ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 963 ขึ้นเต้าหู้
ตอนที่ 963 ขึ้นเต้าหู้
สิ่งที่เรียกว่าการขึ้น “เต้าหู้”” คือการเติมสือเกาหรือที่รู้จักกันในนาม ‘เกลือจืด’ ลงในนมถั่วเหลืองที่สุกแล้ว เพื่อให้เต้าหู้แข็งตัวและจับตัวกันเป็นก้อน
ว่ากันว่าการขึ้นเต้าหู้นั้นซับซ้อนและไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ ทั้งที่ใช้วิธีเดียวกัน บางคนก็อาจทำออกมาไม่เป็นเต้าหู้
ฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่ที่จริงแล้วมันคือเรื่องจริง
เจียงไห่หยางเองก็ล้มเหลวทุกครั้งที่ขึ้นเต้าหู้ แต่เจียงไห่เทียนสามารถขึ้นเต้าหู้ได้ และเต้าหู้ที่เขาขึ้นก็มีสีขาวและเนื้อเนียนละเอียดมาก
ดังนั้นทุกครั้งที่ถึงเวลา “ขึ้นเต้าหู้” เจียงไห่โปจะเรียกเจียงไห่เทียนให้มาทำตลอด
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงไห่เทียนก็เข้ามา
เขาดูน้ำนมถั่วเหลืองที่ต้มในหม้อแล้วถามว่า “ให้ฉันขึ้นเต้าหู้หม้อนี้ใช่ไหม ? ”
เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่ ฉันก็ขึ้นไม่ได้ พี่ก็ต้องมาขึ้นเองนั่นแหละ”
เจียงไห่เทียนยิ้มและไม่พูดอะไร เขาหยิบเกลือจืดหนึ่งห่อที่วางบนโต๊ะและชามใบเล็กมาหนึ่งชาม เทเกลือจืดลงในชาม จากนั้นเขาก็เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคนมันให้ละลาย
จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพัก เขายกชามใบเล็กขึ้นแล้วมองดูนมถั่วเหลืองที่ต้ม พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นจึงเติมน้ำเกลือจืดลงในหม้อแล้วเริ่มคน
ในเวลานี้ เจียงไห่หยางยังคงเติมฟืนลงในเตาและคนน้ำนมถั่วเหลืองต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน นมถั่วเหลืองที่แต่เดิมเป็นน้ำในหม้อก็เริ่มจับตัว
เจียงไห่เทียนมองดูเด็กน้อยสามคน เจียงชาน หวังกังและเจียงอิง จากนั้นเขาก็หยิบชามเล็ก ๆ สามใบออกมาจากตู้ด้วยรอยยิ้ม แล้วตักนมถั่วเหลืองที่เริ่มจับตัวมาหนึ่งทัพพีเล็กใส่ในชามทั้งสามใบ
“เอาละ แมวจอมตะกละสามตัว ! ”
เจียงไห่เทียนยิ้มและยื่นชามให้เด็กน้อยทั้งสามคน
“ขอบคุณครับ/ค่ะ คุณปู่ ! ”
หวังกังหยิบชามใบเล็กไปแล้วค่อย ๆ ดื่มทีละนิด
เจียงไห่เทียนยิ้มแล้วพูดว่า “อย่ารีบ ออกไปข้างนอกให้ย่าเติมน้ำตาลลงไปให้ก่อน”
“อ้อ ! ”
หวังกังเลียริมฝีปากของเขา ใบหน้าของเขาแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“ไปกันเถอะ ไปให้คุณย่าเติมน้ำตาลให้ดีกว่า ! ”
เจียงชานพูดและเดินนำทั้งสองออกไปข้างนอกพร้อมกับชามใบเล็กในมือ หวังกังและเจียงอิงก็เดินตามไปทันที
ในเวลานั้น เด็ก ๆ ที่ได้เต้าหู้ไปกินคนละชามก็ไม่สนใจที่จะดูการทำเต้าหู้อีกต่อไป
เจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยางยังคงทำเต้าหู้ต่อไป
เจียงไห่เทียนวางกรอบไม้สี่เหลี่ยมบนเขียง จากนั้นก็เอาผ้าข้าวบางวางรองข้างใน หลังจากดูว่าพอดีแล้วเขาก็ตักเต้าหู้ที่เริ่มจับตัวเทลงในผ้าขาวบางที่วางในกรอบสี่เหลี่ยม เมื่อเทลงไปจนเต็ม ก็เอาผ้าขาวบางมาคลุมข้างหน้า
