ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 933 ผู้คนมารวมตัวกันที่บ้านของหวังผิง
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 933 ผู้คนมารวมตัวกันที่บ้านของหวังผิง
ตอนที่ 933 ผู้คนมารวมตัวกันที่บ้านของหวังผิง
หวังผิงขับรถเชอโรกีพาเฝิงเยี่ยนหงและหวังกังกลับไปยังหมู่บ้านหวังเจีย
“รถคันนี้นั่งสบายกว่ารถบรรทุกมินิแวน 130 มาก ! ” เฝิงเยี่ยนหงนั่งอยู่ในห้องโดยสาร มองทิวทัศน์ที่ผ่านไปนอกหน้าต่างแล้วรู้สึกทึ่งไม่หยุด
“ฉันก็คิดแบบนั้น” หวังผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นรถนำเข้า ฉันได้ยินจากผู้อำนวยการเปาบอกว่ารถคันนี้ราคาหนึ่งแสนเชียวนะ”
เฝิงเยี่ยนหงตกใจ “หนึ่งแสนเลยเหรอ ! นั่นแพงกว่ารถจี๊ปถึงสองเท่าตัวเลยไม่ใช่เหรอ ? ”
หวังผิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ที่รัก เงินหนึ่งแสนที่ว่านั่นไม่ใช่สกุลเงินหยวนที่เราใช้กัน แต่เป็นเงินสกุลดอลล่าร์ ว่ากันว่าแพงกว่าเงินสกุลหยวนของเราเจ็ดถึงแปดเท่าเลยนะ”
อ่า ?
ดวงตาของเฝิงเยี่ยนหงเบิกกว้าง และเธอก็พูดด้วยความประหลาดใจ “งั้นก็แสดงว่ารถคันนี้ราคาเจ็ดถึงแปดแสนหยวนเลยเหรอ ? ”
หวังผิงพยักหน้า “เสี่ยวไป๋ได้ราคานี้มาเพราะใช้ความสัมพันธ์และยังสั่งมาหลายคันด้วย จึงได้ส่วนลด ไม่อย่างนั้นมันจะแพงกว่านี้อีก”
เฝิงเยี่ยนหงตกใจมาก เธอไม่คาดคิดว่ารถยนต์คันหนึ่งจะมีราคาแพงเจ็ดถึงแปดแสนหยวน ถ้าเอาเงินนี้ไปซื้อรถจี๊ป คงซื้อได้เป็นโหล
“แล้วรถของพวกเขายิ่งแพงกว่านี้อีกเหรอ ? ”
หวังผิงกล่าวว่า “ใช่ ฉันได้ยินมาว่าเขาใช้เงินซื้อรถพวกนี้ไปกว่ายี่สิบล้าน”
ซี๊ด……
เฝิงเยี่ยนหงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“ลูกพี่ลูกน้องใจดีกับเรามาก ! ”
ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรจริง ๆ ในท้ายที่สุดเฝิงเยี่ยนหงพูดได้เพียงเท่านี้
“ลุงเจียงก็ใจดีกับผมเหมือนกัน ! ” หวังกังพยักหน้าอย่างหนัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
รถได้ขับเข้าไปในเมืองชิงซาน และเข้าสู่ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ทว่าก็ยังขับได้นิ่ม เพราะช่วงล่างแน่น การขับเชอโรกีให้ความรู้สึกเหมือนขับบนพื้นเรียบ
“คนไม่รู้จักสินค้า แต่เงินรู้จักสินค้า ! ”
“รถยนต์ราคาแพงย่อมดีกว่ารถยนต์ราคาถูก ! ”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“สบายยิ่งกว่านั่งเครื่องบินอีก ! ” หวังกังก็พูดอย่างมีความสุขเช่นกัน
ในขณะที่ทั้งสามกำลังพูดคุยและหัวเราะกัน ในไม่ช้าพวกเขาก็มาขับมาถึงถนนลูกรังทางเข้าหมู่บ้าน
เมื่อมาถึงบ้านก็เริ่มมืดแล้ว ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากในหมู่บ้านหวังเจียได้เห็นรถเชอโรกีคันใหม่ที่ขับเข้ามาในหมู่บ้านอย่างชัดเจน
