำลังขอให้เธอตั้งชื่อเล่นให้กับรถอีกสามคัน
เจียงชานยิ้มเจ้าเล่ห์ “ได้สิ ไม่มีปัญหา”
เธอเดินไปหาเชอโรกีแล้วมองดูมัน ก่อนจะเอามือแตะคางครุ่นคิด “จะดีกว่าไหมถ้าเรียกคันนี้ว่าต้าเฮย หรือไม่ก็เสี่ยวจี ? ”
หวังกังกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเรียกคันนี้ว่าต้าเฮยดีกว่า ! ”
เขายิ้มอย่างซุกซนและพูดว่า “ตอนนี้ได้ตั้งชื่อให้สีแดง สีขาว และสีดำไปแล้ว 3 สี ข้างหลังพี่คือเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE ซึ่งเป็นสีดำ และบีเอ็มดับบลิว 3E30 ซึ่งเป็นสีขาว พี่จะตั้งชื่อให้ว่าอะไรดี ? ”
เจียงชานเดินไปที่ด้านข้างของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE และพึมพำกับตัวเอง “ตอนนี้ชื่อต้าเฮยถูกตั้งไปแล้ว จะตั้งว่าเสี่ยวเฮยก็ไม่เหมาะ งั้นเรียกมันว่าต้าเปิ้นดีกว่า ! ”
หวังกังกล่าวว่า “ต้าเปิ้นเหมือนคำที่แปลว่าโง่เลย ไม่เอา ผมว่าไม่ดี ! ”
“ใช่!” เจียงชานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นเรามาเรียกมันว่าฉางเหลี่ยนกันดีกว่า ถึงอย่างไรตัวรถก็ยาวดี”
หวังกังหัวเราะทันที “พี่ชานชาน พี่คิดออกมาได้อย่างไร ! ”
เขายิ้มและพูดว่า “เรียกว่าจ่างเหลี่ยนก็ไม่เลว เราสามารถออกเสียงเป็นจ่าง ไม่ใช่ฉาง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เอาล่ะ จากนี้ไปเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE คันนี้จะถูกเรียกว่าจ่างเหลี่ยน ! ”
ถึงอย่างนั้น การขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีหน้ายาวไปกับตัวรถด้วยใช่ไหม ?
ชื่อนี้เหมาะสมดี !
เจียงชานเดินไปที่เมอร์เซเดส-เบนซ์และบีเอ็มดับบลิว 3E30 อีกครั้ง และพูดว่า “คันนี้ง่ายมาก เรียกมันว่าเสี่ยวไป๋แล้วกัน ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้น เขาก็รีบปฏิเสธทันที
ถ้ามีคนเรียกชื่อรถ ก็เหมือนกับเรียกเขาด้วย
“เปลี่ยนเลย ๆ…รถบีเอ็มดับบลิว 3E30 จะเรียกว่าเสี่ยวไป๋ได้อย่างไร ? ”
หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ พวกเธอได้แต่ปิดปากและหัวเราะในความตลกนี้
เจียงชานเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนเธอจะเข้าใจสิ่งที่พวกเขาสื่อจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น เรามาเรียกมันว่าต้าเป่ากันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เกือบจะเซ
เขาจำสโลแกนโฆษณาของชาติที่แล้วได้: สบู่ที่ใช้ทุกวันต้องเป็นสบู่ต้าเป่า !
เฮ้อ…แต่ชื่อต้าเป่าก็ยังดีกว่าเสี่ยวไป๋แหละ !