ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 947 ผลจากความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด
ตอนที่ 947 ผลจากความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด
ซึ่งธนบัตรย่อยที่เขาแลกออกมาจากธนาคารรวมเป็นเงิน 18 หยวน 8 เหมา 8 เจี่ยว
พูดถึงเรื่องนี้ก็เคยมีการพาดพิงกันเกิดขึ้น
ว่ากันว่าเคยมีนักข่าวต่างชาติที่มีเจตนาไม่ดี ตั้งใจโจมตี โดยการสัมภาษณ์ผู้นำประเทศว่าจีนมีเงินทั้งหมดเท่าไหร่ ?
คำถามนี้ยุ่งยากมาก เดิมทีมันเป็นกับดักที่นักข่าวต่างชาติคนนั้นตั้งขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้วคงไม่มีใครรู้ว่าประเทศของตนมีเงินเท่าไหร่กันแน่ ?
แต่น่าเสียดายที่ชาวต่างชาติประเมินภูมิปัญญาของคนจีนต่ำไป ?
ผู้นำท่านนั้นกล่าวอย่างใจเย็นว่า จีนมีเงินทั้งหมด 18 หยวน 8 เหมา 8 เจี่ยว”
เนื่องจากสกุลเงินจีนประกอบด้วยสกุลเงิน 10 หยวน, 5 หยวน, 2 หยวน, 1 หยวน, 5 เหมา, 2 เหมา, 1 เหมา, 5 เจี่ยว, 2 เจี่ยวและ 1 เจี่ยว
ผลรวมของมูลค่าทั้งหมดคือ 18 หยวน 8 เหมา 8 เจี่ยวพอดี
คำตอบที่เฉียบแหลมเช่นนี้คลี่คลายคำถามที่ตั้งใจจะโจมตีประเทศได้อย่างคาดไม่ถึง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จีนก็มีคำพูดที่ว่าประเทศมีเงินทั้งหมด 18 หยวน 8 เหมา 8 เจี่ยว
ตอนนี้เจียงเสี่ยวไป๋ได้ธนบัตร 10 หยวนไปแล้ว 20 กอง และเขายังแลกธนบัตรมูลค่าอื่น ๆ อีกอย่าง 2 กอง จากธนาคาร ซึ่งแต่ละกองมีธนบัตร 100 ใบ ก็เท่ากับว่าเขาเบิกเงินเพิ่มอีก 1,776 หยวน
พนักงานสาวคำนวณอย่างรวดเร็ว เธอนำเงินสองกองที่มีมูลค่าต่าง ๆ ใส่ไว้ในถุงสะดวกซื้อ แล้วยื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋
“ขอบคุณมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเธอและถือเงินสดสองถุงไปที่รถ
เขามีนิสัยชอบเอาซองอั่งเปาติดรถไว้เสมอ เขาเคยใส่มันไว้ในรถจี๊ปคนเก่า แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ใช่รถจี๊ปแล้ว เขาจึงย้ายของข้างในรถจี๊ปมาไว้ที่รถแลนด์โรเวอร์แทน
เขาเปิดลิ้นชักในรถออก หยิบซองอั่งเปาออกมาหนึ่งปึก นับธนบัตรรูปประชาสามัคคี 10 หยวนจำนวน 12 ใบ แล้วยัดลงไปในซองอั่งเปา
ซองอั่งเปาแต่ละซองจะมีธนบัตรรูปประชาสามัคคี 10 หยวนจำนวน 12 ใบ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่หยุดจนกว่าซองอั่งเปาจะหมด
หลังลงจากรถพร้อมซองอั่งเปา เขาก็หยิบเซ็ตของขวัญ ‘ครอบครัวสุขสันต์’ ออกมาจากท้ายรถ เปิดถุงของขวัญออก ใส่ซองอั่งเปาลงไปแล้วก็ปิดถุง
เจียงเสี่ยวไป๋มองขึ้นไปที่ธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีน จากนั้นก็ปิดประตูรถแล้วเดินไปที่ห้องทำงานของจูกั๋วฟู่พร้อมถุงของขวัญ
“เฮ้ น้องเจียง ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้ ? ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ จูกั๋วฟู่ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะไฟและทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นถุงของขวัญใบใหญ่ในมือของเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ตรุษจีนกำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ ผมจึงมาอวยพรปีใหม่ล่วงหน้าให้พี่”
