ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 944 ย้ายเข้าสำนักงานใหม่
ตอนที่ 944 ย้ายเข้าสำนักงานใหม่
พอถึงวันที่ 26 เจียงเจียกรุ๊ปได้ย้ายเข้าไปอยู่ในสำนักงานชั่วคราวอย่างเป็นทางการ
ไม่มีการเฉลิมฉลองและไม่มีการประโคมข่าว ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่อยู่ในเมืองชิงโจวทุกคนก็ได้ทำงานตามปกติ
มันเป็นเพียงแค่การทำงานในสถานที่ที่ต่างไปจากเดิมเท่านั้น
แต่ที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ป เลขที่ 718 ถนนชิงโจว ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากในเมืองชิงโจว
นั่นก็เป็นเพราะว่าผู้บริหารของบริษัทได้ขับ แลนด์โรเวอร์, เชอโรกี, ดอดจ์ แรมชาร์จเจอร์, เมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE , บีเอ็มดับบลิว 3E30 และปอร์เช่ 944 รวมถึงรถจี๊ปมากกว่า 20 คัน ไปยังสถานที่เดียวกัน ความตื่นตาตื่นใจนี้เป็นเรื่องยากที่จะไม่ดึงดูดความสนใจของผู้คน
“ที่นี่เคยเป็นอาคารโรงงานลูกกวาดเก่า แต่ตอนนี้มันได้ตกมาเป็นของเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว ? ”
“อาจจะใช่ ! ”
“จงกล้าหาญและกล้าที่จะเติบโต คงจะจริง ไม่อย่างนั้นทำไมที่นี่ถึงมีรถหรูหลายคันเข้ามาจอดที่นี่ได้ ? ”
“เพราะที่นี่ได้กลายเป็นสำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ปไปแล้วไง ! ”
“ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับเจียงเจียกรุ๊ปมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าสำนักงานใหญ่ของพวกเขาอยู่ที่ไหน และในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าอยู่ที่นี่”
“ไอ้หยา ดูนั่นสิ มีรถหรูจอดอยู่ตรงนั้นหลายคันมาก ! ”
“พวกนายคิดว่าทำไมเจียงเจียกรุ๊ปถึงได้สร้างสำนักงานที่ด้านหลัง และเหลือพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้ด้านหน้า ? ”
“ฉันเดาว่าน่าจะเอาไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่น ! ”
“……”
สำนักงานชั่วคราวของเจียงเจียกรุ๊ปตั้งอยู่ติดกับถนนชิงโจว ในพื้นที่โล่งด้านหน้าสำนักงานถูกเทด้วยคอนกรีตและกลายเป็นจัตุรัสเล็ก ๆ ที่มีแปลงดอกไม้และต้นไม้สีเขียวมากมายปลูกไว้ข้าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีโรงจอดรถสองที่ ทั้งหลังและหน้าอาคาร
มีเพียงที่ดินผืนเล็กที่หันหน้าไปทางถนนเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งสงวนไว้สำหรับสร้างสำนักงานของแผนกการขาย
ด้านหลังของจัตุรัสมีอาคารชั้นเดียวสี่แถว
สองแถวแรกเป็นห้องทำงานแยกกัน แต่ละแถวมี 20 ห้อง ซึ่งห้องแต่ละห้องมีพื้นที่ประมาณ 40 ตารางเมตร เป็นสำนักงานของแผนกต่าง ๆ ในบริษัท
