ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 962 ทำเต้าหู้
ตอนที่ 962 ทำเต้าหู้
“ชานชาน ทำไมถึงมาเดินเล่นในหมู่บ้านเพียงลำพังแบบนี้ ? ”
“หนูไม่ได้เดินคนเดียวสักหน่อย หนูมาเดินเล่นกับน้องเสี่ยวกัง น้องชายของหนูต่างหาก”
“อ้อ ใช่สิ”
“ชานชาน หนูจะไปที่บ้านปู่ใหญ่ของหนูใช่ไหม ? ”
“ก็คุณย่าบอกว่าบ้านคุณปู่ใหญ่กำลังทำเต้าหู้อยู่ หนูเลยอยากไปดูค่ะ”
“ทำเต้าหู้ไม่น่าสนใจหรอก มาเที่ยวที่บ้านลุงสิ ลุงเพิ่งซื้อขนมมาเมื่อวาน เดี๋ยวลุงเลี้ยงขนมหนูเอง”
“ขอบคุณมาก แต่ไม่ดีกว่า ”
“ชานชาน มานี่สิ ลุงมีอะไรจะให้”
“ลุงหยวนชาง หม่าม๊าไม่ให้หนูกินลูกอมเยอะ เธอบอกว่าฟันจะผุได้”
“ชานชานมานี่มา มานั่งเล่นที่บ้านป้าสักพักสิ”
“ป้าเหม่ย ไว้คราวหน้านะคะ ตอนนี้หนูกำลังจะไปบ้านคุณปู่กับน้องเสี่ยวกัง น้องชายของหนูค่ะ”
“ชานชาน มานั่งเล่นที่บ้านลุงก่อนสิ”
“ลุงเสี่ยวหลง วันนี้คงไม่ได้หรอกค่ะ ไว้หนูจะมาวันอื่นนะคะ”
“ชานชาน หนูกินข้าวมาหรือยัง ? ”
“ยังเลยค่ะ ! ”
“งั้นมาที่บ้านป้าสิ ป้าชุ่ยจะทำเต้าหู้ให้หนูกิน เต้าหู้ข้าวโพดเพิ่งทำเสร็จเมื่อวาน ป้าจะทำผัดหมูฝอย และลวกไข่ให้หนูกินด้วย”
“ขอบคุณนะคะป้าชุ่ย แต่หนูยังไม่หิวเลยค่ะ”
“ชานชาน หนูจะไปหาปู่ของหนูเหรอ พวกเขายังทำเต้าหู้อยู่เลย เข้ามาดูบ้านใหม่ของลุงก่อนสิ บ้านใหม่ที่พ่อหนูออกแบบสวยมากเลยนะ”
“ลุงฉางจวิน ไว้หนูจะมาวันที่ลุงฉลองขึ้นบ้านใหม่ก็แล้วกันนะคะ”
“ฮ่าฮ่า…..ถ้าอย่างนั้นวันที่เราฉลองขึ้นบ้านใหม่ หนูก็อย่าลืมมานะ”
“ได้ค่ะ ! ”
“ชานชาน…”
“……”
ระหว่างทาง ชาวบ้านต่างก็ทักทายเจียงชานอย่างอบอุ่นเมื่อเห็นเธอ และเจียงชานก็ตอบกลับทุกคนอย่างสุภาพ
“พี่ชานชาน ผู้คนในเจียงวานใจดีกับพี่มากเลยนะ ! ” หวังกังพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าอิจฉา
เจียงชานกล่าวว่า “นั่นก็เป็นเพราะป่าป๊าของฉันช่วยเหลือพวกเขา ดังนั้นชาวบ้านที่นี่จึงมีอัธยาศัยดีกับฉันมาก ๆ ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน พวกเขาก็เดินมาถึงบ้านใหม่ของเจียงเสี่ยวจี๋
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจวได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ แต่พวกเขายังไม่ได้เฉลิมฉลองอะไรเลย
“ชานชานมาแล้ว ! ” เจียงอิง ลูกสาวของเจียงเสี่ยวจี๋ตะโกนอย่างตื่นเต้นเมื่อเธอเห็นเจียงชาน
“พี่อิงอิง ! ” เจียงชานก็ทักทายเธออย่างสุภาพเหมือนกัน
“พี่อิงอิง!” หวังกังก็ทักทายเหมือนกัน แม้ว่าเขาและเจียงอิงจะไม่คุ้นเคยกัน แต่พวกเขาก็รู้จักกันและเคยเล่นด้วยกันมาก่อน
“หวังกัง นายก็มาด้วย มาเล่นด้วยกันสิ” เจียงอิงทักทายอย่างกระตือรือร้น
เจียงชานกล่าวว่า “พี่อิงอิง ลุงและคนอื่นทำเต้าหู้กันที่ไหนเหรอคะ ? ”
“อ้อ” เจียงอิงตกลง “งั้นมาทางนี้”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เดินนำเจียงชานและหวังกังไปทางขวาของบ้าน
