ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 952 แนะนำให้ทำบัตรสมาชิก
ตอนที่ 952 แนะนำให้ทำบัตรสมาชิก
หวังเล่ยขับรถออกไป และไม่นานก็มาถึงร้านเรือธงของร้านโยวผิ่นบนถนนชิงโจว
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
เมื่อพนักงานขายเสี่ยวเหอเห็นลูกค้าสองคนเข้ามาในร้าน เธอก็ทักทายพวกเขา แล้วพูดว่า “ร้านของเราเป็นร้านเปิดที่ให้ลูกค้าเดินเลือกซื้อของเอง คุณลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ตามสบายเลยนะคะ”
โจวฉางซงพยักหน้า “ขอฉันดูแพ็คเกจเซ็ตของขวัญครอบครัวสุขสันต์ของทางร้านหน่อยสิ”
เสี่ยวเหอดีใจมากเมื่อได้ยินแบบนี้ “คุณลูกค้าต้องการแพ็คเกจของขวัญครอบครัวสุขสันต์เหรอคะ ได้ค่ะ ฉันจะไปเอามาให้”
โจวฉางซงกล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นฉันเอา 20 เซ็ต”
“20 เซ็ต ! ”
เสี่ยวเหออ้าปากค้างด้วยความตกใจ นับตั้งแต่เปิดตัวเซ็ตครอบครัวสุขสันต์ออกมา ยังไม่ค่อยมีลูกค้าสนใจ ทำให้ขายยากมาก
“ได้ค่ะ คุณลูกค้า กรุณารอสักครู่นะคะ”
เสี่ยวเหอพูดอย่างมีความสุข จากนั้นขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยไปเอาสินค้าจากโกดังด้านหลังมาทันที
ไม่นาน เซ็ตของขวัญยี่สิบเซ็ตก็ถูกนำออกมากองไว้หน้าแคชเชียร์
โจวฉางซงมองดูและเห็นว่าได้ของตามที่ต้องการแล้ว เขาจึงถามว่า “ราคารวมเท่าไหร่ ? ”
เสี่ยวเหอกล่าวว่า “แพ็คเกจของขวัญเซ็ตครอบครัวสุขสันต์ระดับพรีเมียมของเรามีราคาชุดละ 18 หยวน คุณมีบัตรสมาชิกร้านค้าของเราไหมคะ ? ”
โจวชางซงส่ายหน้า “ไม่มีครับ”
เสี่ยวเหอพูดว่า “ดูสิ คุณซื้อของตั้งมากมายในครั้งเดียว ถ้าคุณมีบัตรสมาชิกจะสามารถประหยัดเงินไปได้อีกเยอะเลยค่ะ”
โจวฉางซงยิ้ม “แล้วต้องทำบัตรสมาชิกอย่างไรล่ะ ? ”
เสี่ยวเหอกล่าวว่า “สำหรับบัตรสมาชิกธรรมดาของเรา คุณลูกค้าต้องเติมเงินเข้าบัตร 10 หยวนและรับส่วนลด 3 เปอร์เซ็นต์ บัตรสมาชิกบัตรซิลเวอร์ เติมเงิน 50 หยวนและรับส่วนลด 5 เปอร์เซ็นต์ สมาชิกบัตรสมาชิกบัตรโกลล์ต้องเติมเงิน 100 หยวน และรับส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ค่ะ”
“ถ้าคุณซื้อแพ็คเกจของขวัญครอบครัวสุขสันต์ยี่สิบชุด ราคาเดิมอยู่ที่ 360 หยวนแล้ว คุณสามารถทำบัตรสมาชิกโกลล์ได้”
“เอาล่ะ งั้นทำเลย……” โจวฉางซงมองไปที่หวังเล่ย แล้วพูดว่า “งั้นก็ทำสองบัตรไปเลย เขาและฉันจะเติมเงินคนละ 200 หยวน”
“ได้ค่ะ ! ”
เสี่ยวเหอตอบตกลงทันทีและพนักงานขายเสี่ยวขงก็หยิบสมุดบันทึกปกแข็งด้านนอกเป็นสีเหลืองทองขนาดเล็กสองเล่มที่ดูเหมือนสมุดบัญชีเงินฝากออกมาจากลิ้นชัก แล้วพูดว่า “ทางเราขอข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยค่ะ เราจะได้บันทึกลงไปในข้อมูลลูกค้า”
