ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 951 เจียงเสี่ยวไป๋ไอเดียดี
ตอนที่ 951 เจียงเสี่ยวไป๋ไอเดียดี
หน้าประตูบ้านเก่าหลังหนึ่ง
“อาจารย์เหวิน คุณอยู่บ้านหรือเปล่า ? ” เจียงเสี่ยวไป๋หยุดและตะโกนเข้าไปในบ้าน
“ใครมาน่ะ ? ”
มีเสียงชราดังมาจากข้างในบ้าน จากนั้นชายชราที่มีใบหน้าซีดเซียวก็เดินออกมา เขาสวมแว่นตาและถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ในมือ
“สวัสดีอาจารย์เหวิน ผมเอง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“โอ้ เถ้าแก่เจียงนี่เอง ทำไมวันนี้คุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ”
ชายชราที่มีใบหน้าซีดเซียวคือเหวินฮวาเหริน หลังจากเห็นชัดเจนว่าคือเจียงเสี่ยวไป๋ ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและมีความประหลาดใจเล็กน้อย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใกล้จะถึงตรุษจีนแล้ว ผมมาที่นี่เพื่ออวยพรให้คุณมีความสุขในช่วงปีใหม่”
เหวินฮวาเหรินตกใจมาก “เถ้าแก่เจียง คุณทำไมถึงทำแบบนี้ ? ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็พูดขึ้นมาทันที “รีบเข้ามานั่งข้างในบ้านก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและเข้าไปในบ้านโดยถือของเข้าไปด้วย
เจี่ยงชิงชิงก็รีบตามเข้าไป
เธอสงสัยมากว่าทำไมคนที่เจียงเสี่ยวไป๋มาอวยพรปีใหม่ถึงเป็นคนแก่กันหมด
ที่บ้านของเหวินฮวาเหรินก็มีโต๊ะหลุมไฟด้วย หลังจากเชิญทั้งสองคนนั่งแล้ว เหวินฮวาเหรินก็ชงชาแล้วพูดว่า “ตอนนี้ฉันอยู่บ้านคนเดียว พวกคุณนั่งพักสักพัก เมื่อภรรยาของฉันกลับมา ฉันจะให้เธอทำอาหารให้กิน เย็นนี้กินข้าวเย็นที่บ้านฉันนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อาจารย์เหวิน ผมคงอยู่กินข้าวบ้านคุณไม่ได้หรอกครับ ผมต้องไปบ้านครูถานและครูจ้าวต่ออีก”
เหวินฮวาเหรินรินชาเสร็จก็ยื่นถ้วยให้เจียงเสี่ยวไป๋และเจี่ยงชิงชิง แล้วพูดว่า “เถ้าแก่เจียง ฉันเสียใจจริง ๆ ที่ต้อนรับคุณได้ไม่ดีพอ คุณดูแลพวกเราแบบนี้มาตลอด”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ผมเองก็ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ไม่สามารถมารับคุณในช่วงวันหยุดฤดูหนาวได้”
เหวินฮวาเหรินพูดว่า “เถ้าแก่เจียง อย่าพูดอย่างนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการหยางไปเถอะ”
ผู้จัดการหยางที่เขาพูดถึงคือหยางเสี่ยวหัว
ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวของโรงเรียนประถมหมู่บ้านซานหัว เจียงเสี่ยวไป๋อยู่ที่เจียงเฉิง ดังนั้นเขาจึงให้หยางเสี่ยวหัว ผู้จัดการของบริษัทขนส่งผู้โดยสาร ส่งรถตู้สองคันไปยังหมู่บ้านซานหัวเพื่อรับครูเกษียณทั้งแปดคนกลับมา ซึ่งในนั้นก็มีเหวินฮวาเหรินและถานเชียนป๋อด้วย