ขณะที่เจียงชานเดินตามไป เธอก็มองไปที่บ้านหลังใหม่และอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมออกมา “พี่อิงอิง บ้านหลังใหม่ของพี่สวยมาก”
เจียงอิงพูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจ “ใช่ มันสวยและดูสะอาดตามาก สวยกว่าบ้านหลังเก่าเยอะเลย”
ขณะที่พูดคุยกัน ทั้งสามคนก็เดินผ่านลานกลางบ้านมา แล้วเดินไปทางปีกขวา
บ้านหลังหนึ่งเป็นที่ทำเต้าหู้ มีโม่หินอยู่บนชั้นไม้ เจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจวกำลังช่วยกันบดถั่วเหลือง ทั้งคนสองคนถือปลายด้านหนึ่งของแกนเจียรรูปตัว “T” ด้วยมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ดึงไปมา ส่วนเท้าก็เหยียบเป็นจังหวะ เครื่องบดก็ถูกขับเคลื่อนด้วยแกนเจียรและหมุนอย่างรวดเร็วจนมีของเหลวข้นล้นลงมาระหว่างเครื่องโม่ ซึ่งมันก็คือนมถั่วเหลือง
จ้าวเต๋อหรงยืนอยู่ข้างโม่หิน ในบางครั้งเธอก็ใช้ช้อนไม้ตักถั่วเหลืองหรือน้ำหยอดลงไปในช่องข้างบนของโม่หิน
“ลุงใหญ่ ลุงรอง ! ” เจียงชานเข้ามาและตะโกนทักทาย “กำลังบดถั่วเหลืองอยู่เหรอคะ ! ”
เจียงเสี่ยวจี๋หันกลับมาและเห็นเจียงชาน เขาจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว ทำไมหนูถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ”
เจียงชานทักทายจ้าวเต๋อหรงว่า “คุณย่า” เหมือนกัน จากนั้นเธอก็ตอบไปว่า “คุณย่าบอกว่าบ้านของลุงกำลังทำเต้าหู้ หนูเลยอยากมาดูค่ะ”
เจียงเสี่ยวจี๋พูดว่า “ถ้าอย่างนั้นหนูก็พาเสี่ยวกังเข้าไปในบ้านเถอะ ลุงกำลังบดเต้าหู้อยู่”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวจี๋พูดกับเจียงอิงว่า “อิงอิง พาชานชานไปด้วย”
“รู้แล้วค่ะพ่อ ! ” เจียงอิงตอบ จากนั้นก็พาเจียงชานไปที่ห้องครัว
ในห้องครัวมีแอ่งไม้ขนาดใหญ่วางอยู่บนพื้นข้างเตา มีไม้ที่มีผ้าแขวนอยู่บนคานเหนือกะละมังไม้ เรียกว่า “เปล” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำเต้าหู้ด้วยวิธีโบราณ
เปลประกอบด้วยคานไม้สี่ซี่ที่ต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมเพื่อเอามาขึงผ้าขาวบางเล้วเอาไม้มาเชื่อมตรงกลางคานทั้งสี่จนเป็นรูปกากบาท เอาไว้กรองน้ำเต้าหู้ออกจากกาก
อย่าประมาทเปลนี้เชียว เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญจริง ๆ
ว่ากันว่ามีชาวต่างชาติมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งเพื่อเยี่ยมชม เมื่อพวกเขาเห็นเปลกรองน้ำเต้าหู้โบราณที่จัดแสดงอยู่ พวกเขาก็ถามทางภัณฑารักษ์เสียงดังว่าเหตุใดจึงปักไม้กางเขนที่เป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ไว้ในนี้
บรรณารักษ์ดีใจมาก เขาได้อธิบายให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติฟังว่าวัตถุโบราณชิ้นนี้ไม่ใช่สินค้าจากต่างประเทศ แต่เป็นอุปกรณ์ในการทำเต้าหู้ของคนจีนตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว
ชาวต่างชาติที่ได้ฟังก็ได้แต่หัวเราะออกมา และสุดท้ายก็ต้องขอโทษบรรณารักษ์
เอาล่ะ กลับมาสู่เนื้อหากันดีกว่า
ซึ่งเมื่อขึงผ้าขาวบางไว้กับคานไม้แล้ว เมื่อตักน้ำนมถั่วเหลืองลงไป น้ำนมก็จะไหลลงถังด้านล่าง ตรงผ้าขาวบางจะเกิดรูปทรงคล้ายถุงตาข่าย
เนื่องจากโครงสร้างของผ้าขาวบางที่ใช้กรองนั้นเป็นเส้นใบที่ละเอียดและบาง นมถั่วเหลืองจึงสามารถซึมผ่านได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กากถั่วเหลืองจะติดอยู่ที่ผ้า ดังนั้นในการทำเต้าหู้จึงต้องใช้ผ้าขาวบางมากรองแยกนมถั่วเหลืองและกากถั่ว
ในเวลานี้ เจียงไห่หยางกำลังเทนมถั่วเหลืองที่ต้มแล้วลงในผ้าขาวบาง จากนั้นของเหลวสีขาวก็ไหลออกมาจากก้นผ้าแล้วตกลงไปในอ่างไม้ด้านล่าง กลิ่นหอมของนมถั่วเหลืองลอยอบอวลเต็มห้อง
หลังจากที่นมถั่วเหลืองไหลออกมาจนหมด เจียงไห่หยางก็จับปลายทั้งสองข้างของผ้าแล้วเอามือทั้งสองบิดให้น้ำที่ค้างอยู่ตกลงมาให้หมด
ทำให้น้ำนมถั่วเหลืองที่เข้มข้นสีขาวบริสุทธิ์ไหลลงไปในอ่างไม้ที่รองด้านล่าง ซึ่งกากยังคงถูกผ้าขาวบางรองไว้
หลังจากที่เจียงไห่หยางบิดได้สักพัก เขาก็เติมน้ำลงไปอีกสองทัพพี
เจียงชานและหวังกังมองดูด้วยความสนใจ
“คุณปู่ ให้หนูช่วยบิดให้ไหมคะ!”
เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้ม “ชานชาน การบิดน้ำนมถั่วเหลืองต้องใช้แรงมาก แรงของเด็กทำไม่ได้หรอก ถ้ามันพังขึ้นมา เราก็จะไม่มีอะไรกินในช่วงตรุษจีนปีนี้ ! ”
งานนี้ดูเหมือนง่าย แต่ที่จริงแล้วต้องใช้ทักษะอย่างมาก
ถ้าคนไม่มีประสบการณ์มาทำ ก็อาจทำให้มีกากถั่วตกลงไปในน้ำนมถั่วเหลือง ส่งผลให้เต้าหู้มีเนื้อไม่ละเอียด ถ้านำมากรองอีกทีก็จะทำให้นมถั่วเหลืองที่ได้ไม่เข้มข้น และจับตัวเป็นเต้าหู้ได้ยากยิ่งขึ้น
เมื่อเจียงชานได้ยินสิ่งที่ปู่ของเธอพูด เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดูอยู่เฉย ๆ
เมื่อไม่มีนมถั่วเหลืองไหลออกจากผ้ากรอง เจียงไห่หยางก็เทนมถั่วเหลืองในถังลงในหม้อขนาดใหญ่และเริ่มจุดไฟ
ไม่นาน นมในหม้อก็เริ่มเดือดปุด ๆ
เมื่อนมถั่วเหลืองเดือด กลิ่นหอมของมันก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง
“มันมีกลิ่นหอมมาก ! ” เจียงชานสูดกลิ่นอย่างอดใจไม่ไหว
หวังกังเองก็คิดว่ามันมีกลิ่นหอมมาก เขามองไม่เห็นหม้อ จึงถามด้วยความสงสัย “คุณปู่ครับ ตอนนี้เต้าหู้พร้อมแล้วหรือยังครับ ? ”
เจียงไห่หยางหัวเราะออกมา “มันไม่ง่ายขนาดนั้น ตอนนี้เป็นเพียงแค่หนึ่งขั้นตอนสำคัญในการทำเต้าหู้เท่านั้น”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดกับเจียงอิง “ไปเรียกปู่ของเธอมาขึ้นเต้าหู้หน่อย”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงอิงตอบและรีบวิ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว