ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 965 เล่นใหญ่
ตอนที่ 965 เล่นใหญ่
วันนี้เป็นวันที่ 28 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ
อีกสองวันจะเป็นวันที่ 30 เดือน 12 ในเวลานี้ ร้านค้าส่วนใหญ่ในเมืองชิงโจวได้ปิดให้บริการไปเกือบหมดแล้ว
โดยปกติแล้ววันนี้จะเป็นวันที่ผู้คนในเมืองจะกลับบ้านเกิดในชนบท
พวกเขาทั้งหมดต้องกลับบ้านเกิดเพื่อไปร่วมเฉลิมฉลองตรุษจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่แปลกมาก คนจีนจะถือว่า “ตรุษจีน” เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ต้องกลับมาเฉลิมฉลองตรุษจีนที่บ้าน ราวกับว่าตรุษจีนเป็นช่วงหยุดพักผ่อนของการทำงานหนักมาตลอดทั้งปีของพวกเขา
ชาวจีนเกือบทั้งหมดล้วนมีรากฐานมาจากชนบท
ดังคำกล่าวที่พูดไว้ว่า : ย้อนกลับไปสามรุ่น มีชาวจีนกี่คนกันที่ไม่ใช่ชาวนา ?
สิ่งนี้นำไปสู่ปรากฏการณ์ “เมืองว่างเปล่า” มันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบทุกเมืองของประเทศจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน และสถานการณ์นี้ก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในรุ่นต่อ ๆ มา
แม้ว่าเมืองชิงโจวจะถูกทิ้งร้างและว่างเปล่าในเวลานี้ แต่ก็ยังมีคนที่ได้เห็นรถหลายสิบคันกำลังวิ่งออกไปบนทางหลวง
ขบวนรถมากกว่าสิบคันนี้คือรถของเมิ่งเสี่ยวเป่ยและเหล่าผู้บริหารของเจียงเจียกรุ๊ป ก่อนอื่นพวกเขาต้องไปที่โรงงานประทัดหงหยุนเพื่อซื้อดอกไม้ไฟ จากนั้นก็กลับรถมุ่งหน้าตรงไปที่เจียงวาน
ปัจจุบัน ถนนสู่เจียงวานนั้นกว้างและไม่เป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ยังเป็นถนนลาดยางทั้งหมด พื้นผิวถนนจึงราบเรียบ ขบวนคาราวานรถหรูได้ดึงดูดผู้คนมากมายที่อยู่ทั้งสองฝั่งของถนนให้หันมามอง
“รถพวกนี้กำลังจะไปที่ไหน ? ”
“จะไปที่ไหนได้อีกล่ะ ก็ต้องไปที่เจียงวานนั่นแหละ”
“ใช่แล้ว รถเหล่านี้น่าจะไปบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋”
“โอ้ แปลกจริง ๆ เมื่อก่อนเจียงเสี่ยวไป๋เคยเป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหน แต่ตอนนี้เขากลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่ไปแล้ว”
“เวลาเปลี่ยน คนเราก็ต้องเปลี่ยนเป็นธรรมดา ! ”
“นี่คือโชคชะตาที่กำหนดมาให้เขากลายเป็นคนที่ร่ำรวย”
“อย่าพูดถึงเรื่องในอดีตเลย ตอนนี้มีใครบ้างที่ไม่มาทำงานในบริษัทของเจียงเสี่ยวไป๋”
“ใช่ ลูกสาวของฉันทำงานในโรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลืองของเจียงเจียกรุ๊ป เธอได้เงินเดือนตั้งหนึ่งร้อยหยวนต่อเดือนเชียวนะ”
“ลูกสาวของฉันก็ทำงานที่ร้านหม้อไฟเหมือนกัน เธอได้เงินเดือนหลายร้อยหยวนเลย”
“เมื่อก่อนเราอิจฉาคนงานในรัฐวิสาหกิจ แต่ตอนนี้ถึงคราวที่พวกเขาจะต้องอิจฉาเราแล้ว”
