ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 945 แจ้งวันหยุดอย่างเป็นทางการ
ตอนที่ 945 แจ้งวันหยุดอย่างเป็นทางการ
สำนักงานของเปากันฉวนตั้งอยู่กลางแถวที่สอง เป็นห้องเลขที่ 209 และยังเป็นสำนักงานแยกต่างหากอีกด้วย
ส่วนห้อง 210 ถัดมาเป็นสำนักงานบริหารทั่วไป มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ทั้งหมด 20 เครื่อง
รูปแบบภายในจะคล้ายกับออฟฟิศในยุคหลัง มีทางเดินตรงกลางและมีโต๊ะทำงานเป็นแถวทั้งสองด้าน มีทั้งหมด 5 แถว แต่ละแถวมีโต๊ะทำงานต่อกัน 2 ตัว มีแผ่นกั้นหน้าโต๊ะแต่ละโต๊ะ
ผนังด้านหลังสุดของสำนักงานเป็นตู้เหล็กหนึ่งแถว สำหรับจัดเก็บไฟล์และข้อมูล
หลังจากที่เปากันฉวนมาถึงในตอนเช้า เขาก็เดินเข้ามาดูห้อง 210 เพราะเป็นสำนักงานครบวงจรเมื่อมองดูโต๊ะสไตล์ใหม่ที่เจียงเสี่ยวไป๋ออกแบบนี้ เขาก็อดยิ้มไม่ได้
เขาไม่เคยเห็นสำนักงานแบบนี้มาก่อน
“เสี่ยวจาง รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ทำงานที่นี่”
“ผู้อำนวยการเปา บรรยากาศที่นี่ดีมาก ทุกคนได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งเราสื่อสารกันได้สะดวกมากขึ้น”
“เอาล่ะ ตั้งใจทำงาน ! ”
“ผู้อำนวยการเปา ฉันรู้”
“เสี่ยวหลี่ คุณเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในสำนักงานแบบใหม่แล้วหรือยัง ? ”
“ผู้อำนวยการเปา ฉันปรับตัวได้อยู่แล้ว”
“ถ้าคุณปรับตัวได้แล้ว ก็ตั้งใจทำงาน”
“ ไม่ต้องกังวลผู้อำนวยการเปา ฉันจะตั้งใจทำงาน”
“เสี่ยวซู คุณเพิ่งเข้ามาในสำนักงานเมื่อไม่นานมานี้ หากคุณไม่เข้าใจอะไรก็ถามเสี่ยวเกาได้เลยนะ”
“ได้ครับ ผู้อำนวยการเปา”
“เอาล่ะเสี่ยวเกา ฝากดูแลเสี่ยวซูด้วยนะ มีอะไรก็คอยบอกคอยสอนเขา”
“ผู้อำนวยการเปาไม่ต้องกังวลครับ”
“……”
เปากันฉวนเดินไปรอบ ๆ สำนักงาน แล้วพูดคุยกับทุกคนที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเขาไม่มากก็น้อย ก่อนจะกลับไปที่สำนักงานของตัวเอง
เมื่อเปรียบเทียบกับห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ย ห้องทำงานของเขาเรียบง่ายกว่ามาก แต่กว้างขวางและสว่าง โต๊ะและเก้าอี้ใหม่ทำให้เขารู้สึกสบายกว่าโต๊ะทำงานเดิม
เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าหน้าต่างและมองดูทิวทัศน์ภายนอก เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความยากลำบากตอนที่ทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายโลจิสติกส์อยู่ในโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติก
ต่อมาเมื่อโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกได้รับการปฏิรูป เขาก็ลงสมัครเป็นรองผู้อำนวยการ แต่ก็ไม่สำเร็จ เดิมทีเขาคิดว่าเขาคงจะได้เป็นเพียงพนักงานธรรมดาในโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยจะเห็นความสามารถของเขาและให้เขามาเป็นผู้อำนวยการของแผนกโลจิสติกส์ และต่อมาโหยวโหย่วหยูก็ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน เขาจึงได้เข้ามารับตำแหน่งนี้แทน
ต่อมาเมื่อเจียงเจียกรุ๊ปก่อตั้งขึ้น เขาก็กลายเป็นผู้อำนวยการสำนักงานโดยธรรมชาติ และกลายเป็นผู้บริหารระดับกลางของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้
ตอนที่เขาทำงานเป็นผู้อำนวยการแผนกโลจิสติกส์ในโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติก เขาได้เงินเดือนแค่ 180 หยวนต่อเดือน
แต่ตอนนี้ ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานของเจียงเจียกรุ๊ป เงินเดือนของเขาสูงถึง 3,000 หยวน และเขาก็มีรถจี๊ปขับด้วย
มีความสุขอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้
“ชามข้าวเหล็ก ? ” เปากันฉวนอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ชามข้าวเหล็กจะดีเท่ากับชามข้าวทองคำของเจียงเจียกรุ๊ปได้อย่างไร ! ”
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เพราะคิดว่าการตัดสินใจสละสถานประกอบการเดิมมาติดตามเจียงเสี่ยวไป๋เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดที่เขาเคยทำมาในชีวิตนี้
ก็อก ก็อก ก๊อก !
