ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 941 ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง
ตอนที่ 941 ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง
หลังจากที่หวงหงหยุนนจากไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องโรงงานประทัดอีก
ความยุ่งยากเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย
พอเห็นว่าไม่มีอะไรทำแล้ว เขาก็ไปนั่งนวดเท้าอย่างสบายใจต่อ
พอออกมาก็รู้สึกสดชื่นมากขึ้น
เมื่อดูเวลาก็สี่โมงกว่าแล้ว เขาจึงพาหลินเจียอินและเจียงชานไปที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์เหลียนเหอเพื่อรับเจียงเสี่ยวชิงและหลินเจียลี่กลับบ้าน
เมื่อเขาเข้าเมืองมาในวันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็เปลี่ยนมาขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE
“ป่าป๊าคะ ป่าป๊าพูดถูกมากที่ว่าถ้าจะขับต้องรถบีเอ็มดับบลิว แต่ถ้านั่งให้นั่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ รถเบนซ์คันนี้นั่งสบายมากค่ะ”
เจียงชานนั่งอยู่ที่แถวหลัง พิงพนักพิงที่นุ่มและกว้างขวางของรถแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ มันสบายมากจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวชิงก็ได้พูดเสริม ตอนนี้เธอได้นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ ความรู้สึกที่ห่อหุ้มของเบาะรองรับร่างกายของเธอได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เธอรู้สึกสบายและผ่อนคลายมาก
หลินเจียอินกล่าวว่า “ฉนวนกันเสียงของรถคันนี้ดีมาก เวลานั่งอยู่ในรถแทบจะไม่ได้ยินอะไรข้างนอกเลย”
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ทำให้เธอรู้สึกอิสระและผ่อนคลาย
เธอชอบสภาพแวดล้อมแบบนี้มากเวลานั่งรถ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับบลิว และปอร์เช่เป็นของคุณทั้งหมด จากนี้ไปคุณจะขับปอร์เช่ สำหรับเอาไว้ขับขี่ส่วนตัว หรือเมอร์เซเดส-เบนซ์สำหรับการเดินทางไปทำธุรกิจ ผมก็จะหาคนขับมาให้คุณ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ฉันจะขับเอง ฉันต้องการคนขับให้ที่ไหนกันล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณต้องมีคนขับเท่านั้น คุณถึงจะเป็นผู้นำที่สง่างามได้ คุณเป็นประธานของเจียงเจียกรุ๊ป จะขับรถเองเมื่อเดินทางไปทำธุรกิจได้อย่างไร”
“พี่เขยพูดถูก ! ” หลินเจียลี่เห็นด้วยก่อนใคร “พ่อและลุงรองก็มีคนขับรถให้เมื่อไปทำธุระต่าง ๆ พี่ก็ต้องมีคนขับส่วนตัวด้วย”
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะยิ้ม และพูดว่า “เธอและพี่เขยของเธอหันมาเป็นพวกเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ”
หลินเจียลี่ยิ้มและพูดว่า “ก็เพราะสิ่งที่พี่เขยพูดมันสมเหตุสมผลต่างหากล่ะ”
เธอนั่งอยู่ด้านหลังเจียงเสี่ยวไป๋ ขณะที่พูด เธอก็โน้มตัวไปข้างหน้า พูดขึ้นมาข้างหูของเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ใช่ไหม พี่เขย ? ”
“ใช่ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบ “ทุกสิ่งที่เธอพูดถูกต้องทั้งหมด ! ”
“ไม่มีความจริงใจเลย ! ” เมื่อเห็นพฤติกรรมข้าง ๆ คู ๆ ของเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียลี่ก็รู้สึกเบื่อและหดร่างของเธอลง พิงพนักพิงอันแสนนุ่มนวลและเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายที่รถเมอร์เซเดส-เบนซ์มอบให้
