ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 938 ทุกคนต่างก็ได้รับสิ่งที่ต้องการ
ตอนที่ 938 ทุกคนต่างก็ได้รับสิ่งที่ต้องการ
“เสี่ยวไป๋ คุณคิดอย่างไร ? ” เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไร หวังเฟิงจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปรอบ ๆ อีกครั้งแล้วพูดว่า “พื้นที่นี้เป็นสถานที่ที่ดี เพียงแต่……”
“มีอะไรหรือเปล่า ? ” หวังเฟิงถามทันที “หากคุณมีอะไรจะพูด ก็แค่พูดมา”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แค่ว่าที่ดินผืนนี้อุดมสมบูรณ์มาก น่าเสียดายหากว่าเอาที่ดินทำกินอันอุดมสมบูรณ์แบบนี้ไปสร้างบ้าน”
เมื่อหวังเฟิงได้ยินสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ฉันจะบอกความจริงกับคุณก็แล้วกัน ที่ดินนี้เป็นของสามพี่น้องเรา คือพี่ชาย ฉัน และน้องชายของฉันครอบครองร่วมกันอยู่”
“คุณมาที่หมู่บ้านหวังเจียเพื่อสร้างโรงงาน ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน ฉันต้องเป็นผู้นำในการสนับสนุนคุณอยู่แล้ว”
“แม้ว่าที่ดินของครอบครัวฉันจะอุดมสมบูรณ์สักแค่ไหน แต่ลุงของคุณและคนอื่นแย่ยิ่งกว่าอีก พวกเขาถูกรื้อถอนบ้านเพื่อเอาที่ดินมาสร้างโรงงาน”
“หากพวกเขาเสียสละได้ ทำไมฉันซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านจะไม่เสียสละที่ดินของตัวเองให้กับชาวบ้านล่ะ ? ”
สิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้องและฟังดูสมเหตุสมผลมาก
มันเป็นคำพูดที่ดูสูงส่ง
แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้ ชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังต่างก็แสดงท่าทีดูถูกในสายตาของพวกเขา
ใครบ้างจะไม่เข้าใจจุดประสงค์เล็ก ๆ น้อย ๆ ในใจของหวังเฟิง ?
แต่มันก็ยากที่จะพูด
เจียงเสี่ยวไป๋ได้แต่เฝ้าดูความโกลาหลนี้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เขามองดูพื้นที่ตรงหน้าอีกครั้ง จากนั้นก็มองออกไปในระยะไกล
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากบ้านลุงของเขาประมาณ 400 เมตร แต่ไม่ว่าจะเลือกที่นี่หรือที่ไหนในหมู่บ้าน ก็ไม่มีพื้นที่ไหนเหมาะจะสร้างบ้านได้จริง ๆ
ท้ายที่สุดแล้ว เนื่องจากเขากำลังจะสร้างบ้านใหม่ให้ลุงและลูกพี่ลูกน้องของเขา เขาก็อยากจะเลือกสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา
“ลุงเฟิงเสียสละมาก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ยกย่องหวังเฟิงด้วยรอยยิ้ม และพูดว่า “ตกลงครับ ผมจะเอาพื้นที่นี้สร้างบ้าน”
“ดี ! ” หวังเฟิงดีใจมากและพูดอย่างมีความสุข “ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณคงชอบที่นี่”
ชาวบ้านที่อยู่ด้านหลังต่างส่ายหัวเมื่อได้ยินที่พวกเขาพูดคุยกัน
นี่เป็นการต่อรองราคาครั้งใหญ่ !
ซึ่งค่าชดเชยในการครอบครองพื้นที่ที่คุยกันไปเมื่อวานนี้นั้นสูงมาก
นอกจากนี้หากว่าใครถูกยึดครองพื้นที่ทำกินไป ยังจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าทำงานในโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติกอีกด้วย เรียกได้ว่าหวังเฟิงนั้นกำลังทำดีหวังผล
หวังเฟิงไม่สนใจว่าชาวบ้านจะพูดอะไรเกี่ยวกับเขา
หากพูดกันตามตรง ผมน้อยลงหนึ่งเส้นและเงินน้อยลงหนึ่งเพนนี สิ่งที่เขาเสียไปก็เทียบเคียงกับผลประโยชน์ที่ได้รับไม่ใช่เหรอ ?