หลังจากดื่มชาและพูดคุยกันประมาณสิบนาที เจียงเสี่ยวไป๋ก็ขอตัวออกมา
จากนั้น เขาก็ได้ไปอวยพรปีใหม่ให้กับถานเชียนป๋อ จ้าวจงซิ่นและอาจารย์คนอื่นต่อ
……
ที่โรงงานผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร
ในสำนักงานผู้อำนวยการโรงงาน หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับไปแล้ว โจวฉางซงก็ได้เปิดแพ็คเกจของขวัญครอบครัวสุขสันต์ที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้มา ในนั้นมีทั้งเมล็ดแตงโม 5 รสชาติ, ถั่วลิสงปรุงรส, เมล็ดฟักทองคั่ว, เกาลัดคั่ว, แพนเค้กภรรยา, ล่าเถียว, เยลลี่, อาหารกระป๋อง, เนื้อตากแห้งรสเผ็ด, ตับหมูรสเผ็ด รวมทั้งหมดสิบผลิตภัณฑ์
“ของว่างเยอะมาก ! ”
“เหมาะกับคนทั้งครอบครัวจริง ๆ ! ”
โจวฉางซงพึมพำด้วยรอยยิ้มขณะมองดูของว่างตรงหน้าของเขา
ทันใดนั้น เขาก็เห็นซองอั่งเปาที่อยู่ในกองขนม
“คุณทำแบบนี้กับฉันได้อย่างไร ! ”
โจวฉางซงยิ้ม เขาหยิบซองอั่งเปาขึ้นมาเปิดดู และพบว่าในนั้นมีธนบัตรรูปประชาสามัคคี 10 หยวนใหม่เอี่ยมสิบสองใบอยู่ข้างใน
เงิน 120 หยวนนั้นอาจไม่มีความหมายสำหรับเจียงเสี่ยวไป๋ แต่สำหรับโจวฉางซง มันเป็นเงินเดือนทั้งเดือนของเขาเลย แต่เขาก็รู้สึกหนักใจ
ถ้าเป็นแค่ถุงขนมทั้งสิบอย่างก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้านับรวมซองอั่งเปานี้ คำอวยพรปีใหม่ของเจียงเสี่ยวไป๋ก็จะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับเขามาก
เพราะตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋ออกไป เขาได้มอบบุหรี่ให้ไปเพียงสองแพ็คเท่านั้น
มันดูจะไม่คุ้มค่าเอาซะเลย
“ไว้ค่อยตอบแทนดีกว่า ! ”
โจวฉางซงคิดหนักเล็กน้อย เขาควรให้ของขวัญอะไรเป็นการตอบแทนดี ?
เขาจำได้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ก็มอบของขวัญเซ็ตครอบครัวสุขสันต์ให้กับผู้จัดการหวังเล่ยด้วย
ดังนั้น เขาจึงไปที่ห้องทำงานของหวังเล่ยทันที
“ผู้อำนวยการโจว ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ ? ถ้าคุณมีธุระอะไร คุณโทรหาผมก็ได้”
เมื่อหวังเล่ยเห็นผู้อำนวยการโรงงานมาด้วยตนเอง เขาก็ลุกขึ้นทันทีและกล่าวด้วยความเคารพ
โจวฉางซงมองไปรอบ ๆ และแน่นอนว่าเขาเห็นแพ็คเกจของขวัญครอบครัวสุขสันต์วางอยู่บนเก้าอี้
“ผู้จัดการหวัง คุณไม่ได้เปิดเซ็ตของขวัญครอบครัวสุขสันต์ที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้คุณดูเหรอ ? ”
หวังเล่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ยังครับ มีอะไรหรือเปล่า ? ”
อีกไม่นานก็จะเป็นวันหยุด แต่เขายังคงจัดตารางปฏิบัติหน้าที่อยู่ หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับไป เขาก็วางถุงของขวัญไว้บนเก้าอี้ก่อน และยังไม่มีเวลาดูมัน
