ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 961 การพูดคุยระหว่างเด็กน้อยสองคน
ตอนที่ 961 การพูดคุยระหว่างเด็กน้อยสองคน
เจียงเสี่ยวไป๋กลับไปที่เจียงวาน ประตูบ้านของเขาเปิดอยู่ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใคร
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ! ”
เสียงร้องของเจียงซือดังขึ้น ทำให้หวังซิ่วจวี๋เดินออกจากห้องครัวมาดูด้วยมือที่ยังเปียกอยู่
เมื่อเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่กลับมา เธอก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ทำไมวันนี้ลูกกลับมาเร็วขนาดนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างสบาย ๆ ว่า”แม่ครับ วันนี้ผมเชิญเพื่อนร่วมงานมาทานอาหารเย็นที่บ้าน จึงกลับมาก่อนเพื่อเตรียมตัว”
เมื่อเธอได้ยินว่าจะมีแขกที่บ้านในช่วงเย็น หวังซิ่วจวี๋ก็พูดอย่างมีความสุข “เอาล่ะ หลังจากที่แม่ทำเค้กข้าวเสร็จแล้ว แม่จะออกไปเด็ดผักมาให้”
จากนั้น เธอก็หันไปพูดกับเฝิงเยี่ยนหงและหวังกัง “เยี่ยนหง เสี่ยวกัง เข้ามาในบ้านก่อนเถอะ ชาและของว่างก็อยู่ตรงนั้นนะ หยิบกินได้เลย ฉันยังทำเค้กข้าวไม่เสร็จ”
“ครับคุณย่าสาม ! ” หวังกังตอบกลับอย่างเชื่อฟัง
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “ป้าสามไปทำงานให้เสร็จเถอะค่ะ เราดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นห่วง”
หวังซิ่วจวี๋ยิ้มและพูดว่า “ถูกต้อง มาที่บ้านของป้าก็ทำให้เหมือนอยู่ที่บ้านของเธอนั่นแหละ แล้วทำไมผิงผิงยังไม่มาล่ะ ? ”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “เขาคงจะมาพร้อมเพื่อนร่วมงานเย็นนี้ค่ะ”
หวังซิ่วจวี๋พูดว่า “อ้อ” และถามเจียงเสี่ยวไป๋ “มีคนมาเยอะไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ประมาณสิบถึงยี่สิบคนครับ”
หวังซิ่วจวี๋ตกใจและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น แม่ก็ต้องไปซื้อผักมาเยอะ ๆ แล้วล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า มองหาพ่อของเขาและเจียงถิง แล้วถามว่า “พ่อกับถิงถิงอยู่ที่ไหน ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ที่บ้านเหรอครับ ? ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “วันนี้พ่อพาถิงถิงไปที่บ้านลุง พวกเขากำลังทำเต้าหู้กันอยู่”
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 ถึง 1990 ทุกครัวเรือนจะทำเค้กข้าวเหนียวและเต้าหู้เป็นของว่างก่อนวันตรุษจีน เพราะในสมัยนั้นมีของว่างค่อนข้างน้อย
อีกทั้งบางครัวเรือนก็มีฐานะยากจน จึงมักจะไม่มีเงินทำเค้กข้าวเหนียว
แต่เต้าหู้เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกบ้านอยู่แล้ว
หลังจากตีเต้าหู้แล้ว มักจะเหลือเต้าหู้สดไว้ปรุงอาหาร เช่น เต้าหู้มาโป เต้าหู้ผัดเนื้อ หรือหม้อไฟเต้าหู้
นอกจากนี้ยังเอาเต้าหู้มาทอดทานเล่น ซึ่งมีรสชาติอร่อยเป็นพิเศษเมื่อนำมากินกับอาหารจานอื่น โดยส่วนใหญ่จะเอามาทานกับหม้อไฟและตีนหมูตุ๋น
แน่นอนว่ากากถั่วที่กรองออกมาก็สามารถนำมาทำอาหารได้เหมือนกัน