หลังจากส่งหลินเจียลี่และเจียงเสี่ยวชิงไปโรงเรียนสอนขับรถ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาหลินเจียอินและเจียงชานไปที่ร้านนวดเท้าเหมือนดั่งเคย
“ผู้ช่วยเจียง พอดีมีคนโทรมาหาคุณก่อนหน้านี้ค่ะ”
“ฉันบอกเขาว่าจะให้คุณโทรกลับไปหลังจากที่คุณมาถึง”
ทันทีที่เขาเดินเข้าประตูมา เฉินซินก็รายงานเขาทันที
“ใครกันที่โทรมาหาฉันแต่เช้าแบบนี้ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วเดินไปที่บาร์เพื่อดูหมายเลขที่เขียนไว้บนโน้ต ปรากฏว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์จากสำนักงานของหวังเต๋อคุนนี่เอง
เขารู้ได้ทันทีว่ามันเป็นเรื่องอะไร
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออกทันที หวังเต๋อคุนรีบรับสาย เมื่อเขาได้ยินว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็พูดติดตลกว่า “เถ้าแก่เจียง ทำไมคุณถึงมาทำงานช้ากว่าฉันตั้งหนึ่งชั่วโมงแบบนี้!”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผมไม่ใช่พนักงานประจำแบบคุณสักหน่อย”
หวังเต๋อคุนหัวเราะ และพูดว่า “มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อวานฉันได้ไปตรวจสอบสถานการณ์ที่คุณพูดถึงอย่างชัดเจนแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีจริงด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม คำตอบนี้เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีปฏิกิริยาอะไร หวังเต๋อคุนก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ดูเหมือนคุณจะไม่แปลกใจเลยสินะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่คาดคิด มันเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่ผู้อำนวยการหวังจัดการเรื่องนี้ คนพวกนั้นก็ไม่สามารถสร้างกระแสอะไรได้แล้ว”
หวังเต๋อคุนยิ้มและพูดว่า “จริง พอสองคนนั้นได้ยินว่าเป็นคุณที่จะรวมโรงงานประทัดหงหยุนเข้ากับโรงงานประทัดทั้งสองแห่งที่รัฐเป็นเจ้าของ พวกเขาก็ตกตะลึงไปในทันที”
“คราวนี้พวกเขายิงตัวตายเอง ซุนเต๋อฟู่ยังไปเป็นจับกังให้กับหวงหงหยุนนตั้งครึ่งเดือน ทำให้เขาไม่ได้ผลิตสินค้าของตัวเองเลย ตอนนี้พวกเขาทั้งสองยังทำแผนการไม่สำเร็จอีก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “นั่นคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญใช่ไหมครับ ! ”
หวังเต๋อคุนสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มอย่างขมขื่น “น้องชาย ฉันไม่สามารถซ่อนอะไรจากคุณได้จริง ๆ ”
“ถูกต้อง ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีรู้ว่าพวกเขาจนมุมแล้วหลังจากที่คุณเข้ามาแทรกแซง จึงขอให้ฉันมาบอกคุณว่าได้โปรดช่วยเข้าซื้อหุ้นโรงงานประทัดของพวกเขาด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการหวัง ผมก็ต้องการให้คุณช่วยผมในเรื่องนี้เหมือนกัน”
หวังเต๋อคุนกล่าวว่า “น้องชาย คุณกำลังพูดถึงอะไร มันหมายความว่าอย่างไร ? ตราบใดที่ฉันสามารถช่วยได้ ฉันไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผู้อำนวยการหวัง คุณช่วยไปบอกพวกเขาให้ผมทีว่าผมไม่สนใจโรงงานของพวกเขา”
หวังเต๋อคุนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “เฮ้ เถ้าแก่เจียง คุณไม่ได้ตั้งใจจะยึดโรงงานทั้งสองของพวกเขาหรอกเหรอ ? ทำไมคุณถึงบอกว่าคุณไม่สนใจโรงงานของพวกเขาล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผู้อำนวยการหวัง คุณไปบอกเรื่องนี้กับพวกเขาเถอะ ถ้าหากเห็นว่าพวกเขาเป็นกังวล คุณสามารถให้คำปรึกษาแก่พวกเขาได้ แล้วปล่อยให้พวกเขาเป็นหนี้บุญคุณคุณ”
อ่า ?
