ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 943 ข่าวดียังคงมาอย่างต่อเนื่อง
ตอนที่ 943 ข่าวดียังคงมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่นาน เวลาก็ผ่านไปห้าวันอย่างรวดเร็ว
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีข่าวดีมากมายเข้ามาหาเจียงเจียกรุ๊ป
โรงงานประทัดหงหยุนไม่เพียงแต่สามารถรวมเข้ากับโรงงานประทัดเต๋อฟู่เท่านั้น แต่พวกเขายังสามารถรวมโรงงานประทัดซีเล่อ โรงงานประทัดฟู่ซิง และโรงงานประทัดหงซิงเข้าด้วยกันอีกด้วย
โรงงานประทัดทั้งห้าแห่งของชิงโจวไม่มีอีกต่อไป ตอนนี้โรงงานทั้งหมดอยู่ภายใต้โรงงานประทัดหงหยุน ซึ่งโรงงานอีกสี่แห่งก็ได้กลายเป็นโรงงานสาขา
ขณะนี้ โรงงานทั้งห้าแห่งกำลังดำเนินการอย่างเต็มกำลังเพื่อผลิตดอกไม้ไฟแบบใหม่ทุกวัน เพราะจะมีรถบรรทุกมาบรรทุกดอกไม้ไฟออกไปมากกว่าสิบคันรถทุกวัน
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยังบรรลุเป้าหมายในการร่วมมือกับโรงงานผลิตหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ โดยถ่ายทอดแผนการจัดซื้อจัดจ้างร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ภายใต้เจียงเจียกรุ๊ป ซึ่งโรงงานหลายร้อยแห่งกำลังเตรียมที่จะประมูลแข่งกัน และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ถูกส่งมายังโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกแล้ว
โรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกได้จัดโกดังขนาดเล็กไว้เพื่อเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยเฉพาะ และตัวอย่างที่ได้มาตอนนี้ก็กองพะเนินเทินทึกอยู่ภายในโกดัง
นอกจากนี้ ผู้จัดการฝ่ายขายจำนวนมากและแม้แต่ผู้จัดการฝ่ายผลิตก็ได้ถูกเรียกให้มาพบกับเฉินอันผิงและเมิ่งเสี่ยวเป่ยเป็นการส่วนตัว
ทำให้ตอนนี้ที่เกสต์เฮาส์ชิงเจียงหนาแน่นไปด้วยผู้คน
เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินอันผิงพบปะกับผู้คนมากกว่าสิบคนทุกวัน
เพราะหลังจากนี้ พวกเขาก็ไม่มีเวลามาเจอใครแล้วจริง ๆ
เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขายังมีงานของตนเองที่ต้องสะสาง ไม่สามารถมาพบปะกับคู่ค้าโดยไม่สนใจงานการของตนเองได้
นอกจากนี้ ผลตอบรับยังคงมาจากเมืองต่าง ๆ ของภูมิภาคจีนตอนกลาง อย่างเช่น เจียงเฉิง หวงโจว เอ้อเฉิง และฟานเฉิง ฝ่ายขายดำเนินงานคืบหน้าไปมากแล้ว ตอนนี้พวกเขาได้เช่าหน้าร้านในแต่ละเมืองไว้ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น
ขณะนี้ได้มีการเช่าหน้าร้านไปแล้ว 131 ร้าน
ทุกร้านที่เช่ามานี้ เฉินอี้เฟยรับหน้าที่ในการออกแบบและตกแต่งภายใน
นอกจากนี้ ร้านนวดเท้าสามแห่งที่ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยใช้บ้านหลังเก่าของเฝิงเยี่ยนหงในเมืองชิงโจวมารีโนเวททำร้านก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมที่จะเปิดดำเนินการได้ทุกเมื่อ
แต่เฉินซินไม่ได้คิดที่จะเปิดก่อนตรุษจีนนี้
ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงวันตรุษจีนแล้ว เธอมีแผนจะเปิดร้านทั้งสามแห่งพร้อมกันในวันที่ 15 หลังตรุษจีน
นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อแบบโฮมอินน์กว่า 30 แห่งในเมืองชิงโจวก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการตกแต่งและปรับปรุงเหมือนกัน
ช่างไม้ถานเองก็กำลังยุ่งอยู่กับการบรรทุกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นตู้คอนเทนเนอร์
และข่าวดีสุดท้ายก็คือสำนักงานชั่วคราวของเจียงเจียกรุ๊ปได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และสามารถย้ายไปใช้สำนักงานที่นั่นได้ทันที