เรียกได้ว่าตีเต้าหู้ครั้งเดียวสามารถทำได้หลายเมนูเลย ในยุคที่อาหารค่อนข้างหายากแบบนี้ เรียกได้ว่าเป็นการประหยัดและยังเป็นวัตถุดิบที่ราคาไม่แพง ทุกครัวเรือนสามารถจับต้องได้
“คุณย่า คุณปู่ไปบ้านปู่ใหญ่ หนูก็อยากไปดูพวกเขาทำเต้าหู้ด้วย”
เจียงชานกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
เด็ก ๆ มักจะชอบความสนุกสนาน
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “เสี่ยวกังก็อยู่ที่นี่ อยู่ที่บ้านเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวกังนี่แหละ หนูจะไปบ้านคุณปู่ไม่ได้”
ถ้าเป็นเด็กทั่วไปคงจะเชื่อฟังและยอมแต่โดนดี แต่เจียงชานยิ้มแล้วพูดว่า “คุณย่า หนูสามารถพาน้องเสี่ยวกังไปด้วยได้ค่ะ”
จากนั้น เธอก็หันไปพูดกับหวังกัง “น้องเสี่ยวกังอยากไปดูการตีเต้าหู้กับฉันไหม ? ”
“ได้สิ ฉันก็อยากดูอยู่พอดี ! ” หวังกังตอบโดยไม่ต้องคิด
เจียงชานกะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์และพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณย่า ดูสิคะ น้องเสี่ยวกังก็อยากไปเหมือนกัน”
หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความโกรธ “เห็นได้ชัดว่าตัวเองอยากไป ทำไมถึงเอาเสี่ยวกังมาเป็นข้ออ้างด้วย ? ” เธอถอนหายใจและโบกมือ “ลืมไปเถอะ ถ้าอยากไปก็ไปได้”
“ดีค่ะ ! ”
เจียงชานกระโดดขึ้นมาอย่างมีความสุข
“ป่าป๊า หม่าม๊า หนูจะพาน้องเสี่ยวกังไปบ้านปู่นะคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและตอบว่า “ไปเถอะ ! ”
หวังกังยังพูดกับเฝิงเยี่ยนหงว่า “แม่ครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะเล่นกับพี่ชานชานนะ”
เฝิงเยี่ยนหงพูดว่า “เอาล่ะ อยากไปก็ไป ถ้าไม่เจอปู่ก็ถามชาวบ้านแถวนั้นได้เลยนะ”
“ครับ ผมรู้ ! ” หวังกังตอบอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะจับมือของเจียงชานอย่างมีความสุข “พี่ชานชาน ไปกันเถอะ ! ”
เด็กน้อยทั้งสองจับมือกันและวิ่งออกไปนอกบ้าน
“วิ่งช้า ๆ หน่อยก็ได้ ! ”
“ระวังล้ม ! ”
หวังซิ่วจวี๋ตะโกนเสียงดังตามหลังของเด็กทั้งสองคน
เด็กน้อยทั้งสองวิ่งออกไปจากประตูแล้ว
และไม่แม้จะหันมาตอบอะไร
“ผู้ใหญ่จู้จี้จุกจิกมากเหมือนเราเป็นเด็กอมมือ ! ” เจียงชานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หวังกังพยักหน้าและพูดว่า “แต่ว่าเราก็ยังเป็นเด็กจริง ๆ นั่นแหละ ! ”
เจียงชานหัวเราะคิกคักออกมาและพูดว่า “ก็คิดดูว่าเราจะล้มลงบนถนนเรียบ ๆ แบบนี้ได้อย่างไร”
“นั่นก็จริง ! ” หวังกังตอบ
ทั้งสองเดินลงบันไดหินแล้วเดินไปตามถนนสายหลัก ขณะที่เดินไปนั้น ก็พูดคุยกันไปด้วย
หวังกังกล่าวว่า “ครั้งที่แล้วเราจุดดอกไม้ไฟที่นี่ ผมอยากเห็นดอกไม้ไฟอีกครั้งจังเลย”
เจียงชานนับนิ้วของเธอ “วันนี้วันที่ 28 พรุ่งนี้วันที่ 29 วันมะรืนนี้ก็เป็นวันส่งท้ายปีเก่า และอีกวันเราก็สามารถจุดดอกไม้ไฟได้แล้ว”
หวังกังทำหน้ามุ่ย “แต่วันมะรืนนี้ฉันคงไม่ได้มาที่นี่อีก” ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ
