ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 942 ใครกันที่ไม่มีลูกเล่นบ้าง
ตอนที่ 942 ใครกันที่ไม่มีลูกเล่นบ้าง
หวังเต๋อคุนแค่แสร้งทำเป็นโกรธในตอนแรก แต่หลังจากได้ยินคำพูดของซุนเต๋อฟู่ เขาก็โกรธขึ้นมาจริง ๆ
“ซุนเต๋อฟู่ แทนที่คุณจะคิดวิธีพัฒนาโรงงานประทัดของตัวเองให้ดีขึ้น ทำไมถึงต้องคิดแต่เรื่องชั่วร้ายแบบนี้ด้วย ? ”
“เฮอะ…ลองคิดดูว่าถ้าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เข้ามาแทรกแซง เรื่องมันจะจบลงแบบนี้ไหม ? ”
“ฉันคิดว่าคุณสมควรที่จะเอาเรื่องนี้มาเป็นบทเรียน และให้มันเป็นครั้งสุดท้าย ! ”
เมื่อซุนเต๋อฟู่ถูกตำหนิแบบนี้ เขาก็ไม่กล้าตอบ ได้แต่ก้มหัวและยอมรับการตำหนิอย่างเชื่อฟัง
ในเวลานี้ หงซวงซีรีบพูดออกมาว่า “ผู้อำนวยการหวัง เรารู้แล้วว่าเราผิด ! ช่วยบอกเรามาเร็วเถอะว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเข้าซื้อโรงงานประทัดของเราไหม ? ”
หวังเต๋อคุนเหลือบมองเขาแล้วพูดอย่างใจเย็น “เจียงเสี่ยวไป๋บอกฉันว่าเขาไม่สนใจอุตสาหกรรมเล็ก ๆ ของพวกคุณ”
อ่า ?
ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีต่างก็มีสีหน้าขมขื่นขึ้นมาทันที
พวกเขาได้คาดเดาคำตอบนี้ และได้เตรียมการบางอย่างในใจไว้แล้ว แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริง พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
“ผู้อำนวยการหวัง คราวนี้เหล่าซุนคิดไม่ดีก็จริง” หงซวงซีเหลือบมองไปที่หวังเต๋อคุนอย่างลับ ๆ และพูดต่อ “แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เหล่าซุนและฉันได้ทำงานอย่างซื่อตรงมาตลอดภายใต้การกำกับดูแลของคุณ และมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของชิงโจวเรื่อยมา เราพยายามทำงานหนักเพื่อช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจมาตลอด คุณมีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่าพวกเรา ดังนั้นโปรดช่วยชี้แนะเราด้วย ! ”
ซุนเต๋อฟู่เองก็รีบพูดออกมาว่า “ผู้อำนวยการหวัง เหล่าหงและฉันเปรียบเหมือนทหารที่ทำงานภายใต้คำสั่งของคุณมาตลอด มีคนงานมากกว่าร้อยคนในโรงงานทั้งสองแห่งของเรา”
“ถ้าโรงงานล้มละลายลงไปแบบนี้ คนงานคงจะตกงานกันหมด”
เขาแสดงได้ดีกว่าหงซวงซีมาก ถึงกับร้องไห้ออกมาขณะที่พูด ซึ่งมันดูน่าสมเพชมาก
เมื่อเห็นแบบนี้ หวังเต๋อคุนก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย
“เอาล่ะ โอเค ! เป็นผู้ชายทำไมถึงร้องไห้เหมือนผู้หญิงแบบนี้ล่ะ ? ”
หวังเต๋อคุนไม่รู้ว่าจะโน้มน้าวเขาอย่างไร ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างไม่อดทน
เมื่อซุนเต๋อฟู่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด เขาก็คิดว่าหวังเต๋อคุนไม่สนใจเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงรีบพูดว่า “ผู้อำนวยการหวัง คุณจะเพิกเฉยต่อคนที่กำลังจะตายแบบนี้ไม่ได้นะ”
เขาชี้ไปที่หงซวงซี “ไม่ว่าเหล่าหงและฉันจะเป็นอย่างไร ก็แค่คนสองคน แต่อีกร้อยกว่าชีวิตในโรงงานจะมีชีวิตรอดต่อไปได้ในปีนี้ไหมก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ! ”