มองเห็นได้ชัดเจนในระยะไม่กี่ร้อยเมตร
แต่ยังคงรู้สึกได้ถึงความสง่างามของเชอโรกี ซึ่งทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ชาวบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ว้าว นั่นหวังผิง ! ”
“หวังผิงซื้อรถคันใหม่ใช่ไหม ! ”
“ผิงผิงช่างมั่งคั่งจริง ๆ ! ”
“ในหมู่บ้านหวังเจียของเรา หวังผิงน่าจะร่ำรวยที่สุดในตอนนี้ ! ”
“ฉันได้ยินมาว่าหวังผิงร่ำรวยจากการทำธุรกิจกับเจียงเสี่ยวไป๋ ! ”
“พวกเขาเป็นญาติกัน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ต้องช่วยเหลือเขาอยู่แล้ว”
“แบบนี้เราต้องหาโอกาสไปทำงานกับเขาให้ได้ ! ”
“ใช่ ! ฉันได้รู้มานานแล้วว่าหวังผิงทำงานกับเจียงเสี่ยวไป๋ เขาเป็นคนเก่ง”
“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เจียงเสี่ยวไป๋ได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกในหมู่บ้านหวังเจียของเราและเปิดเหมืองถึงหกแห่งแล้ว อีกไม่นานเราก็จะมีรายได้เข้ามา”
“เฮ้อ ไปนั่งที่บ้านของครอบครัวหวังกันเถอะ เจียงเสี่ยวไป๋จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้พวกเขาก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างโรงงานเสียอีก”
“……”
เมื่อหวังผิงกลับบ้าน หวังซิ่วอู๋และถานซูผิงต่างก็มีความสุขและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน
“เยี่ยนหงก็กลับมาด้วยใช่ไหม ? ” หวังซิ่วอู๋ถามด้วยรอยยิ้ม
เฝิงเยี่ยนหงพูดว่า “ฉันไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว จึงอยากกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ด้วย”
หวังซิ่วอู๋พูดว่า “ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่หรอก เราแข็งแรงดี แล้วมีอะไรถึงได้กลับมาไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ ? ”
เขาเหลือบมองเฝิงเยี่ยนหง แล้วพูดว่า “เธอเองก็ท้องโตเข้าทุกวัน อย่าเดินทางบ่อย มันจะสะเทือนต่อลูกในครรภ์ ! ”
“คุณปู่ พ่อได้รถคันใหม่มา เวลานั่งมันนิ่มมากเลยครับ ไม่สะเทือนเลย ! ” หวังกังที่อยู่ข้าง ๆ ได้อวดรถคันใหม่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ได้นั่งรถใหม่แบบนี้ ! ” หวังซิ่วอู๋มองดูหลานชายของเขาด้วยความรักแล้วพูดว่า “แล้วหลานมีความสุขไหม ? ”
“มีความสุขครับ ! ” หวังกังตอบ “ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นพ่อและปู่ขับรถคันใหม่”
หวังซิ่วอู๋โบกมือ “ปู่ไม่ชินกับการนั่งรถสักเท่าไหร่หรอก มันเวียนหัวจะตายไป ! ”
หลังจากล้อเล่นกับหลานชายสักพัก พวกเขาก็เดินเข้าไปในบ้าน
ถานซูผิงพูดว่า “รีบเข้ามานั่งพักเถอะ ฉันจะไปทำอาหารมาให้” หลังจากพูดจบ เธอก็ถามหวังกังด้วยรอยยิ้ม “แล้วหลานล่ะ อยากกินอะไร ? ”