“มันจริงนะ เมื่อไม่กี่วันก่อนเหล่าเฉินจากโรงงานผลิตเครื่องมือบอกว่าลูกชายของเขาจะลาออกจากโรงงานแล้วไปทำงานที่โรงงานของเจียงเจียกรุ๊ป”
“พวกคุณยังน้อยไป ลูกชายของฉันเคยตามจีบลูกสาวของเหล่าหลี่เจ้าของโรงงานเคมี แต่ตอนนั้นเหล่าหลี่ดูถูกลูกชายของฉันและบอกว่าครอบครัวฉันยากจน เฮอะ ตอนนี้เป็นไง ลูกชายของฉันทำงานอยู่ที่แผนกขายของเจียงเจียกรุ๊ป เขาได้เงินเดือนอย่างน้อยสามร้อยหยวนต่อเดือน ในเวลาครึ่งปี เขามีเงินเก็บหลายพันหยวน นอกจากนี้ที่บ้านของฉันยังปลูกผักเรือนกระจก เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เหล่าหลี่มาหาฉันและขอให้ฉันไปขอลูกสาวของเขาแต่งงาน บ๊ะ ! ตอนนั้นเขาดูถูกลูกชายของฉัน แต่ตอนนี้กลับอยากได้ลูกชายของฉันไปเป็นลูกเขยแล้ว”
“เราพูดถึงเจียงเสี่ยวไป๋ แต่ทำไมถึงลามไปพูดถึงเรื่องลูกชายของคุณได้เนี่ย ? ”
“……”
ขบวนรถของเมิ่งเสี่ยวเป่ยและคนอื่นขับเข้าสู่เจียงวาน ซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้คนในเจียงวานได้ไม่น้อย
“มีรถเข้ามาในหมู่บ้านมากมาย รถพวกนี้คงจะขับไปที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋แน่นอน ! ”
“ถ้าไม่ไปบ้านของเสี่ยวเจียง แล้วจะไปบ้านใครได้อีก ! ”
“มันน่าทึ่งมาก ฉันจะลองนับดูว่ามีกี่คัน หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า…”
“ว้าว รถเยอะมาก ! ”
“พ่อ พาผมไปดูรถพวกนั้นหน่อยสิ ! ”
“แม่ครับ ผมอยากไปดูรถ ! ”
“……”
ไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่หลายคนก็วิ่งไปที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เหมือนกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นรถหรูมากมายแบบนี้ จึงทำให้พวกเขาก็อยากรู้ว่ามันจะแปลกขนาดไหน
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจมากกว่าคือประทัดที่ถูกขนลงมาจากรถหรู เมื่อนำมาวางตรงถนนทางเข้าบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ ทำให้ถนนทั้งสายดูเหมือนถูกปูไปด้วยพรมแดง
“นี่มันประทัดกี่แถวกัน ! ”
“ฉันเกรงว่าคงจะมีหลายหมื่นแถว ! ”
“ประทัดนับหมื่นแถว ? แล้วแบบนี้จะมีประทัดกี่แสนลูกกัน ! ”
“ดูสิ ดอกไม้ไฟที่วางอยู่ตรงนั้นก็ลำใหญ่มาก เสียงของมันคงจะดังฟังชัดน่าดู”
“ที่รัก ถ้าเขาจุดประทัดทั้งหมดนี้ มันคงจะน่าตื่นเต้นมาก ๆ เลยนะ”
“ฉันไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะจุดมันหมด”
“……”
ผู้ใหญ่ที่มาถึงต่างพูดถึงเรื่องนี้ ในขณะที่เด็ก ๆ ต่างก็ตั้งตารอ พวกเขาไม่เคยเห็นประทัดและดอกไม้ไฟเยอะขนาดนี้มาก่อน
ในเวลานี้ เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ออกมาจากบ้านแล้วเหมือนกัน คู่สามีภรรยาสูงวัยเดินมาถึงลานหน้าบ้านและต้องตกใจเมื่อเห็นรถหลายคันที่จอดอยู่
“ตาเฒ่า พวกเขาคือ…”
หวังซิ่วจวี๋รู้สึกไม่สอดคล้องกันเล็กน้อย มันน่าตกใจมากที่เห็นรถหรูหลายคันและประทัดมากมายเต็มถนนหน้าบ้านแบบนี้