ส่วนแถวที่สามเป็นสำนักงานของผู้บริหารระดับสูงและผู้อำนวยการของบริษัท รวมถึงห้องทำงานของประธานกรรมการ ห้องทำงานของผู้ช่วยประธานกรรมการ และห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุดทั้ง 5 ท่าน สำนักงานทั้ง 9 ห้องได้ออกแบบเป็นห้องสวีทพร้อมห้องรับรองและมีพื้นที่ทำงานของผู้ช่วย
แม้ว่าตอนนี้จะมีเพียงเมิ่งเสี่ยวเป่ย เฉินอันผิง และเฉินหยวนเฉาเท่านั้นที่ทำงานที่นี่ แต่ก็ได้สงวนสำนักงานไว้ให้หลินเจียอิน เจียงเสี่ยวไป๋ เฝิงเยี่ยนหง และหลินเจียจวินด้วย รวมถึงได้มีการสงวนไว้ให้สำนักงานของประธานฝ่ายการเงินและประธานฝ่ายกฎหมายแล้วเช่นกัน พวกเขาสามารถเข้ามาทำงานที่นี่ได้ทันทีหากว่ามาทำงานที่ชิงโจว
แถวที่สี่เป็นโรงอาหารของพนักงานและห้องประชุมขนาดใหญ่
อาคารสำนักงานแต่ละแถวอยู่ห่างกันประมาณ 15 เมตร โดยมีการตกแต่งและออกแบบภูมิทัศน์ระหว่างนั้น และมีสวนเล็ก ๆ ระหว่างแถวที่สามและสี่
แม้ว่าจะเป็นสำนักงานชั่วคราว แต่ก็สร้างสภาพแวดล้อมรอบสำนักงานออกมาได้สวยงาม
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเดินเข้าไปในห้องทำงานของเธอและนั่งบนเก้าอี้ตัวใหม่ เธอใช้ฝ่ามือลูบไล้ไปตามที่วางแขนและสัมผัสผนักพิงที่ถูกห่อหุ้มด้วยหนังอย่างดี พร้อมรอยยิ้มที่มีความสุขบนใบหน้าของเธอ
เก้าอี้สำนักงานตัวนี้ออกแบบโดยเจียงเสี่ยวไป๋ และผลิตโดยช่างไม้ถาน มันนั่งสบายและรองรับได้ดีมาก
และยังสามารถปรับความสูงต่ำของเก้าอี้ได้ สามารถปรับเอนพนักพิงได้ด้วย มีล้อที่ขาเก้าอี้จึงสามารถขยับไปมาได้เวลานั่ง ทำให้ผู้ที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้อยู่ในท่าทางที่สบายที่สุดและปรับเอนได้ตามที่ต้องการ
โต๊ะทำงานก็เป็นสไตล์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มีพื้นโต๊ะขนาดใหญ่โค้งมน เรียบง่ายและหรูหรา ด้านหน้าไม่มีลิ้นชัก จึงมีพื้นที่ให้ขยับเท้าได้อย่างสบาย ๆ ส่วนตู้ที่อยู่ทางด้านขวาไม่เพียงแต่ทำให้มีพื้นที่ทำงานเยอะขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีลิ้นชัก ทำให้เก็บของได้สะดวกและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น
“หากในอนาคตจะมีโต๊ะและเก้าอี้แบบนี้ออกสู่ตลาด ธุรกิจโรงงานเฟอร์นิเจอร์คงจะแย่แน่ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
เธอมองไปที่ด้านหน้าโต๊ะ ซึ่งมีเก้าอี้สองตัวที่เตรียมไว้ให้คนที่มาติดต่องานกับเธอได้นั่ง
ทางด้านขวาของประตูสำนักงาน เป็นพื้นที่ต้อนรับพร้อมชุดโซฟาและโต๊ะกาแฟทรงสี่เหลี่ยมที่เรียบง่าย หรูหรา ทว่าดูอบอุ่น
ก็อก ก็อก ก๊อก !