จูกั๋วฟู่รู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาก็ยังคงรับถุงของขวัญมา แล้วพูดว่า “คุณกับฉันเป็นเหมือนพี่น้องกัน ไม่จำเป็นต้องเอาของขวัญมาให้แบบนี้ก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ตลอดทั้งปีมานี้ ผมก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะให้ของขวัญแก่พี่เลย จึงอยากใช้โอกาสนี้มาอวยพรปีใหม่ และผมก็อยากให้พี่ได้ลองชิมขนมของทางบริษัทเราด้วย พี่ต้องการให้ผมพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้เลยใช่ไหม ? ”
จูกั๋วฟู่หัวเราะออกมา “คุณพูดมาขนาดนี้แล้ว ฉันก็อายเกินกว่าจะกล้าปฏิเสธ อย่างไรก็ขอขอบคุณมาก ! ”
จากนั้น เขาก็วางถุงของขวัญไว้บนโต๊ะและเชิญเจียงเสี่ยวไป๋นั่งลง
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ผมเพิ่งมาที่นี่ที่แรก และยังต้องไปอวยพรปีใหม่ให้กับเพื่อนเก่าคนอื่น ๆ ต่ออีกหลายที่”
จูกั๋วฟู่มีความสุขมากเมื่อได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋มาหาเขาเป็นที่แรก
แต่เขาไม่รู้ว่าเหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋มาหาเขาเป็นคนแรกก็เพราะเขามาถอนเงินที่ธนาคารพอดี
“น้องชาย ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็อย่าเพิ่งรีบไปไหนเลย ฉันยังมีเรื่องจะคุยกับคุณอยู่หลายเรื่องเลย”
จูกั๋วฟู่ดึงแขนเจียงเสี่ยวไป๋ให้เดินกลับมาด้วยรอยยิ้ม เขากดเจียงเสี่ยวไป๋ให้นั่งลงบนเก้าอี้แล้วพูดขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องนั่งลงและถามด้วยความประหลาดใจ “พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมงั้นเหรอ ? ”
จูกั๋วฟู่นำบุหรี่ออกมายื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋ หลังจากที่ทั้งสองจุดบุหรี่แล้ว เขาก็พูดว่า “วันนี้ถ้าคุณไม่มาหาฉัน ฉันก็จะไปหาคุณอยู่ดี เพราะฉันมีเรื่องจะขอให้ช่วย”
เมื่อได้ยิน เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกประหลาดมากกว่าเดิม จึงถามว่า “มันคือเรื่องอะไรเหรอครับ พี่รีบบอกมาเถอะ”
จูกั๋วฟู่มีสีหน้าขมขื่นขึ้นมาทันที เขาพูดด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย “น้องชาย พูดตามตรง ฉันอายมากที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ …”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเขา แล้วพูดว่า “พี่ชาย หากพี่มีเรื่องอะไรก็บอกผมมาเถอะ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะลำบากใจ”
“เอาล่ะ ! ” จูกั๋วฟู่ถอนหายใจและพูดว่า “พอดีตอนนี้คุณมีเงินในบัญชีมากเกินไป คุณช่วยโอนเงินบางส่วนไปยังบัญชีธนาคารอื่นได้ไหม ! ”
ฮะ !
เจียงเสี่ยวไป๋ตกใจมากกับคำพูดนี้
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดใหม่ที่เขารู้สึกประหลาดใจมาก
ที่จริงเรื่องนี้…มัน……เกินคาดสำหรับเขาไปหน่อย
ตอนแรกที่เห็นจูกั๋วฟู่มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาก็คิดว่ามันคือเรื่องอะไร ?
แต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเพราะเขามีเงินในบัญชีธนาคารมากเกินไป
ต้องรู้ก่อนว่าในยุคสมัยต่อมา ไม่ว่าธนาคารไหนก็ต้องการให้ลูกค้าฝากเงินในธนาคารของตนเองเยอะ ๆ ไม่มีใครเป็นเหมือนจูกั๋วฟู่ที่ไม่ชอบให้ลูกค้าอย่างเจียงเสี่ยวไป๋ฝากเงินในธนาคารของตนมากเกินไป !