มุมปากของหวังเต๋อคุนกระตุกอย่างรุนแรง ทำไมเขาไม่สังเกตนะว่าผู้ชายคนนี้เสแสร้งเก่งขนาดนี้มาก่อน
คนแบบนี้สมควรได้รับบทเรียน
เขาโบกมือแล้วพูดเสียงดัง “โอเค โอเค ฉันจะคิดหาทาง ฉันล่ะยอมพวกคุณจริง ๆ ! ”
“ขอบคุณผู้อำนวยการหวัง ฉันรู้ว่าคุณใจดีและจะไม่ทิ้งเราไว้ตามลำพัง ! ” ซุนเต๋อฟู่หลั่งน้ำตาทันทีและพูดด้วยความดีใจ
หวังเต๋อคุนพูดด้วยความโกรธ “ฉันไม่ได้คิดจะสนใจคุณหรอก แต่เพราะฉันเห็นว่าโรงงานทั้งสองของพวกคุณมีคนงานมากกว่าร้อยคน หากพวกเขาตกงาน มันจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวหลายร้อยครอบครัวต่างหาก”
“ใช่ ใช่ ! ” ซุนเต๋อฟู่พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก “ผู้อำนวยการหวังใส่ใจชีวิตของคนงานเหล่านั้นและให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอันดับแรก”
หวังเต๋อคุนกลอกตาและขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจเขา เขาขมวดคิ้ว และดูเหมือนจะจมอยู่กับความคิดไปครู่หนึ่ง
ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีต่างก็คิดว่าผู้อำนวยการหวังกำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้ารบกวนเขาและได้แต่รออย่างประหม่า
ในห้องทำงานเกิดความเงียบขึ้นมาปกคลุมครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นไม่นาน หวังเต๋อคุนก็เลิกคิ้วราวกับว่าเขาจำอะไรบางอย่างได้ เขาเหลือบมองซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีอย่างลึกซึ้งแล้วพูดว่า “เอาล่ะ งั้นพวกคุณคงต้องไปหาถานซิงซานแล้ว”
“ถานชิงซาน ? ”
ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีมองหน้ากัน พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าถานซิงซานคือใคร ?
หวังเต๋อคุนพยักหน้า “ใช่แล้ว ถานชิงซาน”
ซุนเต๋อฟู่ถามอย่างระมัดระวัง “ผู้อำนวยการหวัง ใครคือถานซิงซาน เขาจะทำให้เจียงเสี่ยวไป๋เปลี่ยนใจได้ใช่ไหม ? ”
หวังเต๋อคุนกล่าวว่า “ถานซิงซานเป็นผู้จัดการแผนกการลงทุนของเจียงเจียกรุ๊ป”
ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีรู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที
ขนาดให้ผู้อำนวยการหวังเต๋อคุนไปบอกเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงเสี่ยวไป๋ยังปฏิเสธ แล้วแบบนี้เขาจะฟังผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างไร ?
“ผู้อำนวยการหวัง เจียงเสี่ยวไป๋จะฟังถานซิงซานงั้นเหรอ ? ” ซุนเต๋อฟู่อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาในเวลานี้
หวังเต๋อคุนยิ้ม “ธุรกิจของเจียงเสี่ยวไป๋ใหญ่มาก เขาจะไปมัวสนใจเรื่องไร้สาระของพวกคุณได้อย่างไร ? ”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็พูดอย่างจริงจัง “แม้แต่โรงงานประทัดหงหยุนที่เจียงเจียกรุ๊ปซื้อหุ้นมาจากหวงหงหยุนก็ให้ถานซิงซานเป็นคนบริหารงานโดยตรง ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้มาสนใจด้วยซ้ำ”
ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีต่างมีความสุข พวกเขาไม่คาดคิดว่าผู้จัดการแผนกการลงทุนจะมีอำนาจมากขนาดนี้ !