โจวฉางซงและหวังเล่ยต่างให้ข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขา และเสี่ยวขงก็ทำหน้าที่กรอกข้อมูลอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น โจวฉางซงก็จ่ายเงินไป 400 หยวน เป็นการทำบัตรสมาชิกมาสองใบ
ในเวลาเดียวกัน เสี่ยวขงก็หยิบบัญชีแยกประเภทออกมาและลงทะเบียนข้อมูลสมาชิกของโจวฉางซงและ หวังเล่ยลงไป
หลังจากเสร็จสิ้น เสี่ยวขงก็กล่าวว่า “แต่ด้วยบัตรสมาชิกนี้ จากราคาเดิมของของขวัญเซ็ตครอบครัวสุขสันต์ 20 ถุงคือ 360 หยวน หลังจากคิดส่วนลดแล้ว ราคาจะเหลืออยู่ที่ 324 หยวนค่ะ”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะให้หักเงินของทั้งสองบัตรเลยไหม ? ”
โจวฉางซงพยักหน้า “หักทั้งสองบัตรเลย ! ”
“ได้ค่ะ ! ” เสี่ยวขงตอบ จากนั้นเธอก็หักเงิน 162 หยวน ออกจาก “สมุดเงินฝากสมาชิก” ของโจวฉางซงและหวังเล่ย ทำให้บัตรของพวกเขาทั้งสองเหลือเงินในบัตรคนละ 38 หยวน
หลังจากเขียนด้วยมือเสร็จแล้ว เธอก็เอาตราประทับเล็ก ๆ ออกมาประทับตราลงที่เธอได้เขียนข้อมูลลงไป
“สมุดนี้คือบัตรสมาชิกโกลล์สำหรับคุณลูกค้าทั้งสอง โปรดตรวจสอบยอดคงเหลือและนำมาทุกครั้งที่มาซื้อของร้านเราค่ะ ”
ขณะที่พูด เธอก็ได้มอบ “สมุดบัญชี” สีทองสองใบให้กับโจวฉางซงและหวังเล่ยด้วยท่าทางเคารพ
ทั้งสองดูประวัติการบันทึกและยอดคงเหลือใน “สมุดบัญชีเงินฝาก” ครู่หนึ่ง จากนั้นทั้งคู่ก็พยักหน้าเป็นการบอกว่าไม่มีปัญหา
เสี่ยวขงกล่าวว่า “บัตรสมาชิกนี้สามารถใช้จ่ายเงินในร้านโยวผิ่นของเราได้ทุกสาขาเลยนะคะ”
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ! ” โจวฉางซงพูดและเก็บบัตรสมาชิกลงในกระเป๋าของเขา
เสี่ยวเหอที่รออยู่ข้าง ๆ กล่าวว่า “คุณสองคนมาด้วยรถยนต์ใช่ไหมคะ เราจะช่วยขนของไปที่รถให้เองค่ะ”
“ขอบคุณมาก ! ”
โจวฉางซงไม่ปฏิเสธ แต่เขาไม่เพียงแค่ดูพนักงานขายหลายคนขนของอยู่เฉย ๆ เท่านั้น เขายังช่วยยกถุงของขวัญจำนวน 20 ถุงไปที่รถด้วย
“ขอบคุณมากที่ช่วยยกของให้เรา ! ”
“ขอบคุณ ! ”
โจวฉางซงและหวังเล่ยขอบคุณพนักงานขายหลายคนแล้วขับรถออกไป
“เสี่ยวเหอ เธอโชคดีมาก เธอได้ทำบัตรสมาชิกโกลล์ให้ลูกค้าไปตั้งสองใบพร้อมกัน นั่นคือค่าคอมมิชชั่นเลยนะ ! ”
หลังจากพนักงานขายหลายคนกลับเข้ามาที่ร้าน หนึ่งในนั้นก็พูดด้วยความอิจฉา
อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “เธอคิดผิดแล้ว เพราะเสี่ยวเหอยังได้ค่าคอมมิชชั่นจากการขายมากกว่า 5 หยวนด้วย”
“ใช่ ลืมไปเลย เธอไม่เพียงแต่ได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการที่มีลูกค้ามาสมัครสมาชิกเท่านั้น แต่เธอยังได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการขายอีกด้วย”
แม้ว่าค่าคอมมิชชั่นหนึ่งถึงสองหยวนดูเหมือนจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย
แต่นี่คือปี 1984 เงินเดือนของคนงานธรรมดาในบริษัทอื่นอยู่ที่ยี่สิบถึงสามสิบหยวนเท่านั้น ซึ่งคิดเฉลี่ยแล้วเป็นเงินเพียงหนึ่งหยวนหรือไม่ถึงหนึ่งหยวนต่อวัน