นี่มันโคตรจะไม่มีตรรกะเอาเสียเลย
“พี่ มันไม่ดีหรือไงที่เงินของเจียงเจียกรุ๊ปถูกฝากเข้าธนาคารของพี่ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามขึ้นมาด้วยความงุนงง
ขณะนี้ เงินทุนชุดแรกที่ได้จากการประชุมสั่งซื้อสินค้าของตัวแทนจำหน่ายครั้งล่าสุด และการประชุมส่งเสริมการลงทุนที่จัดขึ้นในเจียงเฉิงได้ถูกโอนมายังบัญชีของเจียงเจียกรุ๊ปทั้งหมดแล้ว
ซึ่งบัญชีของเจียงเจียกรุ๊ปก็เปิดขึ้นที่ธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีน
และในเวลานี้ เงินของเจียงเจียกรุ๊ปที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีนก็เป็นเงินมากกว่า 1.6 พันล้านหยวนแล้ว
จูกั๋วฟู่พูดด้วยใบขมขื่น “น้องเจียง เงินที่เจียงเจียกรุ๊ปฝากไว้ที่ธนาคารของฉันไม่ใช่แค่เงินหลักล้าน แต่มันเป็นเงินมากกว่า 1.6 พันล้าน ! ”
“ฉัน…ฉัน…จะเอาดอกเบี้ยที่ไหนมาให้ ! ”
เงินในบัญชีบริษัทเป็นกระแสรายวันทั้งหมด แม้ว่าดอกเบี้ยในบัญชีกระแสรายวันจะต่ำ แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากขนาดนี้ ดอกเบี้ยที่ธนาคารต้องจ่ายให้ก็ยังเป็นเงินมหาศาล
ตอนนี้ธนาคารไม่มีธุรกิจสินเชื่อมากนัก การที่ลูกค้าฝากเงินมากกว่าหนึ่งพันล้านในธนาคารของเขาไม่เพียงแต่ไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์กับธนาคารเท่านั้น แต่ยังทำให้ธนาคารต้องจ่ายดอกเบี้ยเยอะอีกด้วย จูกั๋วฟู่รู้สึกปวดหัวมากเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ปวดหัวเช่นกัน
เพราะครั้งล่าสุด หลินต้ากั๋วได้เตือนเขาว่าการถือเงินทุนมากกว่าหนึ่งพันล้านในมือนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินไป อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินได้ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าใช้เงินอย่างสะเปะสะปะ แต่ตอนนี้จูกั๋วฟู่กลับมาบอกให้เขาเอาเงินไปฝากธนาคารอื่นบ้าง มันเกิดอะไรขึ้นกัน ?
“พี่ ผมขอฝากไว้ที่นี่สักพักก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองจูกั๋วฟู่ แล้วพูดว่า “ผมขอเวลาไปคิดหาทางดูว่าจะทำอย่างไรก่อน ! ”
นอกจากจะยอมไม่เอาดอกเบี้ยจากธนาคาร !
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้เขาต้องไปปรึกษากับลุงรองของเขาก่อน เพื่อดูว่าในส่วนของเขามีความคืบหน้าอะไรบ้าง
ไม่อย่างนั้นหากว่าไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มันก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว
เห็นได้ชัดว่าจูกั๋วฟู่ดูจะเข้าใจเรื่องนี้ดี และเตือนว่า “น้องเจียง ไม่ใช่ว่าฉันอาศัยความอาวุโสกว่าคุยกับคุณนะ แต่คุณ…คุณไปไกลเกินไปแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น
เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าถ้าเขาเล่นใหญ่เกินไป ผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้ ?
ถ้าฉันรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ฉันคงไม่ลงมือทำการครั้งใหญ่เช่นนี้ แต่ฉันจะหาเงินสองถึงสามร้อยล้านด้วยวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ แทน มันคงบรรลุผลสำเร็จโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดตามมาแบบนี้ !