หลังจากถามออกไป เขาก็รู้ทันทีว่าเมื่อผู้อำนวยการโรงงานถามแบบนี้ แสดงว่ามันต้องมีบางอย่างผิดปกติ
หวังเล่ยถาม แล้วเดินไปหยิบถุงของขวัญมาวางบนโต๊ะแล้วเปิดออกทันที
ในไม่ช้า เขาก็เจอซองอั่งเปาข้างใน
“นี่มัน……”
ในซองอั่งเปาที่เขาได้ มีธนบัตรรูปประชาสามัคคีสิบสองใบ
ธรรมเนียมการให้ของขวัญของคนจีน จำนวนตัวเลขนั้นจะมีความหมายแฝงอยู่
สิบสอง หมายถึง พระจันทร์สีแดง
โจวฉางซงกล่าวว่า “ตอนแรกฉันก็คิดว่ามันมีแค่ขนมทานเล่น ฉันเลยให้บุหรี่สองซองเป็นการตอบแทน แต่ไม่คิดว่าจะมีซองอั่งเปาอยู่ในนั้น”
หวังเล่ยยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “คุณยังดีที่ได้ให้บุหรี่สองซอง ในห้องทำงานของผมไม่มีอะไรเลย…”
โจวฉางซงโบกมือ “เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ใช่คนที่จะมาสนใจเรื่องนี้”
หวังเล่ยกล่าวว่า “ผมรู้ว่าเขาไม่สนใจ แต่ผมรู้สึกไม่สบายใจที่รับของขวัญชิ้นใหญ่จากเขาโดยไม่ให้อะไรตอบแทนเลย ! ”
โจวฉางซงพยักหน้า “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เลยมาถามคุณว่าจะให้ของขวัญตอบแทนเขาอย่างไร การตอบแทนซึ่งกันและกันคือสิ่งที่ควรทำ ให้สิ่งใดมาก็ควรตอบแทนสิ่งนั้นกลับไป”
หวังเล่ยกล่าวว่า “เป็นการยากที่จะได้ตอบแทนคนอย่างเจียงเสี่ยวไป๋ ! ”
ทั้งสองคนรู้จักเจียงเสี่ยวไป๋ดีว่าเขาคือชายผู้ร่ำรวยและไม่ขาดแคลนสิ่งใดเลย แค่ซองอั่งเปานั้นมันไม่สำคัญกับเขาเท่าไหร่
มันยากมาก !
หลังจากนั้นไม่นาน ดวงตาของหวังเล่ยก็สว่างขึ้นและพูดว่า “ผู้อำนวยการโจว ผมอยากทำเหมือนเจียงเสี่ยวไป๋ เราไปที่ร้านโยวผิ่นเพื่อซื้อเซ็ตแพ็คเก็ตของขวัญแล้วเอาไปมอบให้กับผู้นำกันเถอะ”
โจวฉางซงดีใจมากเมื่อได้ยินแบบนี้ และพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันมาหาคุณเพื่อที่จะถามว่าพอจะมีวิธีตอบแทนไหม เผื่อคุณจะมีความคิดเพิ่มเติม”
หวังเล่ยกล่าวว่า “นี่ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนธุรกิจของเขาไปด้วยไงล่ะครับ ! ”
โจวฉางซงยิ้ม “ใช่… เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนมีไอเดียดี เขาสามารถคิดไอเดียอวยพรปีใหม่ล่วงหน้าได้ ในอดีตเราแค่ไปเยี่ยมผู้นำในช่วงปีใหม่เท่านั้น แล้วสุดท้ายก็ไปกินข้าวที่บ้านของผู้นำ ถึงจะไม่รบกวนพวกเขา แต่ก็เป็นการไปมือเปล่า”
หวังเล่ยพยักหน้า “การส่งของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนตรุษจีนแบบนี้เป็นการแสดงถึงความจริงใจ โดยไม่สร้างปัญหาให้กับพวกเขาด้วย มันเยี่ยมมาก”
โจวฉางซงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น งั้นเราก็ไปซื้อแพ็คเกจของขวัญกันเถอะ”
“ได้ครับ ! ” หวังเล่ยตอบตกลง “งั้นไปที่ร้านโยวผิ่นบนถนนชิงโจว เพราะมันอยู่ใกล้กับโรงงานของเราที่สุด”
“ดี ไปกันเถอะ ! ”
“ไปครับ ! ”