หวังกังกล่าวว่า “คุณย่าทำอะไร ผมก็กินหมดครับ ผมไม่จู้จี้จุกจิกเรื่องอาหารอยู่แล้ว”
“เก่งมากหลานย่า ! ” ถานซูผิงกล่าวชมด้วยรอยยิ้ม “งั้นย่าจะเตรียมอาหารอร่อยให้หลานนะ เอาเป็นซี่โครงหมูตุ๋นของโปรดหลานก็แล้วกัน”
“ขอบคุณครับคุณย่า ! ” หวังกังขอบคุณเธออย่างมีความสุข
หวังซิ่วอู๋และหวังผิง สองพ่อลูกได้ไปนั่งที่ข้างหลุมไฟ หวังผิงยื่นบุหรี่ให้ จากนั้นสองพ่อลูกก็สูบบุหรี่และคุยกัน
เฝิงเยี่ยนหงนั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ และเข้าร่วมวงสนทนาเป็นครั้งคราว
ไม่นานหลังจากนั้น พี่น้องหวังซิ่วเหวิน หวังซิ่วไห่ หวังซิ่วเจี้ยน หวังซิ่วซาน และหวังซิ่วหยุนต่างก็มาถึง เช่นเดียวกับรุ่นสองของตระกูลอย่างหวังรุ่ยและหวังเซียง รวมถึงรุ่นที่สามของตระกูลอย่างหวังซินหงและหวังซินหยู
ทันใดนั้น บ้านของหวังผิงก็คึกคักไปด้วยเหล่าเครือญาติ
หวังซินหง หวังซินหยู และเด็กรุ่นสามคนอื่นไปเล่นกับหวังกังและวิ่งไปที่ถนนลูกรังเพื่อไปดูรถเชอโรกีของหวังผิง เมื่อได้เห็นรถนำเข้าครั้งแรก พวกเขาต่างก็ชื่นชมออกมาไม่หยุดปาก
เมื่อเห็นว่ามีคนมา หวังผิงก็ยื่นบุหรี่และรินชาให้กับลุงและลูกพี่ลูกน้องทั้งห้าคนของเขา ใช้เวลาสักพักกว่าที่เขาจะได้นั่งลง
“ผิงผิง ตอนนี้ก็ลืมตาอ้าปากได้แล้วนะ แกได้เปลี่ยนมาขับรถยนต์แล้ว ! ” หวังซิ่วเหวินพูดด้วยรอยยิ้ม
หวังผิงโบกมืออย่างสุภาพ “เพราะผมทำงานกับเสี่ยวไป๋ต่างหาก เขาก็ดูแลผมเป็นอย่างดี”
หวังซิ่วเหวินกล่าวว่า “เราเห็นว่านายกลับมาบ้าน ดังนั้นเราจึงมาที่นี่เพราะต้องการบอกนายเกี่ยวกับเรื่องของเสี่ยวไป๋ด้วย”
หวังผิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจ “ลุง เสี่ยวไป๋ทำอะไรเหรอครับ ? ”
หวังซิ่งเหวินกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋กำลังจะสร้างโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นี่”
“เขาต้องการสร้างโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นี่งั้นเหรอครับ ? ” หวังผิงรู้สึกประหลาดใจมากกับเรื่องนี้
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อสิ่งที่ลุงพูด แต่มันแปลกเกินไป หมู่บ้านหวังเจียไม่เหมาะสำหรับการตั้งโรงงาน เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่หวังซิ่วอู๋ หวังซิ่งไห่ และอาคนอื่น
หวังซิ่วอู๋ หวังซิ่วไห่ และคนอื่นต่างก็พยักหน้าเป็นการยืนยัน
หวังซิ่วไห่ก็ประหลาดใจเหมือนกัน “ฉันคิดว่าแกรู้แล้วเสียอีก จึงมาที่นี่เพื่อถามความคิดเห็นของแก แต่ดูจากท่าทางของแกตอนนี้แล้ว แกคงไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม ? ”
หวังผิงยิ้มออกมาอย่างขมขื่นและส่ายหัว
