ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 964 จะไปมือเปล่าไม่ได้
ตอนที่ 964 จะไปมือเปล่าไม่ได้
ในเมืองชิงโจว ที่สำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ป
ห้องทำงานของเฉินหยวนเฉาเต็มไปด้วยควันบุหรี่ จวงปี้เฉิงและคนอื่นยังคงรออย่างใจจดใจจ่อ
“จะห้าโมงแล้ว เราจะไปกินข้าวกันที่ไหน ? ”
“ใช่ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ! ”
“ผู้ช่วยเจียงคงจะไม่ลืมใช่ไหม ? ”
“จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร ? เขาน่าจะแจ้งคุณเมิ่งมาแล้ว”
“……”
ตอนที่ทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องนี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็เดินเข้ามาพอดี
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย โบกมือเพื่อปัดควันบุหรี่ออกไปและพูดอย่างไม่พอใจ “พวกคุณสูบบุหรี่ไปกี่มวนแล้วเนี่ย ตอนนี้สำนักงานแทบจะกลายเป็นโกดังควันบุหรี่แล้ว”
เฉินหยวนเฉายิ้มอย่างขอโทษที่ “ขอโทษคุณเมิ่ง แต่ละคนที่นี่ล้วนเป็นคนแก่ ดังนั้นพวกเขาจึงสูบบุหรี่จัดไปหน่อย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยโบกมือ “ลืมมันไปเถอะค่ะ อย่าพูดถึงมันเลย ผู้ช่วยเจียงบอกว่าให้เราไปทานอาหารเย็นที่บ้านของเขา”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าพวกเขากำลังจะได้ไปทานอาหารเย็นที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“อา เรากำลังจะไปทานอาหารเย็นที่บ้านของผู้ช่วยเจียง ! ”
“ผู้ช่วยเจียงจะทำอาหารให้เราทานด้วยตนเองหรือเปล่า ? ”
“เยี่ยมมาก ไปกินข้าวเย็นที่บ้านผู้ช่วยเจียงกันเถอะ ฉันยังไม่เคยไปบ้านของเขามาก่อนเลย”
“ฉันก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน ได้ยินมาว่าบ้านของเขาคล้ายกับคฤหาสน์ยุคโบราณ”
“ถามเสี่ยวเฟิงสิ เขาน่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด เสี่ยวเฟิง เป็นแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่า ? ”
“ที่จริงแล้วมันไม่ใช่คฤหาสน์เก่าแก่อะไรหรอก เขารื้อบ้านเก่าจากที่อื่นมาสร้างใหม่ที่นี่ก็เท่านั้น”
“ก็ไม่ต่างจากบ้านหลังเก่าหรอก”
“ฉันเคยไปบ้านผู้ช่วยเจียง ทำเลที่เขาเลือกสร้างบ้านนั้นสวยมาก บ้านก็หลังใหญ่ ว่ากันว่าในบริเวณบ้านของเขามีห้องทั้งหมดหลายสิบห้องเลยนะ”
“เขายังมีต้นไม้ใหญ่อยู่ในสวนหลังบ้านด้วย”
“ในที่สุด ฉันก็จะได้ชิมอาหารที่ผู้ช่วยเจียงทำแล้ว”
“แล้วมัวรออะไรล่ะ ไปกันเถอะ ! ”
“ไป ไป ไป ! ”
“……”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยฟังการสนทนาของทุกคนแล้วพูดว่า “ทุกคน กรุณาเงียบก่อนค่ะ วันนี้ผู้ช่วยเจียงเชิญเราไปทานอาหารเย็นที่บ้านของเขา แน่นอนว่าต้องมีดื่มสังสรรค์อยู่แล้ว ทางที่ดีอย่าขับรถไปเองดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากให้คนที่ไม่ดื่มขับกลับมา”
เมื่อเฉินหยวนเฉาได้ยินเบบนี้ เขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหา ฉันจะให้ภรรยาเป็นคนขับปอร์เช่ไป เพราะเธอไม่ดื่ม และขับปอร์เช่ก็สะดวกกว่ารถเชอโรกีของฉันมาก”
เฉินอันผิงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะนั่งรถปอร์เช่ของคุณเมิ่งไปล่ะกัน อยากจะรู้เหมือนกันว่ารถหรูของคุณเมิ่งนั่งสบายแค่ไหน”
จวงปี้เฉิงยิ้มและพูดว่า “คุณเมิ่ง ให้ฉันนั่งรถปอร์เช่ของคุณด้วยได้ไหม ฉันจะเป็นคนขับให้คุณเอง ฉันอยากลองขับรถปอร์เช่อยู่พอดีเลย”
หวังผิงกล่าวว่า “ฉันนั่งรถอะไรก็ได้ แต่ต้องแวะไปรับเยี่ยนหงและเสี่ยวกังก่อน”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ไม่จำเป็นหรอกคุณหวัง ผู้ช่วยเฝิงและเสี่ยวกังไปที่เจียงวานกับผู้ช่วยเจียงแล้ว”
หวังผิงยิ้มหลังจากได้ยินแบบนี้ “งั้นก็ดีเลย ฉันจะขับรถไปที่นั่นด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม เขาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน ถ้าเมาก็นอนค้างที่นั่นไปเลย แล้วค่อยกลับพรุ่งนี้”
ทันทีที่เขาพูดแบบนั้น ก็มีคนพูดขึ้นมาว่า
“หวังผิง ถ้าคุณพักที่บ้านผู้ช่วยเจียง ฉันก็จะนอนที่บ้านของเขาเหมือนกัน งั้นฉันจะขับรถไปที่นั่นเอง”
“ใช่ คุณบอกว่าบ้านของผู้ช่วยเจียงมีหลายห้องไม่ใช่เหรอ ? พักแค่หนึ่งคืนคงไม่เป็นอะไร ฉันจะขับรถไปที่นั่นเองและพักที่บ้านของเขาคืนนี้”
“อืม ฉันก็จะนอนนั่นเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขับรถไปเอง”
“……”
เมื่อเมิ่งเสี่ยวเป่ยได้ยินแบบนี้ เธอก็ไม่คาดคิดว่าบทสนทนาจะเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ ทุกคนตัดสินใจว่าจะค้างคืนที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋กันหมด
เธอไม่สนใจและพูดว่า “ขึ้นอยู่กับพวกคุณก็แล้วกัน ! ”
พูดจบ เธอก็หันหลังกลับและเตรียมจะออกไป
“เดี๋ยวก่อนครับ ! ” จู่ ๆ เย่กวงโต้ว ก็ตะโกนออกมา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยหันกลับมาและมองเขาด้วยความประหลาดใจ
เฉินหยวนเฉา จวงปี้เฉิงและหวังผิงต่างก็มองมาที่เขาพร้อมกัน
“คุณเย่ มีอะไรหรือเปล่า ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยถามขึ้นมา
เย่กวงโต้วพูดว่า “พวกเราไปทานอาหารเย็นที่บ้านผู้ช่วยเจียง แต่พวกเราจะไปมือเปล่ากันแบบนี้เหรอครับ ? ”
ทันทีที่เขาพูดแบบนี้ออกมา ทั้งสำนักงานก็เงียบไปครู่หนึ่ง
แต่ไม่นานก็มีเสียงดังขึ้นมาว่า
“คุณเย่ คุณนี่ช่างสังเกตมาก เราทุกคนลืมเรื่องนี้ไปกันหมดเลย”
“ใช่ ถ้าไปมือเปล่าก็คงจะดูไม่ดีแน่ ! ”
“การที่เราไปบ้านของผู้ช่วยเจียง ไม่เพียงแต่เขาที่อยู่ที่นั่น แต่พ่อแม่ของเขาก็อยู่ที่นั่นด้วย ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะไปพบผู้เฒ่าด้วยมือเปล่า”
“นั่นสิ”
“แล้วเราควรทำอย่างไรดีล่ะ ไม่มีใครได้เตรียมตัวล่วงหน้าเลย ! ”
“งั้นเราแวะไปซื้อของกันก่อนไหม”
“บ้านของผู้ช่วยเจียงคงไม่ขาดเหลืออะไร จะซื้ออะไรไปให้ต้องคิดให้ดี”
“ใช่ แล้วคุณมีไอเดียดี ๆ อะไรบ้างไหม ? ”
“ผมคิดว่าเราควรซื้อผักไป เพราะในช่วงตรุษจีนก็จะมีญาติหลายคนมาที่บ้าน ผักเป็นสิ่งจำเป็นในการปรุงอาหาร”
“เจียงวานน่าจะไม่ขาดแคลนผักนะฉันว่า ? ”
“ฉันว่าเราควรซื้อเนื้อสัตว์ เนื้อวัว เนื้อแกะ ปลา ไก่ และอื่น ๆ ดีกว่า”
“ถ้าทุกคนซื้อเนื้อสัตว์แล้ว ฉันคงจะไม่ซื้อเนื้อสัตว์ตามหรอก”
“งั้นก็ซื้อเครื่องดื่มไปสิ ! ”
