ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 934 หาข้อสรุปร่วมกัน
ตอนที่ 934 หาข้อสรุปร่วมกัน
หวังซิ่วหยุนมองดูพี่ชายทั้งห้าของเขาและหลานชายอย่างหวังผิง แล้วพูดช้า ๆ
“เหตุผลที่เสี่ยวไป๋มาลงทุนในหมู่บ้านหวังเจียก็เพราะบนภูเขาหลังบ้านของเรามีหินที่ชื่อว่าหินดอกเบญจมาศ”
ยกเว้นหวังเซียง ทุกคนในที่นี่ต่างก็เคยได้ยินชื่อหินดอกเบญจมาศเป็นครั้งแรก และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหินดอกเบญจมาศมาก่อนเลย
“น้องเล็ก หินดอกเบญจมาศเป็นหินชนิดใด ? ”
“อาเล็ก มีหินแบบนี้เยอะไหมที่ภูเขาหลังบ้านของเรา ? ”
“อาเล็ก หินดอกเบญจมาศนี้มีค่าอย่างไร ? ”
“อาเล็ก หินดอกเบญจมาศมีประโยชน์อย่างไรเหรอครับ ? ”
“……”
หวังซิ่วเหวิน หวังรุ่ย และคนอื่นรีบถามออกมาทีละคน
หวังซิ่วหยุนกล่าวว่า “หินดอกเบญจมาศนั้นมีลวดลายบนหินที่คล้ายกับดอกเบญจมาศกำลังบาน”
เมื่อทุกคนได้ยินคำนี้ ต่างก็ประหลาดใจ
“ลวดลายบนหินคล้ายกับดอกเบญจมาศ มันแปลกจริง ๆ ! ”
“ใช่ ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“มันหายากเหรอ ? ”
“อาเล็ก อารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เสี่ยวไป๋เป็นคนบอกอาหรือเปล่า ? ”
“……”
หลายคนเริ่มถามคำถามขึ้นมาอีกครั้ง
หวังซิ่วหยุนกล่าวว่า “เรื่องมันมีอยู่ว่าฉันได้เก็บหินดอกเบญจมาศลงมาจากภูเขาหลังบ้านสองก้อนตอนที่ไปเก็บฟืน เสี่ยวไป๋มาที่บ้านของฉันแล้วเห็นมันเข้า เขาจึงให้ฉันพาไปดู”
“ที่บ้านของฉันมีสองก้อน”
เขาเอียงศีรษะแล้วพูดกับหวังเซียง “เซียงเซียง แกไปที่บ้านของอาแล้วไปเอาหินดอกเบญจมาศสองก้อนนั้นมาสิ”
“ได้ครับ ! ” หวังเซียงตอบตกลงและกำลังจะเดินออกไป
หวังซิ่วหยุนกล่าวว่า “เอากระบุงไปใส่มาด้วย อย่าให้คนอื่นเห็นว่าแกถือก้อนหินมาสองก้อนเชียวนะ”
หวังเซียงหัวเราะเบา ๆ “อาเล็ก ผมรู้น่า ! ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็รีบออกไปหยิบตะกร้าแล้วไปที่บ้านของหวังซิ่วหยุนเพื่อเอาหินดอกเบญจมาศมาให้คนอื่นดู
ไม่นานหลังจากนั้น หวังเซียงก็กลับมา
หวังซิ่วเหวิน หวังซิ่วอู๋ และคนอื่นได้เห็นหินดอกเบญจมาศด้วยตาของพวกเขาเองเป็นครั้งแรก มันเป็นลวดลายของดอกเบญจมาศสีขาวบนหินสีดำ เหมือนกับมีคนเอาสีน้ำมาวาดดอกเบญจมาศไว้บนนั้น แม้ว่าจะดูไม่ค่อยสมจริง แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันเป็นลวดลายดอกเบญจมาศจริง ๆ
“หินชนิดนี้พิเศษจริง ๆ ! ”
“นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าหินดอกเบญจมาศ ? ”
“ใช่ ลวดลายมันเป็นสีขาวบนพื้นผิวของหินที่เป็นสีดำ ยิ่งทำให้เห็นลวดลายดอกเบญจมาศชัดเจนขึ้น”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันถูกเรียกว่าหินดอกเบญจมาศ มันสมควรได้รับชื่อของมัน”
“หินดอกเบญจมาศนี้สวยงามจริง ๆ ”
“……”
ทุกคนประหลาดใจ ไม่มีใครคิดว่าจะมีหินพิเศษแบบนี้ในโลก
หวังซิ่วหยุนกล่าวว่า “”เสี่ยวไป๋บอกว่าหินประเภทนี้สามารถกลายเป็นหินประดับได้หลังจากที่มันถูกแปรรูป”
หวังซิ่วเหวินและคนอื่นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
หวังซิ่วอู๋กล่าวว่า “อาเล็ก มันมีประโยชน์แค่เป็นหินประดับเพียงอย่างเดียวเหรอ ? ”
หวังซิ่วหยุนพยักหน้า “เจียงเสี่ยวไป๋พูดแบบนี้ เขาบอกว่าถ้าเอาหินพวกนี้มาได้แล้ว เขาจะต้องหาคนมาเจียระไนอีก”