ขนาดจะซื้อโรงงาน ก็สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
ดูเหมือนทั้งสองจะเห็นความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น..ผู้อำนวยการหวังโปรดช่วยแนะนำผู้อำนวยการถานให้เราได้รู้จักด้วย ! ” ซุนเต๋อฟู่กล่าว
หวังเต๋อคุนพยักหน้า “ฉันเองก็พอมีความสัมพันธ์กับถานซิงซานอยู่บ้าง คุณแค่ไปหาเขา แล้วบอกว่าฉันแนะนำพวกคุณให้มาเจอเขาแค่นี้ก็พอแล้ว”
“ขอบคุณ ผู้อำนวยการหวัง ! ” หงซวงซีกล่าวขอบคุณอย่างมีความสุข
ซุนเต๋อฟู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้อำนวยการหวัง ทำไมคุณไม่โทรไปบอกผู้อำนวยการถานก่อนล่ะ ! ”
หงซวงซีตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ใช่ ใช่ ใช่ ผู้อำนวยการหวัง ได้โปรดโทรหาผู้อำนวยการถานให้เราก่อนเถอะนะ ได้โปรด ! ”
หวังเต๋อคุนเหลือบมองทั้งสองคน แล้วถอนหายใจออกมา “เอาล่ะ งั้นฉันจะโทรหาเขาให้ก็แล้วกัน”
เขาลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออก
มีการเชื่อมต่อสายอย่างรวดเร็ว
“ชิงซานใช่ไหม ? ”
“……”
“สวัสดี ฉัน หวังเต๋อคุนเอง ! ”
“……”
“อย่าพูดอย่างนั้น วันนี้ที่ฉันโทรมาหาคุณก็เพราะมีเรื่องจะรบกวน”
“……”
“อย่างนั้นเหรอ……”
หวังเต๋อคุนหันไปหาซุนเต๋อฟู่และหงซวงซี เขาพูดคุยกับถานซิงซานทางโทรศัพท์ ซึ่งเขาได้อธิบายเรื่องนี้คร่าว ๆ ให้อีกฝ่ายฟัง
“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ! ”
“……”
“เอาล่ะ ฉันจะบอกให้ผู้อำนวยการซุนและผู้อำนวยการหงไปพบคุณทีหลัง แล้วคุณจะได้สัมภาษณ์พวกเขาเอง ! ”
“……”
“โอเค ! โอเค ! โอเค ! ฉันจะบอกพวกเขาให้มันชัดเจนอีกที”
“……”
“ไม่เป็นไร ฉันทำให้คุณเดือดร้อน ! ฉันจะเลี้ยงอาหารเย็นคุณเองหากว่าวันไหนคุณว่าง ! ”
“……”
“ชิงซาน รบกวนต้อนรับพวกเขาด้วย อย่างไรก็ขอขอบคุณล่วงหน้าด้วยแล้วกัน ตามที่สัญญาไว้ ฉันจะเลี้ยงอาหารคุณทีหลัง ! ”
“……”
“เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว ! งั้นแค่นี้ก่อนนะ ! ”
หวังเต๋อคุนวางสายโทรศัพท์ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะหลุมไฟแล้วนั่งลง ก่อนจะเหลือบมองทั้งสองคน “พวกคุณได้ยินแล้วใช่ไหม ฉันพูดคุยกับผู้อำนวยการถานให้แล้ว”
“ฉันได้ยินแล้ว ! ฉันได้ยินแล้ว ! ” ซุนเต๋อฟู่และหงซวงซีต่างพูดออกมาพร้อมกัน
หวังเต๋อคุนพยักหน้าและพูดอย่างจริงจัง “ฉันได้ช่วยพูดให้พวกคุณไปแล้ว เมื่อไปเจอเขาก็อย่าอวดตัว ในเมื่อต้องการขอให้ใครสักคนช่วย ก็จงแสดงความจริงใจออกมาบ้าง”
“ผู้อำนวยการหวัง ฉันรู้” หงซวงซีกล่าว
ซุนเต๋อฟู่ยังกล่าวอีกว่า “อย่ากังวลไป ผู้อำนวยการหวัง ฉันจะแสดงความจริงใจอย่างที่สุด”
หวังเต๋อคุนพยักหน้า
หลังจากบอกที่อยู่สำนักงานของถานซิงซานให้ทั้งสองแล้ว เขาก็โบกมือแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็ไปเถอะ ! ”