หวังเต๋อคุนเข้าใจได้ในทันที
“คุณหมายถึงขอให้พวกเขามาขอร้องถานซิงซานใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผู้อำนวยการหวัง นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก”
หวังเต๋อคุนหัวเราะเสียงดัง “เถ้าแก่เจียง คุณนี่ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้จริง ๆ ขนาดอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยุ่งวุ่นวายแบบนี้ คุณไม่เพียงแต่ทำสิ่งที่ได้มาซึ่งผลประโยชน์เท่านั้น แต่คุณยังทำให้ฉันต้องชื่นชมคุณอีกด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใครบอกให้สองคนนั้นคิดไม่ซื่อกันเล่า เมื่อพวกเขาทำผิด พวกเขาก็ต้องชดใช้”
หวังเต๋อคุนกล่าวว่า “เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะโทรไปที่สำนักงานของพวกเขาเร็ว ๆ นี้”
“เอาล่ะ ผู้อำนวยการหวัง ฉันจะไม่รบกวนคุณแล้ว ว่างวันไหนก็เชิญมานวดเท้าที่ร้านนะครับ”
“ได้เลย ! ”
หวังเต๋อคุนตอบตกลงอย่างมีความสุขและวางสายโทรศัพท์ไป
เขาไปนวดเท้าที่ร้านมาแล้วสองครั้ง ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและสบายเท้าจริง ๆ
เมื่อนึกถึงความรู้สึกผ่อนคลายและสบายนั้น ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาก็รู้สึกมีความสุข เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งและโทรหาซุนเต๋อฟู่ต่อ
‘คุณและหงซวงซีมาที่ออฟฟิศของฉันด่วน’
ด้วยประโยคดังกล่าว ไม่นานหลังจากนั้นซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีก็รีบไปที่ห้องทำงานของหวังเต๋อคุนพร้อมกัน
“ผู้อำนวยการหวัง ทำไมคุณถึงเรียกเรามาเร่งด่วนแบบนี้ ? ”
เมื่อซุนเต๋อฟู่เดินเข้ามาในห้อง เขาก็ยื่นบุหรี่ให้กับหวังเต๋อคุนและถามอย่างระมัดระวัง
หวังเต๋อคุนรับบุหรี่มาด้วยท่าทางสบาย ๆ และเหลือบมองพวกเขาทั้งสองคน
“นั่งลงก่อนแล้วค่อยคุยกัน ! ”
ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีรอให้หวังเต๋อคุนนั่งลงที่โต๊ะหลุมไฟ โดยพวกเขาสองคน คนหนึ่งนั่งทางซ้ายและอีกคนนั่งทางขวา
“คุณสองคนมีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า ? ”
หวังเต๋อคุนจุดบุหรี่ เขาดูดบุหรี่แล้วพ่นควันออกมา ก่อนจะพูดด้วยด้วยท่าทางเคร่งขรึม
ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีรู้สึกกังวลมากหลังจากได้ยินที่เขาพูด เหงื่อเย็นเม็ดโตได้ผุดขึ้นบนหน้าผากของพวกเขา
ไม่รู้เป็นเพราะการนั่งบนโต๊ะหลุมไฟมันร้อนเกินไป หรือทั้งสองคนกำลังไม่สบายใจกันแน่
“ผู้อำนวยการหวัง ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเข้ามาแทรกแซงในอุตสาหกรรมประทัดแบบนี้ ! ”
ซุนเต๋อฟู่พูดด้วยสีหน้าขมขื่น