ส่วนเจียงไห่หยางก็ตกตะลึงไม่น้อย แต่เมื่อเขาเห็นชาวบ้านจำนวนมากมามุงดู เขาก็รู้สึกภูมิใจมากและมีความสุขจนไม่สามารถหุบยิ้มได้
เด็กน้อยสามคน เจียงชาน เจียงถิง และหวังกังก็วิ่งออกมา และต้องอุทานด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นดอกไม้ไฟและประทัดมากมายตรงหน้า
“ว้าว ดอกไม้ไฟเยอะมาก ! ”
“ประทัดก็เยอะมากเหมือนกัน ! ”
“เราต้องจุดดอกไม้ไฟอีกครั้งถึงจะจุดมันหมด ? ”
“เยี่ยมไปเลย ! ”
“……”
การจุดดอกไม้ไฟและประทัดล้วนเป็นหน้าที่ของผู้ชาย เมิ่งเสี่ยวเป่ย เจียงเสี่ยวเยว่ และหลัวเจาตี้จึงเดินขึ้นมาข้างบนก่อน
“แม่ ! ” เจียงถิงหันไปเห็นหลัวเจาตี้ เธอจึงวิ่งไปอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มที่สดใส
หลัวเจาตี้ก็มีความสุขเช่นกันเมื่อเห็นลูกสาววิ่งมาหา เธอจึงอุ้มลูกสาวขึ้นมาด้วยความรัก “ถิงถิง คิดถึงแม่ไหม ? ”
“คิดถึงค่ะ ! ”
ส่วนเจียงชานก็เดินมาทักทายเจียงเสี่ยวเยว่และเมิ่งเสี่ยวเป่ย
“สวัสดีดีค่ะป้าใหญ่ ! ”
“สวัสดีค่ะป้าเหมิง ! ”
ทั้งสองยิ้มและพยักหน้าให้เธอ
เจียงชานพูดว่า “ป้าเมิ่งมาได้เวลาพอดี ตอนนี้ป่าป๊ะได้ทำอาหารเสร็จไปหลายอย่างแล้ว”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “ดีเลย ป้าจะกินให้ครบทุกจานไปเลย”
เจียงชานยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหาค่ะ วันนี้หนูจะกินข้าวกับป้าเมิ่ง”
“ปัง ! ปัง ! ปัง ! ”
“ปัง…ตูม…”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ดอกไม้ไฟและประทัดก็ถูกจุดตรงลานด้านล่าง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นและมีควันลอยขึ้นไปในอากาศ
การจุดดอกไม้ไฟตอนที่ฟ้ายังสว่างนั้นไม่ดีนัก แต่บรรยากาศโดยรวมก็ถือว่าดี
เฉินหยวนเฉา เฉินอันผิง จวงปี้เฉิง และคนอื่นพอใจกับผลงานชิ้นเอกของพวกเขามาก เมื่อจุดเสร็จ พวกเขาก็เดินขึ้นบันไดหินไปด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับลุงเจียง ! ”
“สวัสดีครับป้าหวัง ! ”
“ลุงเจียง วันนี้ผมขอรบกวนด้วยนะครับ และขอให้พวกคุณมีความสุขในวันตรุษจีน ! ”
“สวัสดีครับคุณป้า ! ”
“……”
ทุกคนเข้ามาทักทายเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋อย่างอบอุ่นและจับมือกับทั้งสอง
“ยินดี ๆ ! ”
“พวกคุณก็เช่นกันนะ”
“เข้ามาสูบบุหรี่ก่อน ! ”
เจียงไห่หยางตอบอย่างร่าเริงและยื่นบุหรี่ให้พวกเขา
หวังซิ่วจวี๋ก็ทักทายพวกเขาอย่างอบอุ่น และเชิญพวกเขาเข้ามานั่งข้างใน
แต่ตอนนี้ ดอกไม้ไฟยังคงส่งเสียงดังและประทัดก็ถูกจุดอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาต้องตะโกนคุยกันถึงจะได้ยิน
“ปัง ! ปัง ! ปัง ! ”
“กรี๊ดดด…กรี๊ดดด…”
ในขณะที่เสียงประทัดยังคงดังต่อไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินออกจากห้องครัว เขามองไปที่สถานการณ์ตรงหน้าและอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
เขาไม่คิดว่าทุกคนจะเล่นใหญ่แบบนี้