หวังซิ่วเหวินกล่าวว่า “หินดอกเบญจมาศนั้นสวยจริง ๆ แต่หากว่ามีประโยชน์ แค่เอาไปเป็นหินประดับ มูลค่าของมันก็คงจะไม่มาก”
หวังซิ่วอู๋ หวังซิวเจี้ยน และคนอื่นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่แล้ว ในยุคนี้ใคร ๆ ก็แค่อยากกินเนื้อ ใครจะเอาเงินมาซื้อหินกัน ? ”
“ถ้าขายไม่ได้ มันก็ไม่ต่างจากหินธรรมดา”
“เสี่ยวไป๋มาตั้งโรงงานและสร้างถนนที่หมู่บ้านหวังเจียก็เพราะหินนี้งั้นเหรอ และยังจะสร้างเหมืองหินบนยอดเขาด้วย เขาคิดอะไรอยู่ ? ”
“ใช่ เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการทำธุรกิจที่ขาดทุนชัด ๆ ! ”
“……”
หวังซิ่วหยุนและหวังเซียงมีสีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ทุกคนพูด ทั้งคู่มีความคาดหวังอย่างมากต่อหินดอกเบญจมาศ แต่พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าทุกคนจะมองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้
“เสี่ยวไป๋กล่าวว่าถึงแม้หินดอกเบญจมาศจะไม่สามารถขายเป็นเงินได้ในตอนนี้ แต่จะมีคุณค่าในอนาคต”
“เขาบอกให้ขุดหินเหล่านี้ไปเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยขายเมื่อมันมีมูลค่าเพิ่มขึ้น”
หวังซิ่วเหวินส่ายหัวและถอนหายใจออกมา “แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนกันล่ะ ? ”
หวังซิ่วไห่ยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ก่อนอื่นเลย ฉันไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาในการรอนานเท่าไหร่ อีกอย่างแม้ว่ามันจะขายได้ราคาแพงมากในตอนนั้น แต่มันจะคุ้มค่าแค่ไหนกัน ? เรื่องของอนาคตย่อมไม่มีอะไรแน่นอน”
หวังซิวเจี้ยนกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ฉลาดมาตลอดก็จริง แต่เชื่อว่าต้องมีเรื่องที่เขาผิดพลาดบ้าง”
หวังรุ่ยกล่าวว่า “มันไม่น่าจะเป็นแบบที่เราคิดนะครับ ถ้ามันไร้ค่าจริง ๆ เสี่ยวไป๋คงไม่ทุ่มทุนมหาศาลกับมันแบบนี้หรอก”
“……”
ในตอนนั้นก็มีความเห็นต่างเกิดขึ้นในห้องมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดในแง่ดีเกี่ยวกับการขุดหินดอกเบญจมาศ
ในท้ายที่สุดก็เป็นหวังซิ่วเหวิน ซึ่งเขาในฐานะหัวหน้าตระกูลก็ได้ตัดสินใจและพูดกับหวังผิงว่า “ผิงผิง แกกับเสี่ยวไป๋สนิทกันที่สุด บอกฉันสิว่าแกคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ? ”
หวังผิงเหลือบมองลุงและลูกพี่ลูกน้องของเขา แล้วพูดว่า “ดังคำพูดที่ว่าจงฟังเจียงเสี่ยวไป๋แล้วชีวิตจะดีขึ้น”
หวังซิ่วเหวินพยักหน้า “ในเมื่อผิงผิงพูดอย่างนั้น งั้นเราก็ต้องเชื่อเสี่ยวไป๋ ! ”
หวังผิงกล่าวว่า “ผมสนิทและใกล้ชิดกับเสี่ยวไป๋เสมอมา ความคิดหลายอย่างของเขาที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นไปได้ทั้งหมด”
“ดังนั้นผมจึงคิดว่าเนื่องจากเราไม่มีความสามารถเหมือนกับเขา เราก็ต้องฟังเขา”
หวังซิ่วหยุนพูดขึ้นมาทันที “ผิงผิงพูดถูก ทุกเรื่องที่เสี่ยวไป๋พูดออกมา เราต้องเชื่อเขา”
หวังรุ่ยยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ในเมื่อเขาพยายามอย่างมากที่จะบอกเราไม่ให้บอกใครเกี่ยวกับหินดอกเบญจมาศ ดังนั้นก็แสดงว่าเขารู้มูลค่าของหินดอกเบญจมาศนี้ดีกว่าใคร”