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง แต่จู่ ๆ ก็มีคนมาเคาะประตู
“เชิญเข้ามา ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยปรับท่านั่ง มองออกไปที่ประตูแล้วพูดออกมา
ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาโดยถือแฟ้มในมือ มีป้ายชื่อติดอยู่บนหน้าอกของเธอ เธอเดินไปที่โต๊ะของเมิ่งเสี่ยวเป่ยแล้วพูดว่า “คุณเมิ่ง ประธานเฉินหยวนเฉามารอพบคุณค่ะ”
เธอคนนี้ชื่อว่าหลี่เวย เป็นผู้ช่วยคนใหม่ของเมิ่งเสี่ยวเป่ย
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า เธอยืนขึ้นแล้วพูดว่า “เชิญเขาเข้ามาได้เลย”
“ได้ค่ะ ! ” หลี่เวยรับคำสั่งแล้วเดินออกไปทันที
ไม่นาน เฉินหยวนเฉาก็เดินเข้ามา
“คุณเฉิน ต่อไปถ้าคุณมาหาฉันอีกก็เข้ามาได้เลย ไม่ต้องให้ผู้ช่วยมารายงานฉันหรอกค่ะ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
เฉินหยวนเฉายิ้ม “อย่างไรฉันก็ต้องทำตามระบบของบริษัท ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเชิญเฉินหยวนเฉานั่งลงบนโซฟาในโซนรับแขก และชงชาให้เขา
“เราเพิ่งมาทำงานที่สำนักงานใหญ่เป็นวันแรก แต่คุณก็มาที่ห้องทำงานของฉันแบบนี้ คุณเฉิน คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ ? ”
เฉินหยวนเฉาโบกมือ “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากมาเยี่ยมคุณเฉย ๆ ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเลิกคิ้ว วันนี้คือวันทำงาน ไม่ใช่เป็นวันที่ฝนตกในชนบทแล้วไม่มีอะไรทำ ถึงว่างมาเยี่ยมเยียนหากันได้
หลังจากพูดคุยกันสักพัก เฉินหยวนเฉาก็พูดว่า “จริงสิ วันนี้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้มาเหรอ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เมื่อวานฉันไปถามเขาแล้วค่ะ แต่เขาก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไร”
เฉินหยวนเฉาพยักหน้า “เขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ ไม่ค่อยชอบงานสังสรรค์สักเท่าไหร่”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “แต่เขาบอกว่าเขาจะเลี้ยงอาหารค่ำทุกคนในวันที่ 28”
เฉินหยวนเฉายิ้ม “ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ”
เขาถอนหายใจและพูดว่า “แล้วเขาได้กำหนดวันหยุดของพนักงานออกมาแล้วหรือยัง ? ”
โดยปกติแล้วแผนกอื่นจะได้หยุดกันในช่วงตรุษจีนนี้ แต่ฝ่ายผลิตของโรงงานทั้งหมดของเจียงเจียกรุ๊ปยังคงทำงานล่วงเวลาอยู่
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ยกเว้นพนักงานร้านโหยวผิ่นที่จะเริ่มหยุดในตอนเย็นของวันที่ 29 ส่วนพนักงานในโรงงานและร้านค้าอื่น ๆ จะเริ่มหยุดในวันที่ 28 ! ”
เฉินหยวนเฉายืนขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้ม “ที่จริงผมมาที่นี่เพื่อถามเกี่ยวกับวันหยุดนี่แหละ เพราะผู้อำนวยการของโรงงานหลายแห่งได้โทรมาถามผมในเช้านี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ปีนี้งานของบริษัทค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ ดังนั้นวันหยุดจึงล่าช้าไปสักหน่อย”
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “ผมรู้ ขอแค่รู้วันเวลาก็พอ”
หลังจากนั้น เขาก็กล่าวลาและขอตัวออกไป
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกลับมาที่โต๊ะแล้วนั่งลง ส่วนหลี่เวยก็เดินเข้ามาทำความสะอาดโต๊ะกาแฟ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เสี่ยวเว่ย ไปเรียกผู้อำนวยการเปามาพบฉันที”
“ได้ค่ะคุณเมิ่ง ! ” หลี่เวยตอบตกลงและรีบไปหาเปากันฉวนทันทีหลังจากเคลียร์โต๊ะกาแฟเสร็จแล้ว