ขณะที่ความคิดของเขากำลังแล่น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เปากันฉวนรีบเดินกลับไปที่โต๊ะของเขา นั่งลงแล้วตะโกนที่ประตู “เชิญเข้ามา ! ”
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก และร่างสูงของหลี่เวยก็เดินเข้ามา
“ผู้ช่วยหลี่ ! ” เปากันฉวนยืนขึ้นทันทีและกล่าวสวัสดีด้วยใบหน้าร่าเริง
ในเจียงเจียกรุ๊ป มีผู้ช่วยประธานสามคนได้แก่ เจียงเสี่ยวไป๋, หลินเจียจวิน และเฝิงเยี่ยนหง และตอนนี้ก็มีผู้ช่วยประธานกรรมการสามคน ได้แก่ หลี่เวย, หานซือซือ และเกาถิง
ในสามคนนี้ หลี่เวยเป็นผู้ช่วยของเมิ่งเสี่ยวเป่ย หานซือซือเป็นผู้ช่วยของเฉินหยวนเฉา และเกาถิงเป็นผู้ช่วยของเฉินอันผิง
ตำแหน่งผู้ช่วยอาจเป็นเหมือนจับกังในแผนกอื่น แต่ในเจียงเจียกรุ๊ป ตำแหน่งนี้ถือว่าสูงพอสมควร
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เจียงเสี่ยวไป๋, หลินเจียจวิน และเฝิงเยี่ยนหง
แม้แต่หลี่เวย, หานซือซือ และเกาถิง ในบรรดาพวกเธอมีคนไหนไม่ใช่คนเก่งที่ถูกบริษัทเลือกมาอย่างดีบ้าง?
ดังนั้นแม้ว่าเปากันฉวนจะมีตำแหน่งสูงกว่าหลี่เวย แต่เขาก็ไม่กล้าละเลยหลี่เวยหลังจากที่เห็นเธอเข้ามา
“สวัสดีผู้อำนวยการเปา คุณเมิ่งขอให้ฉันมาเชิญคุณไปพบเธอที่ห้องทำงานค่ะ” หลี่เวยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“โอเค ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ! ”
เปากันฉวนเดินออกจากด้านหลังโต๊ะทำงานทันที และเดินตามหลี่เวยไปยังห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ย
ไม่นาน พวกเขาก็เดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ย
หลังจากที่หลี่เวยเคาะประตูสามครั้ง เธอก็เปิดประตูแล้วเดินเข้าไป
“คุณเมิ่ง ผู้อำนวยการเปามาแล้วค่ะ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้าและเชิญเปากันฉวนนั่งลงที่โต๊ะของเธอ
“คุณเมิ่ง คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า ? ” เปากันฉวนถามขึ้นมาทันทีหลังจากนั่งลง
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเอนตัวลงบนเก้าอี้สำนักงานของเธอ แล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการเปา ตรุษจีนจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว ฉันจึงจะแจ้งวันหยุดอย่างเป็นทางการของบริษัทให้คุณทราบ”
เปากันฉวนกล่าวว่า “คุณเมิ่ง เนื่องจากงานการผลิตที่หนักหน่วงของแต่ละโรงงาน ผมจึงไม่คิดจะถามคุณเกี่ยวกับวันหยุดของบริษัท ตอนนี้ทางบริษัทได้ตัดสินใจแล้วเหรอ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันคุยกับผู้ช่วยเจียงเมื่อวานนี้ เขาบอกว่าร้านโยวผิ่นจะมีวันหยุดในวันที่ 29 ตอนเย็น ส่วนโรงงานและร้านค้าอื่น ๆ รวมถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัทจะเริ่มหยุดในวันที่ 28”