เขายิ้ม และหันไปพูดกับชาวบ้านเสียงดัง “ฟังนะทุกคน เถ้าแก่เจียงได้ตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่ให้พี่ซิ่วเหวินและคนอื่นที่นี่แล้ว”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดกับหวังซิ่วเหวิน “พี่ซิ่วเหวิน นี่คือพื้นดินอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดในหมู่บ้าน หลังจากที่บ้านหลังใหม่ของพี่ถูกสร้างขึ้นที่นี่และย้ายมาอยู่ที่นี่ ครอบครัวของพี่จะต้องมีประชากรเพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่เจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน”
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หวังซิ่วเหวินก็ไม่มีอะไรจะพูด
เขาทำได้เพียงกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่บ้านสำหรับความเมตตาของคุณ ไม่อย่างนั้นเราก็คงจะไม่มีสถานที่ดี ๆ แบบนี้ไว้สร้างบ้านหลังใหม่”
หวังเฟิงหัวเราะเสียงดัง “พี่ซิ่วเหวิน เราก็เป็นเหมือนพี่น้อง เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นพี่ไม่จำเป็นต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันเองก็มีหน้าที่เลือกสถานที่ให้พวกพี่สร้างบ้านใหม่ อย่างไรฉันก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้อย่างแน่นอน”
“หัวหน้าหมู่บ้านเสียสละมาก ! ”
“หัวหน้าหมู่บ้าน คุณใส่ใจลูกบ้านมาก ! ”
“หวังเฟิง คุณสมควรที่จะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านของเราต่อไปในอนาคต เพราะมีแค่คุณเท่านั้นที่ใส่ใจพวกเขาขนาดนี้ ! ”
“เราทุกคนอยากจะขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้าน ! ”
“……”
แม้ว่าชาวบ้านจะดูถูกการกระทำของหวังเฟิง แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตัดสินใจเลือกที่ดินของเขาแล้ว ทำให้ชาวบ้านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดเยินยอออกมา
หวังเฟิงรู้สึกมีความสุขมากหลังจากได้ยินแบบนี้ จากนั้นเขาก็ได้เชิญเจียงเสี่ยวไป๋ไปดื่มน้ำชาที่บ้านของเขาอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือปฏิเสธ “ลุงครับ ผมไม่อยากไปดื่มชาจริง ๆ ” เขาชี้ไปที่ทุ่งตรงหน้าและดูเหมือนจะจำได้ทันทีว่า “บ้านสิบเอ็ดหลังที่ผมจะรื้อถอนนั้น มีทั้งหมดเกือบยี่สิบครัวเรือน ! ”
หวังเฟิงตอบทันที “สิบเก้าครัวเรือน ! ”
ฉันแค่กะประมาณคร่าว ๆ ไม่ต้องเป๊ะขนาดนั้นก็ได้ !
แน่นอน เจียงเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วและพูดว่า “ลุงเฟิง หากมีสิบเก้าครัวเรือน ผมก็จะสร้างให้ครัวเรือนละหลังไปเลย และบ้านที่ผมจะสร้างจะสร้างตามแบบบ้านในโครงการพื้นที่ชนบทใหม่ งั้นพื้นที่ด้านหน้าของเรานี้ดูเหมือนจะไม่พอนะครับ ! ”
ทันทีที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดประโยคนี้ออกมา หวังซิ่วเหวินและชาวบ้านคนอื่นก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ทุ่งกว้างตรงหน้าของพวกเขาอีกครั้ง
“พื้นที่แค่นี้คงจะเพียงพอสร้างบ้านได้สิบสองถึงสิบสามครัวหลังเท่านั้น ถ้ามากกว่านี้คงไม่พอ”
“ฉันคิดว่าเราน่าจะสร้างได้มากกว่านั้น ประมาณสิบห้าถึงสิบหกหลัง”
“เกรงว่าคงจะยาก คุณเคยเห็นแบบบ้านในโครงการพื้นที่ชนบทใหม่แล้วเหรอยัง ? บ้านแต่ละหลังกินพื้นที่เยอะมาก”
“ที่จริงแล้วแบบบ้านในโครงการชนบทใหม่ก็ใช้พื้นที่พอกันกับบ้านที่เราสร้างเองนั่นแหละ ใครจะยอมสร้างบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าหลังเก่าให้กัน”
“ใช่แล้ว ฉันเดาว่าสักสิบห้าหรือสิบหกหลังก็พอได้อยู่”
“แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่พออยู่ดี เพราะบ้านที่ถูกรื้อถอนไปนั้นมีทั้งหมดสิบเก้าครัวเรือน หากสร้างที่นี่ได้เพียงสิบห้าหรือสิบหกหลัง แล้วอีกสี่ครอบครัวจะไปอยู่ที่ไหน ? ”