ทำไมเขาไม่เคยได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงเรื่องนี้เลย
“เยี่ยนหง เธอรู้เรื่องนี้ไหม ? ” หวังผิงมองไปที่เฝิงเยี่ยนหงแล้วถาม
เฝิงเยี่ยนหงส่ายหัว “เจียอินไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย”
หวังซิ่วเหวินกล่าวว่า “ผิงผิง เสี่ยวไป๋ไม่เพียงแต่ต้องการสร้างโรงงานที่นี่เท่านั้นนะ เขายังบอกด้วยว่าเขาจะรื้อบ้านของตระกูลหวังทั้งหมดเพื่อเอาพื้นที่นี้สร้างโรงงาน และสร้างบ้านหลังใหม่ให้เราในพื้นที่วางใกล้ ๆ กันนี้”
“อย่างไรก็เถอะ ยังมีอีกหลายเรื่องมาก ! ” หวังซิ่วอู๋กล่าวว่า “เขาได้ทำสัญญาขุดเจาะภูเขาหกลูกในหมู่บ้านของเรา และบอกว่าจะสร้างเหมืองหิน และให้เราทั้งหกคนพี่น้องจัดการเหมืองหินคนละเหมือง”
หวังผิงและเฝิงเยี่ยนหงมองหน้ากัน
ถ้าเขาไม่ได้กลับมาที่บ้านเกิดของเขาในวันนี้ เขาก็คงไม่รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ได้เข้ามาทำหลายสิ่งหลายอย่างในหมู่บ้านของเขา
หวังซิ่วเหวินกล่าวว่า “ผิงผิง ตอนนี้แกดูจะเป็นคนมีอนาคตที่สุดในตระกูลหวัง แกคิดว่าเราควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ”
หวังผิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น
เขารู้ดีกว่าใครว่าอนาคตที่เขาได้มานี้ เจียงเสี่ยวไปเป็นคนมอบให้
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เขาก็พูดว่า “พ่อ ลุงใหญ่ อา ในเมื่อเสี่ยวไป๋พูดอย่างนั้น เราก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเขาสิ ! ”
หวังซิ่วเหวินกล่าวว่า “แต่ความโปรดปรานนี้… ใหญ่เกินไป ! ”
หวังผิงกล่าวว่า “ผมรู้ แต่เนื่องจากเจียงเสี่ยวไป๋ตัดสินใจทำแบบนี้ ผมก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี”
เขามองไปที่พ่อของเขาและลุงของเขาทุกคน ก่อนจะพูดว่า “ทุกคนเป็นผู้อาวุโสของเขา ขอแค่ทุกคนเชื่อในตัวเขาและสนับสนุนเขาก็พอแล้วครับ ! ”
หลังจากหยุดพูดไปชั่วครู่ เขาก็พูดต่อ “ส่วนบุญคุณนั้นก็ขึ้นอยู่กับทุกคนว่าจะหาโอกาสตอบแทนเขาอย่างไร”
หวังซิ่วเหวิน หวังซิ่วอู๋ และคนอื่นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้
พวกเขาแก่แล้วและลูก ๆ ก็โตขึ้นจนมีหลานให้แล้ว พวกเขาคงต้องปล่อยให้เด็ก ๆ เป็นคนตอบแทนไป
หวังซิ่วหยุนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมา “ผิงผิง ที่จริงแล้วมันมีเหตุผลว่าทำไมเสี่ยวไป๋ถึงมาลงทุนในหมู่บ้านหวังเจียของเรา”
เขาเหลือบมองหวังเซียงแล้วพูดต่อ “เซียงเซียงและฉันต่างก็รู้เรื่องนี้ดี แต่เราไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเลย เพราะจะรอจนกว่าผิงผิงจะกลับมา”
หวังซิ่วเหวิน หวังซิ่วอู๋ และหวังผิงต่างก็มองไปที่หวังซิ่วหยุนและหวังเซียงพร้อมกัน
“น้องเล็ก เกิดอะไรขึ้น ? ” หวังซิ่วเหวินถาม