เจียงชานกล่าวว่า “ก็บอกให้ลุงหวังซื้อดอกไม้ไฟไปจุดให้สิ อย่างไรก็ตามครอบครัวของนายก็มีเงินไม่ขาดอยู่แล้ว”
“ใช่ ! ” หวังกังพยักหน้า “แต่ผมต้องบอกแม่ก่อน ครอบครัวของผมไม่เหมือนครอบครัวของพี่ แม่เป็นคนดูแลเงินในครอบครัว พ่อของผมไม่มีเงินติดตัวสักหยวนหรอก”
เจียงชานกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็บอกป้าเฝิงให้ซื้อให้สิ”
หวังกังกล่าวว่า “แต่แม่ของผมไม่ได้คุยง่ายเหมือนพ่อน่ะสิ”
เจียงชานกล่าวว่า “นายก็ขอให้ลุงหวังโทรหาลุงหวง ขอให้เขาเอาดอกไม้ไฟไปส่งที่บ้าน ถ้ามีของมาส่งถึงบ้านแบบนี้ ป้าเฝิงคงปฏิเสธไม่ได้หรอก”
ดวงตาของหวังกังสว่างขึ้น เขาคิดว่านี่เป็นความคิดที่ดีจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม เขายังคงกังวลเล็กน้อยและถามว่า “ลุงหวงจะมาส่งให้จริง ๆ เหรอ ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ดอกไม้ไฟที่บ้านป่าป๊าของฉันก็โทรบอกให้ลุงหวงเอามาส่งให้เหมือนกัน”
หวังกังกล่าวว่า “อ้อ ถ้าพ่อของผมมา ผมจะให้เขาใช้โทรศัพท์บ้านของพี่โทรไปหาลุงหวง”
“ได้เลย ! ”
ระหว่างที่เด็กน้อยทั้งสองคุยกัน พวกเขาก็เดินมาถึงศูนย์กิจกรรมของหมู่บ้านแล้วในขณะนี้
ทุกวันที่นี่มักจะคึกคักมาก เพราะจะมีรถบรรทุกทหารมาขนผักนอกฤดูออกไปส่งทุกวัน แต่วันนี้กลับไม่มีใครมาที่นี่เลย
เนื่องจากใกล้จะถึงวันตรุษจีนแล้ว จึงมีการหยุดส่งออกผักนอกฤดู จนกว่าจะถึงวันที่ 8 ของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติถึงจะกลับมาขายอีกครั้ง
เด็กน้อยสองคนยังคงเดินขึ้นเขาต่อไป ถนนในหมู่บ้านที่เคยเป็นทางลูกรังเก่าได้ถูกสร้างขึ้นเป็นถนนคอนกรีตแล้ว นอกจากนี้แต่ก่อนที่เคยเป็นบ้านหลังเก่าทั้งสองด้านก็ได้กลายเป็นบ้านใหม่ที่ลานบ้านเล็ก ๆ ที่ดูมีสไตล์และสวยงาม
“ตอนนี้เจียงวานเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ! ”
หวังกังพูดด้วยความชื่นชมขณะที่เขามองไปที่บ้านหลังใหม่พวกนั้น และเรือนกระจกที่เชื่อมต่อกันในทุ่ง
“แน่นอน ! ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงชานแสดงความภาคภูมิใจออกมา จากนั้นเธอก็พูดว่า “ลุง ป้า ปู่ย่าตายายในหมู่บ้านต่างก็บอกว่าป่าป๊าของฉันทำให้พวกเขาร่ำรวยขึ้น”
หวังกังพยักหน้า “ลุงเจียงยอดเยี่ยมมากจริง ๆ ! ”
เจียงชานชี้ไปที่ลานบ้านและทางเดินรูปแบบใหม่ แล้วพูดว่า “ดูสิ บางครอบครัวได้ย้ายเข้ามาแล้ว พวกเขากำลังจะได้ฉลองปีใหม่ในบ้านหลังใหม่ของพวกเขา”
หวังกังกล่าวว่า “มีคนย้ายเข้าบ้านใหม่เยอะมาก งั้นปีนี้ที่นี่คงมีงานเลี้ยงหลายที่เลย ! ”
ในพื้นที่ชนบท ผู้คนมักจะมีการเฉลิมฉลองกันเมื่อย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่
เจียงชานส่ายหัว “ยังไม่มีใครเริ่มฉลองในเวลานี้ แต่ช่วงปีใหม่คาดว่าผู้คนจำนวนมากคงจะเริ่มเฉลิมฉลองกัน และฉันก็จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงด้วย ! ”
เด็ก ๆ อย่างพวกเธอก็อยากมาร่วมฉลองด้วย
เพราะไม่ใช่แค่มีอาหารให้เลือกกินมากมาย แต่ที่สำคัญคือยังมีชีวิตชีวาอีกด้วย