เปากันฉวนพยักหน้า “นั่นก็เท่ากับว่าจะหยุดมะรืนนี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันอยากให้คุณเตรียมการไว้ เพราะพรุ่งนี้เราจะจ่ายเงินเดือนและเงินโบนัสสิ้นปี รวมถึงของขวัญให้พนักงานทุกคนของแต่ละหน่วยงาน นอกจากนี้เรายังจะจัดงานเลี้ยงประจำปีในแต่ละหน่วยงานด้วย”
เปากันฉวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกมาว่า “คุณเมิ่ง เนื่องจากเราจะจ่ายเงินเดือนก่อนวันหยุดยาวนี้ พนักงานทุกคนจะได้เงินเดือนเป็นสองเท่าตามมาตรการของบริษัทไหมครับ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มและกล่าวว่า “เนื่องจากบริษัทของเรามีมาตรการนี้ เราต้องปฏิบัติตามอยู่แล้ว”
เปากันฉวนยิ้มอย่างกว้าง “เหตุผลหลักคือพนักงานของบริษัทมีคนเยอะมาก ดังนั้นผมจึงสงสัยเลยถามเยอะไปหน่อยนะครับ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ผู้อำนวยการเปา ต่อให้มีคนน้อยหรือคนมาก เราก็ต้องทำตามกฎของบริษัท คุณมีหน้าที่แค่เพียงต้องปฏิบัติตามกฎ”
เปากันฉวนพูดว่า “เอาล่ะ ผมจะรีบแจ้งให้พวกเขาทราบ แล้วคุณมีคำแนะนำอื่นใดอีกไหมครับ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียงบอกว่างานเลี้ยงรวมตัวประจำปีของแต่ละหน่วยงานควรจะมีชีวิตชีวามากขึ้น เขาจึงอนุญาตให้พนักงานทุกคนพาคนในครอบครัวมาร่วมงานได้ นอกจากนี้เขายังให้เราคิดหากิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างสีสัน เพื่อให้ทุกคนสนุกและงานมีชีวิตชีวาขึ้น”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็กล่าวต่อ “ส่วนต้นปีนี้ ทุกคนจะไปเริ่มทำงานตามปกติในวันที่ 10 หลังตรุษจีน อย่างไรก็ควรไปบอกเรื่องนี้กับพนักงานทุกคนล่วงหน้าและควรเตรียมที่นั่งให้กับญาติของพนักงานที่มาร่วมงานสังสรรค์ด้วย”
“ได้ครับ ! ” เปากันฉวนพูด “ผมเชื่อว่าพนักงานทุกคนจะทราบดี”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า “นอกจากนี้ ผู้ช่วยเจียงยังบอกว่าตอนเย็นของวันที่ 28 เขาจะเชิญผู้บริหารระดับกลางและสูงทุกคนของบริษัทมารับประทานอาหารค่ำร่วมกัน คุณช่วยไปแจ้งให้ผู้บริหารคนอื่นทราบด้วย”
“ได้ครับ” เปากันฉวนตอบตกลง และถามว่า “ยังมีอะไรนอกเหนือจากนี้อีกไหมครับ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยโบกมือ “ก็……ผู้ช่วยเจียงไม่ได้พูดอะไรต่อ หรือแม้แต่ว่าเขาจะเลี้ยงอาหารเราที่ไหน ตอนนี้คุณแค่ไปแจ้งให้พวกเขามาเจอกันที่บริษัทในตอนเย็นของวันที่ 28 พอ”