หลังจากทำเสร็จ เขาก็เอาแผ่นไม้สี่เหลี่ยมมากดทับ และสุดท้ายก็วางของหนักทับไว้ด้านบน
คงต้องใช้เวลาสักระยะก่อนที่เต้าหู้จะอัดแน่นจนเป็นก้อน ดังนั้นระหว่างรอเจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยาง พวกเขาจึงเริ่มพูดคุยกัน
“วันนี้ตีเต้าหู้ พรุ่งนี้อัดเต้าหู้ และงานเตรียมการก่อนสิ้นปีก็คงจะเสร็จสิ้นลง” เจียงไห่เทียนกล่าว
เจียงไห่หยางพูดว่า “พรุ่งนี้ฉันจะมาช่วยอีกวัน เพราะอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรไรทำ นอกจากอยู่เฉย ๆ ”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ครอบครัวเจ้าสามก็จะมาทำเต้าหู้เหมือนกัน พอเสร็จก็แบ่ง ๆ กันไป”
เจียงไห่หยางพยักหน้า “ปีนี้วัตถุดิบของเราเยอะมาก ดังนั้นก็ต้องช่วยกันทำให้มากขึ้น”
เจียงไห่เทียนพูดว่า “ฉันคิดว่าจะทำเต้าหู้สักสามสิบชั่ง แล้วแกตั้งใจจะทำเท่าไหร่ในปีนี้ ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “เจ้ารอง อินอิน และชานชานต่างก็ชอบกินเต้าหู้ ส่วนเจ้าสามก็จะกลับมา ฉันจึงคิดว่าจะทำสักร้อยชั่ง ! ”
เจียงไห่เทียนตกใจ “นั่นมันเยอะมากเลยนะ ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ฉันตั้งใจไว้แล้ว ยังไงก็ต้องเร่งทำ”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ยังไงก็ต้องหาคนมาช่วยเพิ่มอีกสักสองสามคน การอัดเต้าหู้นั้นใช่ว่าจะทำได้ง่าย ๆ ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ฉันก็ว่าจะหาคนมาช่วยอยู่”
ในขณะนี้ เจียงไห่โปและเจี่ยงชุ่ยหยูก็เดินเข้ามา
“หาคนมาช่วยทำอะไรกันเหรอ ? ” เจียงไห่โปถามขึ้นมาทันที
เจียงไห่เทียนไม่ได้ตอบโดยตรง เขาเหลือบมองเจี่ยงชุ่ยหยูแล้วพูดว่า “ชุ่ยหยู เธอกลับมาแล้วเหรอ ที่บริษัทให้หยุดแล้วใช่ไหม ? ”
“พี่ใหญ่ ! ”
“พี่รอง ! ”
เจี่ยงชุ่ยหยูกล่าวทักทายทั้งสองก่อน “ใช่ค่ะ เราเริ่มหยุดกันวันนี้ เสี่ยวเฟิ่งและฉันจึงแวะซื้อของในเมืองก่อนกลับมา”
“โอ้ เสี่ยวเฟิ่งก็กลับมาแล้วเหรอ ? ” เจียงไห่เทียนยิ้ม “แล้วเธออยู่ที่ไหนล่ะ ? ”
เจี่ยงชุ่ยหยูกล่าวว่า “เธอเล่นอยู่กับชานชานและคนอื่นข้างนอก”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ฉันไม่ได้เจอเสี่ยวเฟิ่งมานานแล้ว ตั้งแต่เธอไปทำงานในเมือง ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้เธอได้เป็นผู้อำนวยการโรงงาน”
ใบหน้าของเจี่ยงชุ่ยหยูเปล่งประกาย เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนนี้เธอเป็นผู้อำนวยการโรงงานเค้กที่รัก ซึ่งที่โรงงานทำขนมหลายอย่าง เธอเอาคุกกี้กลับมาเยอะมาก ฉันก็เอาคุกกี้มาฝากพี่สะใภ้ด้วย”
เจียงไห่เทียนพูดว่า “เธอเอาขนมพวกนั้นออกมาได้ด้วยเหรอ ? ”
เจี่ยงชุ่ยหยูกล่าวว่า “อ้อ ขนมทั้งหมดนี้ผลิตในโรงงานอยู่แล้ว เสี่ยวเฟิ่งบอกว่าเสี่ยวไป๋ให้เธอเอาขนมกลับมาฝากที่บ้านด้วย”
หลังจากที่เธอพูดจบ ก็พูดต่อว่า “หยุดพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ เมื่อกี้ได้ยินว่าจะหาใครมาช่วยทำอะไรนะคะ ? ”