แต่เสี่ยวเหอได้ค่าคอมมิชชันจากการขายมากกว่าห้าหยวน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเงินเดือนพื้นฐานและยอดขายอื่น ๆ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เงินเดือนของทุกคนจะสูงมากเมื่อได้มาทำงานในเจียงเจียกรุ๊ป
“การขายเซ็ตของขวัญแบบนี้ก็คุ้มค่าดีเหมือนกัน ! ”
เสี่ยวเหอดูมีความสุขมากและพูดว่า “คงจะดีไม่น้อยถ้ามีคนมาซื้อเซ็ตของขวัญแบบนี้อีก”
ทันทีที่เธอพูดจบ พนักงานขายหลายคนก็เริ่มพูดคุยกัน
“เสี่ยวเหอ เธอฝันหวานไปแล้ว”
“ใช่ ตั้งแต่มีการเปิดตัวเซ็ตของขวัญนี้ออกมา พวกเราก็ขายมันได้แค่ 2 เซ็ตต่อวันเท่านั้น จะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะมีคนมาซื้อทีเดียว 20 เซ็ตแบบนี้ ? ”
“ใช่ ลูกค้าสองคนนั้นเหมือนกับพายที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ! ”
‘เมื่อไหร่ฉันจะโชคดีแบบนี้บ้าง”
“เราควรขายสินค้าอย่างซื่อสัตย์ แม้ว่าจะขายได้ปริมาณน้อย แต่ก็ได้ลูกค้าจำนวนมาก”
“หยุดพูดได้แล้ว มีลูกค้าเข้าร้านมาแล้ว ! ”
“……”
หลังจากที่โจวฉางซงและหวังเล่ยออกจากร้านโยวผิ่นมาแล้ว หวังเล่ยก็พูดขณะขับรถ “ผู้อำนวยการโจว คุณมีบัตรสมาชิกของเจียงเสี่ยวไป๋กี่ใบแล้ว ? ”
“เท่าที่จำได้ น่าจะสามใบแล้ว ! ” โจวฉางซงกล่าวว่า “ใบแรกได้จากร้านกุ้งอบน้ำมัน อีกใบได้จากร้านนวดเท้าและชงชา ส่วนนี่คือใบที่สาม”
หวังเล่ยยิ้ม “อ้อครับ นี่ก็เป็นอันที่สามของผมด้วย”
โจวฉางซงกล่าวว่า “เราสามารถทำบัตรสมาชิกโกลล์ได้ด้วยการเติมเงินหนึ่งร้อยหยวน แต่ในครั้งนี้ เราซื้อของไปมากกว่าสามร้อยหยวน เราจึงได้มาสองใบ”
หวังเล่ยพยักหน้า “ผู้อำนวยการโจว ดูสิ ถ้าครั้งนี้พนักงานขายไม่แนะนำบัตรสมาชิกให้เรา เราจะต้องจ่ายเงินไป 360 หยวนเต็ม ๆ แต่ด้วยการมีบัตรสมาชิก เราจึงจ่ายไปแค่ 324 หยวนเท่านั้น ประหยัดไปตั้ง36 หยวนเชียวนะ ? ”
โจวฉางซงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่ แต่อย่าลืมว่าเรายังเหลือเงิน 36 หยวนในบัตรสมาชิกทั้งสองใบ นี่ก็เท่ากับว่าไม่ว่าอย่างไรเงินนี้ก็ต้องเข้ากระเป๋าของพวกเขาอยู่วันยังค่ำ เพราะเราจ่ายเงินไปให้พวกเขาแล้ว เพียงแต่เรายังเอาสินค้าออกมาไม่หมดเท่านั้น”
“นอกจากนี้ เนื่องจากเงินอยู่ในบัตรสมาชิก เวลาเราต้องการซื้อของ เราก็จะต้องไปที่ร้านโยวผิ่นเท่านั้น นี่ไม่ต่างอะไรกับการพาเรามาติดเกาะเลย”
หวังเล่ยพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่เป็นวิธีการตกปลาใหญ่ในระยะยาว เราเป็นเหมือนปลาที่เจียงเสี่ยวไป๋เลี้ยงในบ่อ ที่เขาจะตกขึ้นมากินเมื่อใดก็ได้”
โจวฉางซงหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน หวังเล่ยก็พูดว่า “ผู้อำนวยการโจว เราควรไปที่ไหนก่อนดีครับ ? ”