หวังซิ่วเหวินกล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นถ้าไม่มีอะไร เรามาพุดคุยถึงวิธีการขุดหินดอกเบญจมาศกันดีกว่า”
“ดี ! ”
“ไหนลองบอกมาสิ ! ”
“ทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง”
“……”
ทุกคนเห็นด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ทำสัญญาขุดเจาะภูเขาหกลูกในหมู่บ้านหวังเจีย โดยสามลูกมีหินดอกเบญจมาศ และสามลูกไม่มีหินดอกเบญจมาศ ภูเขาทั้งหกลูกจะให้พี่น้องทั้งหกคนรับผิดชอบคนละลูก หวังซิ่วเหวิน หวังซิ่วอู๋ หวังซิ่วเจี้ยน หวังซิ่วไห่ หวังซิ่วซาน และหวังซิ่วหยุนตามลำดับ
ในที่สุดทุกคนก็ตกลงที่จะแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม
แต่ละกลุ่มรับผิดชอบยอดเขาที่มีหินธรรมดากลุ่มละหนึ่งลูก และรับผิดชอบยอดเขาที่มีหินดอกเบญจมาศ กลุ่มละหนึ่งลูก ด้วยวิธีนี้จะไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ หินธรรมดาที่ขุดขึ้นมาจะต้องแบ่งให้แต่ละกลุ่มเท่ากัน ส่วนหินดอกเบญจมาศที่ขุดได้จะถูกเก็บไว้เพื่อขายในภายหลัง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการลงทุนในระยะยาว
……
ตอนนี้คนในตระกูลหวังกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับไปถึงบ้านแล้ว เขาก็ได้บอกเรื่องนี้กับเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋เกี่ยวกับเรื่องที่เขาจะลงทุนสร้างโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกในหมู่บ้านหวังเจีย และทำเหมืองหินบนยอดเขา
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ต่างก็ดีใจมากหลังจากได้เรื่องสิ่งนี้
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปในอนาคต ลุงและน้าชายของลูกก็จะหาเลี้ยงชีพได้แล้ว แบบนี้แม่ก็รู้สึกโล่งใจ” หวังซิ่วจวี๋พูดอย่างมีความสุข โดยไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอได้
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “แกมีความคิดที่ดี การตั้งโรงงานในหมู่บ้านหวังเจียแบบนี้จะทำให้เพื่อนบ้านของเราและชาวบ้านในหมู่บ้านหวังเจียมีรายได้เพิ่มขึ้น ลุงและอาของแกก็จะได้ลืมตาอ้าปากได้เสียที”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อกับแม่มั่นใจได้เลยครับ ! ”
เจียงไห่หยางเอามือลูบเคราตัวเองและมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ “ฉันเคยกังวลเกี่ยวกับการทำงานของแกหรืออย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กลอกตา พ่อคือคนที่กดดันเขาหนักที่สุดในไม่กี่วันที่ผ่านมา ! รุนแรงยิ่งกว่าแม่อีก ! แต่ตอนนี้พอเขาช่วยรักษาหน้าได้แล้ว ก็ทำทีเป็นไม่สนใจขึ้นมา !
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าพ่อของเขามีความสุขมาก เขาถึงพูดแบบนี้ออกมา
หวังซิ่วจวี๋มีความสุขอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“เฮ้อ……”
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นแบบนั้นก็ถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “แม่ครับ ผมก็ช่วยแก้ปัญหาความเป็นอยู่ให้ลุงและน้าชายแล้ว ? แต่ทำไมแม่ถึงยังถอนหายใจอยู่ล่ะครับ ? ”
หวังซิ่วจวี๋เหลือบมองลูกชายของเธอแล้วพูดอย่างเงียบ ๆ “ลุงและน้าชายของลูกได้รับความช่วยเหลือจากลูกแล้ว แต่ลูกยังมีป้าและน้าสาวอีกสามคน แบบนี้จะไม่ทำให้แม่กังวลได้อย่างไรล่ะ ? ”