เจียงไห่เทียนพูดว่า “พรุ่งนี้ครอบครัวของเธอจะมาอัดเต้าหู้ไม่ใช่เหรอ ? ครอบครัวของเจ้ารองก็จะทำเต้าหู้เยอะมาก ดังนั้นฉันจึงบอกให้เขาหาคนมาช่วย”
เจี่ยงชุ่ยหยูยิ้มและพูดว่า “ทำไมต้องไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นด้วยคะ เสี่ยวเฟิ่งและฉันกลับมาแล้ว พวกเราก็ช่วยกันทำได้นี่ ? ”
เจียงไห่เทียนยิ้ม “ก็จริง”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็กล่าวต่อ “เนื่องจากพวกเธอหยุดงานกันแล้ว ดังนั้นซิ่วเหมยและหงอิงก็น่าจะหยุดแล้วเหมือนกัน พรุ่งนี้ทั้งสองก็คงจะกลับมา”
เจี่ยงชุ่ยหยูตอบว่า “ใช่ ซิ่วเหมยและหงอิงก็หยุดแล้ว ฉันเจอพวกเธอในเมือง พวกเธอบอกว่าจะกลับมาหลังจากซื้อของเสร็จ พวกเธออาจจะมาถึงช้าไปสักหน่อย”
เจียงไห่เทียนยิ้มและพูดว่า “ดี ถ้าพวกเธอกลับมารวมทั้งเธอและเสี่ยวเฟิ่ง เราก็จะมีคนงานเพิ่มอีกสี่คน ดังนั้นก็ไม่ต้องไปเดือดร้อนคนอื่นแล้ว”
พวกเขาพูดคุยกันสักพัก จากนั้นเจียงไห่เทียนก็มองดูเวลาและประเมินว่าเต้าหู้คงจับตัวกันแล้ว ก็หยิบของหนักออกมาแล้วเปิดผ้าออก เผยให้เห็น “เต้าหู้” สีขาวเนื้อเนียนละเอียดชิ้นใหญ่ที่จับตัวกันเป็นก้อน
“พี่ขึ้นเต้าหู้สำเร็จตลอดเลย” เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้ม
เจี่ยงชุ่ยหยูกล่าวว่า “เต้าหู้ที่พี่ใหญ่ขึ้นนั้นเนียนละเอียดที่สุดแล้ว ! ”
เจียงไห่เทียนยิ้ม เขาหยิบมีดทำครัวมาหั่นเต้าหู้ทางแนวนอนและแนวตั้ง จนเต้าหู้มีก้อนสี่เหลี่ยมขนาดพอดี
แค่นี้ก็จบกรรมวิธีการทำเต้าหู้แล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือการทำเต้าหู้แห้งและฟองเต้าหู้ วิธีการก็คล้ายกับการทำเต้าหู้ แต่จะซับซ้อนกว่าเล็กน้อย
ในเวลานี้ เจียงชาน หวังกังและเจียงอิงก็กลับมาพร้อมกับชามเปล่า
เด็กน้อยเบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นว่าน้ำนมถั่วเหลืองเมื่อครู่ได้กลายเป็นเต้าหู้ก้อนแบบนี้แล้ว
“คุณปู่ เต้าหู้เสร็จแล้วเหรอคะ ! ”
เมื่อรู้สึกว่าเธอพลาดขั้นตอนที่น่าตื่นเต้นที่สุดไป เจียงชานก็พูดออกมาอย่างน่าเสียดาย
เจียงไห่เทียนยิ้มและพูดว่า “มันไม่สำคัญว่าจะได้เห็นการขึ้นเต้าหู้ไหม เพราะถึงอย่างไรเย็นนี้ก็จะได้เต้าหู้กลับไปให้หลานได้กินอยู่ดี”
เจียงชานกล่าวว่า “แต่คุณปู่คะ เย็นนี้เราอาจไม่ได้กินเต้าหู้ค่ะ เพราะว่าจะมีแขกมากมายมาที่บ้านของเรา”
เจียงไห่หยางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามว่า “ชานชาน วันนี้มีแขกที่ไหนมาที่บ้านเรางั้นเหรอ ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “ป่าป๊าบอกว่าเขาจะเลี้ยงอาหารค่ำให้กับคณะผู้บริหารของบริษัทที่บ้านเรา”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเก็บผักกลับไปด้วยน่ะสิ”
เจียงชานตอบว่า “คุณย่าบอกว่าจะมาเก็บผักเองค่ะ”
เจียงไห่หยางพูดกับเจียงไห่เทียน “พี่ เดี๋ยวฉันคงต้องกลับบ้านไปก่อนแล้วล่ะ ฉันจะเอาของกินมาให้ เพราะตอนนี้กลัวว่าซิ่วจวี๋คงจะยังมีงานต้องทำอยู่”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “เอาล่ะ รีบกลับไปเถอะ เอาเต้าหู้พวกนี้กลับไปทำอาหารด้วย”