เมิ่งเสี่ยวเป่ยจึงตัดสินใจว่าจะย้ายเข้าสำนักงานใหม่ในวันที่ 26
ทันทีที่ข่าวนี้ออกมา ทุกคนในเจียงเจียกรุ๊ปก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
“ในที่สุดบริษัทของเราก็จะมีสำนักงานเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว”
“ใช่แล้ว มันเคยเป็นเหมือนเศษทรายที่กระจัดกระจาย แต่ตอนนี้มันมารวมกันแล้ว”
“หลังจากย้ายเข้าสำนักงานใหญ่ เราก็จะสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม”
“คุณคิดว่าผู้ช่วยเจียงจะย้ายเข้าสำนักงานใหญ่หรือเปล่า ? ”
“ก็อาจจะ ! ”
“ฉันเดาว่าไม่ เพราะผู้ช่วยเจียงดูเหมือนจะไม่ชอบอยู่กับที่สักเท่าไหร่”
“……”
ผู้คนที่สำนักงานหลักของบริษัทต่างเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได้ย้ายเข้าสู่สำนักงานใหญ่
ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้
ในช่วงสี่ถึงห้าวันที่ผ่านมา เขาได้เปลี่ยนรถขับเป็นว่าเล่น และขับรถเข้าไปในเมืองทุกเช้าเพื่อส่งเจียงเสี่ยวชิงและหลินเจียลี่ไปโรงเรียนสอนขับรถ และมาแวะรับพวกเธอกลับไปที่เจียงวานในตอนเย็น
บางวันเขาก็กลับบ้านเร็ว เพราะจะได้มีเวลาให้ทั้งสองสาวได้ฝึกขับรถนำเข้าของเขาไปตามถนนทางเข้าหมู่บ้าน
ซึ่งวันนี้ทั้งสองก็ได้ขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE อีกด้วย
หลังจากที่หลินเจียลี่และเจียงเสี่ยวชิงขับรถไปมาบนถนนคนละสองรอบ หลินเจียลี่ก็พูดด้วยความตื่นเต้นว่า “พี่เขย รถของพี่ขับง่ายมาก รถที่ครูฝึกให้เราหัดขับที่โรงเรียนขับยากกว่าเยอะ”
เจียงเสี่ยวชิงยังกล่าวอีกว่า “ใช่ รถคันนั้นพวกมาลัยหนักไปหน่อย ฉันต้องใช้แรงหมุนพวงมาลัยจนเหนื่อยเหงื่อออกเต็มหลังไปหมดหลังจากขับรถไปสองสามรอบ” เธอมองไปที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE แล้วพูดว่า “ตัวหน้ารถไม่เห็นยาวเหมือนชื่อจ่างเหลี่ยนเลย ฉันใช้มือข้างเดียวก็สามารถตีวงโค้งได้แล้ว”
หลินเจียลี่พูดติดตลก “พี่เขย จากนี้ไปเราเอารถของพี่ไปขับดีไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ปฏิเสธทันที “อย่าบังอาจจะคิดเรื่องนี้เชียวนะ ! ”
“ฉันให้พวกเธอมาหัดขับต่อที่บ้าน แต่ตอนที่เรียนก็ขับรถที่ครูฝึกเตรียมให้”
“ถ้าพวกเธอไม่ตั้งใจฝึกฝนทักษะการขับขี่ให้ดี ฉันจะบอกให้ไต้เหวินฉงไม่ต้องออกใบขับขี่ให้พวกเธอ”
ทันใดนั้น หลินเจียลี่และเจียงเสี่ยวชิงก็มีสีหน้าขมขื่นขึ้นมาทันที
“เหม็นขี้หน้าพี่เขย ! ”
“พี่รองนิสัยไม่ดี ! ”
หญิงสาวทั้งสองจ้องมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋พร้อมเพรียงกันด้วยความโกรธในดวงตาคู่งามของพวกเธอ
เจียงเสี่ยวไป๋เพิกเฉยต่อสายตาของหญิงสาวสองคน
เขาทำเพื่อประโยชน์ของพวกเธอเอง
หากทักษะการขับรถของพวกเธอไม่ดีพอ มันจะทำให้ชีวิตของพวกเธอตกอยู่ในอันตราย
วันถัดไปคือวันที่ 25
หนึ่งวันก่อนจะย้ายเข้าไปในสำนักงานใหญ่ เมิ่งเสี่ยวเป่ยไปที่ร้านนวดเท้าเพื่อตามหาเจียงเสี่ยวไป๋
“ประธาน ผู้ช่วยเจียง เราจะย้ายเข้าไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ในวันพรุ่งนี้ เราได้เตรียมสำนักงานไว้ให้พวกคุณที่นั่นแล้ว อยากจะไปดูก่อนไหมคะว่ามีอะไรขาดหายไปไหม ฉันจะได้หามาได้ทัน”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “งานหลักตอนนี้ของประธานคือการเลี้ยงลูก และงานหลักของผมคือติดตามเธอ”
เขายิ้มและพูดว่า “คุณควรกังวลเกี่ยวกับกิจการของบริษัทมากกว่า ผมจะเขย่าพัดขนห่านเรียกเองหากว่าต้องการ”
“ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเตรียมสำนักงานให้เรา”
“ตราบใดที่มีที่ให้ทำงานก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเจาะจงเกินไป”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ปกติแล้วฉันอยู่ที่ร้านนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ค่อนข้างสะดวกด้วย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดอย่างช่วยไม่ได้ “งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ ! ”
เธอไม่รู้ว่าเธอโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้พบกับเจ้านายสองคนที่ไม่สนใจเรื่องงานขนาดนี้
หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เธอก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง “ผู้ช่วยเจียง การที่เราได้ย้ายเข้าไปในสำนักงานใหม่ คุณอยากจะจัดงานฉลองอะไรบ้างไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณเมิ่ง ตอนนี้คุณยังมีเวลาจัดกิจกรรมอยู่อีกเหรอ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันยุ่งตลอดทั้งวันจนไม่มีเวลาทำอะไรเลย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่น่าเฉลิมฉลอง ฉันจึงอยากถามความคิดเห็นของคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ความเห็นของผมคือต้องปฏิบัติจริงและทำสิ่งที่อยู่ในมือให้ดีก็พอ สิ่งไร้สาระเหล่านั้นก็ดีแต่ภายนอก แต่ไม่จำเป็นขนาดนั้น”
เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอกังวลจริง ๆ ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะจัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ ซึ่งจะทำให้เธอมีงานเพิ่มขึ้นไปด้วย
“เอาล่ะ ฉันจะทำทุกอย่างให้ง่ายขึ้น”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เขาข้ามหัวข้อนี้ไปและกล่าวว่า “เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน เราควรให้พนักงานบริษัทได้หยุดไปอยู่กับครอบครัว ถึงอย่างไรพวกเขาก็ควรได้อยู่กับครอบครัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน”
ผู้คนปี 1984 ไม่เหมือนคนรุ่นหลัง ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน สถานประกอบการต่าง ๆ ก็จะปิดทำการ แม้ว่าคุณจะอยู่ไกลบ้านแค่ไหนก็ไม่ส่งผลกระทบต่อต่อการกลับไปอยู่กับครอบครัวในช่วงเทศกาลสำคัญ
ในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 ตรุษจีนในยุคนี้เรียกได้ว่าเป็นตรุษจีนจริง ๆ เกือบทุกหน่วยงานและธุรกิจต่าง ๆ จะหยุดทำการเพื่อให้ทุกคนได้กลับบ้านไปเฉลิมฉลองปีใหม่ และทุกครอบครัวก็จะได้กลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เฉินอันผิงได้แจ้งให้เราทราบแล้วว่าอย่างช้าที่สุดพนักงานขายทุกคนจะกลับมาที่ชิงโจวในวันที่ 28 ค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เขาเหลือบมองเมิ่งเสี่ยวเป่ยแล้วพูดว่า “แล้วคุณล่ะ ? คุณจะกลับไปที่เทียนจิงในช่วงตรุษจีนไหม ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะถามคำถามนี้กับเธอ เธอจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ฉันไม่กลับค่ะ ! ”
ตั้งแต่มาที่ชิงโจว เธอก็ไม่เคยกลับไปที่บ้านอีกเลย
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้น เขาก็หยุดพูดถึงเรื่องนี้ แล้วถามว่า “ผมจะไม่เข้าไปยุ่งในการย้ายสำนักงานในวันพรุ่งนี้ และในวันที่ 28 ผมจะเชิญผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงทั้งหมดของบริษัทมารวมตัวกันเพื่อเลี้ยงอาหารทุกคน”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เอาล่ะ ฉันจะแจ้งให้พวกเขารู้หลังจากที่เราย้ายเข้าสำนักงานใหญ่ในวันพรุ่งนี้ค่ะ”