“เหล้า ? คุณกลัวว่าบ้านของผู้ช่วยเจียงจะไม่มีเหล้างั้นเหรอ ? ”
“เขามีเหล้าเยอะงั้นเหรอ ? ”
“เท่าที่ฉันรู้ เขาซื้อเหล้ามาเก็บเหล้าไว้ที่บ้านหลายหมื่นขวดแล้ว”
“อ่า เยอะมาก ! ไม่จำเป็นต้องซื้อเหล้าไปจริง ๆ นั่นแหละ”
“ไปซื้อบุหรี่กันเถอะ ผู้ช่วยเจียงชอบสูบบุหรี่ และพ่อของผู้ช่วยเจียงก็ชอบสูบบุหรี่ด้วย”
“ถ้าเราซื้อบุหรี่ไปทุกคนแบบนี้ จะให้เขาสูบบุหรี่พร้อมกันที่เดียวหลายมวนเลยเหรอ”
“ไม่เป็นไร อย่างไรเสียตอนตรุษจีนที่บ้านพวกเขาก็ต้องมีแขกอยู่แล้ว พวกเขาจะได้มีของเอาให้แขกด้วย”
“ถ้าจะซื้อบุหรี่ให้ผู้ช่วยเจียง อย่างน้อยก็ต้องซื้อยี่ห้อที่เขาสูบด้วย แต่พวกเรามีเกือบสามสิบคน งั้นเราจะต้องซื้อบุหรี่กี่แพ็คกัน แล้วต้องไปหาซื้อบุหรี่มากมายแบบนั้นได้ที่ไหน ? ”
“ถูกต้อง”
“เฮ้อ… ทำไมการซื้อของให้ผู้ช่วยเจียงถึงเป็นเรื่องยากขนาดนี้ ? ”
“……”
ทุกคนพูดคุยกันนานหลายนาที แต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปออกมา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “คุณเย่ ในเมื่อคุณเป็นคนตั้งคำถาม แล้วคุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ล่ะ ? ”
ทุกคนมองไปที่เย่กวงโต้วอีกครั้ง
เย่กวงโต้วคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดว่า “เอาแบบนี้กันดีไหมครับ อย่างไรก็ตาม วันนี้ก็เป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ ของเรา เราก็ไปซื้อประทัดที่โรงงานประทัดหงหยุนไปจุดที่นั่นด้วย”
เมื่อได้ยินก็มีคนถึงกับเงียบไปพักหนึ่ง
บางคนก็เบิกตากว้าง เย่กวงโต้วคนนี้คิดไม่เหมือนใครจริง ๆ
เย่กวงยังคงโต้วกล่าวต่อ “พวกเราก็ซื้อดอกไม้ไฟใส่ท้ายรถ แล้วขับรถไปที่นั่น”
“ลองคิดดูสิ ขบวนรถหรูสิบถึงยี่สิบคันขับตรงไปที่บ้านของผู้ช่วยเจียง เมื่อคนนอกเห็น พวกเขาจะต้องอิจฉาขนาดไหน ! ”
“พอเราไปถึงก็จุดพลุและประทัดเป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ ลองคิดดูว่าจะทำให้ชาวบ้านตื่นตาตื่นใจแค่ไหนกัน”
ความคิดเห็นของเขาได้รับการยอมรับจากทุกคนทันที
“ฮ่าฮ่า คุณเย่ ความคิดของคุณดีมาก”
“ใช่ งั้นก็ไปกันเถอะ”
“เอาล่ะ ไปซื้อดอกไม้ไฟกันเถอะ เมื่อถึงเวลาพวกเราก็จะจุดพลุฉลองเพื่อให้งานมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น”
“มีรถหรูมากมาย และมีการจุดดอกไม้ไฟหลายร้อยดอก เมื่อนึกถึงฉากนั้นก็น่าตกใจจริง ๆ ”
“โอเค โอเค งั้นเราไปกันเถอะ ! ”
“ไปที่โรงงานประทัดหงหยุนกันก่อน ! ”
“……”
ทุกคนรีบเดินตรงไปที่ลานจอดรถด้านหน้า เปิดประตูรถแล้วก็ขึ้นไปบนรถของตัวเองทันที
ซึ่งรถของพวกเขาก็มีปอร์เช่ของเมิ่งเสี่ยวเป่ย ที่ขับนำไปก่อน จากนั้นก็ตามหลังด้วยเชอโรกีของเฉินหยวนเฉา และเมอร์เซเดส-เบนซ์ของเฉินอันผิง และตามมาด้วยรถคันอื่น
ซึ่งปอร์เช่ของเจียงเสี่ยวเยว่และดอร์จแรมชาร์จเจอร์ของเจียงเสี่ยวเฟิงขับตามหลัง
ซึ่งไม่มีเหตุผลอื่น นอกจากว่าทั้งสองเป็นพี่สาวและน้องชายของเจียงเสี่ยวไป๋
ซึ่งก็เป็นคนในครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋
เมื่อเพื่อนร่วมงานเหล่านี้ไปที่บ้านของตัวเอง แน่นอนว่าเจ้าบ้านจะต้องขับตามหลังอยู่แล้ว