“ใช่ พอจะเป็นไปได้ไหมที่จะหาที่อื่นให้พวกเขาอีก”
“มันเป็นไปไม่ได้ ! ”
“……”
คราวนี้ ทุกคนไม่ต้องกระซิบกระซาบกันอีกต่อไป พวกเขาคุยกันเสียงดังและแสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องกลัวว่าหวังเฟิงจะได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดอีก
หวังเฟิงยังแสร้งทำเป็นขมวดคิ้วในขณะที่เขาฟังการสนทนาของชาวบ้าน และแอบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋เป็นระยะ
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ยังคงขมวดคิ้ว เขาก็กัดฟันแล้วพูดว่า “เสี่ยวไป๋ เอางี้ไหม งั้นคุณก็รื้อบ้านของฉันไปด้วยเลย จะได้มีพื้นที่เพียงพอ ! ”
เขาชี้ไปที่บ้านทั้งสามหลังของพวกเขาสามพี่น้อง แล้วพูดว่า “ดูสิ ถ้าบ้านทั้งสามหลังนี้ถูกรื้อถอนไป เราก็จะมีพื้นที่เยอะขึ้น ต่อให้จะสร้างบ้านสักยี่สิบหรือสามสิบหลังก็คงไม่มีปัญหา”
ทุกคนมองตามที่เขาชี้ไป
แน่นอนว่าหากบ้านของสามพี่น้องหวังเฟิงถูกรื้อถอนออกไป ที่ดินตรงนี้ก็จะสามารถขยายไปถึงตีนเขาด้านหลังได้ จะทำให้มีดินที่ใช้สอยกว้างขึ้นไปอีก
“เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ! ”
“ใช่ ถ้าหากว่ารื้อถอนตามที่เขาพูด มันก็เป็นไปได้ที่จะสร้างบ้านหลังเล็กได้มากกว่ายี่สิบหลังใช่ไหม ? ”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีปัญหา”
“……”
ชาวบ้านต่างก็เห็นด้วย
ทว่าในตอนนั้นก็มีคนคัดค้านขึ้นมา
“เฮ้ แบบนี้ไม่ถูกต้อง”
“ทำไมล่ะ ? ”
“ถ้าบ้านของผู้ใหญ่บ้านถูกรื้อถอน แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ ? ”
“อะไรกัน คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ! ”
“ถ้าบ้านของเขาถูกรื้อถอนไป ก็ต้องสร้างบ้านหลังใหม่ให้เขาอยู่แล้ว ! ”
“ถ้าอย่างนั้น…ในกรณีนี้ ครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านก็จะได้สร้างบ้านใหม่เหมือนกันใช่ไหม ? ”
“เป็นแบบนี้นี่เอง ! ”
“ตามที่คาดไว้ไม่มีผิด หัวหน้าหมู่บ้านนั้นเจ้าเล่ห์มาก ! ”
“……”
คำพูดเหล่านี้ไปถึงหูของหวังเฟิง มันทำให้เขารู้สึกเขินอายเล็กน้อย
“เสี่ยวไป๋ ไม่ใช่ว่าฉันต้องการให้คุณสร้างบ้านใหม่ให้”
“เอ่อ ฉัน……”
เจียงเสี่ยวไป๋มองเรื่องนี้ออกมานานแล้ว เมื่อเห็นหวังเฟิงรู้สึกลังเล เขาก็ยิ้มออกมา
“ลุงเฟิง ถ้าคุณเต็มใจก็รื้อมันเถอะ แล้วผมจะทำบ้านหลังเล็กทดแทนให้ ! ”
ฮะ ?
หวังเฟิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะตอบตกลงโดยไม่ลังเลแบบนี้
เขาคิดว่ามันคงต้องใช้เวลาสักพักในการตัดสินใจ
ที่จริงแล้วเขาได้มีการเตรียมคำพูดชุดพิเศษไว้เพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะไม่ได้เอาออกมาใช้ เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ได้ตอบตกลงโดยไม่ลังเลไปแล้ว
“เสี่ยวไป๋ ทำไมมัน…ถึง…น่าอายนัก ? ” หวังเฟิงพูดด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือปัด “อย่ากังวลไปเลยครับ การได้มาซึ่งที่ดินและการสร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัวที่ถูกรื้อถอนบ้านไปนั้น ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโรงงานผลิตขวดบรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยธรรมชาติแล้ว เราต้องชดใช้คืนชาวบ้านอยู่แล้วครับ”
ต่อให้มันจะทำให้เขาใช้ต้นทุนสูงขึ้นก็ไม่สำคัญ
เหตุผลที่เขายินดีจ่าย ก็เพราะเขาได้คิดมาดีแล้ว
มิฉะนั้น เขาคงไม่เลือกที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ในพื้นที่ของครอบครัวหวังเฟิง ทั้งที่รู้ความตั้งใจของหวังเฟิงดีอยู่แล้ว
พูดได้คำเดียวว่าทุกคนต่างก็ได้รับสิ่งที่ต้องการ
ได้ยินแบบนั้น หวังเฟิงก็มีความสุขมาก
“เสี่ยวไป๋ เยี่ยมมาก แน่นอนว่าฉันเต็มใจ ! ”