ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 966 ความร้ายของเจียงชาน
ตอนที่ 966 ความร้ายของเจียงชาน
ในช่วงเย็น พวกเขาได้แบ่งกันนั่งสามโต๊ะใหญ่ เจียงเสี่ยวไป๋เสิร์ฟอาหารเต็มโต๊ะ จากนั้นก็หยิบเหมาไถอันล้ำค่าของเขาออกมา
เมื่อถึงเวลา ผู้คนก็เริ่มกินและดื่มกันจนเริ่มเมามาย
คนแรกที่เมาไม่ใช่เจียงเสี่ยวไป๋ แต่เป็นเจียงไห่หยาง
วันนี้เขามีความสุขมาก ไม่ว่าคนที่มาจะเป็นเฉินอันผิง โหยวโหย่วหยู เปากันฉวน จู้ตงเฟิง ข่งชิงเซี๋ยง เย่กวงโต้ว ซึ่งเขาไม่เคยพบมาก่อน จะมีก็แค่จวงปี้เฉิง ถานชิงซาน และเมิ่งเสี่ยวเป่ยที่เขาคุ้นเคย ส่วนที่เหลือคือลูกและหลานของเขาอย่างเฉินหยวนเฉา เจียงเสี่ยวเยว่ หวังผิง และเฝิงเยี่ยนหง ทุกคนต่างก็อวยพรให้เขา ทุกคนดูเคารพและยกย่องเขาออกมาดังยิ่งกว่าประทัดที่จุดไปเมื่อตอนเย็นเสียอีก
เจียงเสี่ยวไป๋ก็เมาเล็กน้อยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เมาจนไม่มีสติ
ในทางกลับกัน เฉินหยวนเฉา จวงปี้เฉิง เฉินอันผิง และคนอื่นนั้นเมาจนพูดไม่รู้เรื่อง ส่วนคนอื่นก็เมาจนเดินโซเซ
แม้แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยซึ่งปกติไม่ดื่มก็ยังเมามากจนตาพร่ามัว
หลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ปล่อยให้พวกเขาเมาขนาดนี้แล้วจะทำอย่างไรต่อ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็หันไปบอกเจียงเสี่ยวชิง “ไปเรียกเจียงเสี่ยวหย่งและเจียงเสี่ยวหลี่ ให้พวกเขามาพาคนที่เมาไปนอนที่ห้องรับรองก่อน”
ปัจจุบัน เจียงเสี่ยวหย่งเป็นผู้อำนวยการโรงงานเยลลี่ ส่วนเจียงเสี่ยวหลี่เป็นผู้จัดการของบริษัทจัดเลี้ยงลาลาลา ทั้งสองคนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับกลางของเจียงเจียกรุ๊ป นอกจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะคอยดูแลหัวหน้าใหญ่อย่างเฉินอันผิง และผู้บริหารระดับสูงของเจียงเจียกรุ๊ป
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงเสี่ยวหย่งและเจียงเสี่ยวหลี่ก็ตามเจียงเสี่ยวซิงมาที่นี่ เมื่อพวกเขาเห็นฉากนี้ มุมปากของพวกเขาก็อดที่จะกระตุกไม่ได้
พวกเขาดื่มไปมากขนาดไหนกันถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ ?
ยกเว้นหญิงตั้งครรภ์สองคนอย่างหลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหง เจียงเสี่ยวไป๋ที่เมาเล็กน้อยและหลินเจียจวินซึ่งอยู่ในเจียงเฉิง เหล่าผู้บริหารระดับสูงคนที่เหลือของเจียงเจียกรุ๊ปต่างก็เมาจนไม่ได้สติกันหมด
“พี่เสี่ยวไป๋ แล้วพี่ไหวไหม ? ” เจียงเสี่ยวหลี่ถามอย่างเป็นกังวล
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “แค่นี้สบายมาก ฉันแค่ขี้เกียจพาพวกเขาไปส่ง ช่วยจัดการให้ฉันที”
เจียงเสี่ยวหย่งกล่าวว่า “พี่เสี่ยวไป๋ไปพักผ่อนเถอะ เราจะดูแลพวกเขาให้เองครับ”
เมื่อพูดอย่างนั้น พวกเขาก็เริ่มพยุงเฉินหยวนเฉาขึ้นมาคนแรก
“อาเสี่ยวหย่ง รอสักครู่ค่ะ”
จู่ ๆ เจียงชานที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้น
เจียงเสี่ยวหย่งหันไปมองเจียงชานด้วยความประหลาดใจ และถามว่า “ชานชาน มีอะไรหรือเปล่า ? ”
เจียงชานหัวเราะเบา ๆ “หนูจะไปเอากล้องมาถ่ายพวกเขาก่อน หนูต้องถ่ายตอนที่พวกเขามีสภาพที่ดูไม่ได้แบบนี้เก็บไว้ค่ะ”
เจียงเสี่ยวหย่งและเจียงเสี่ยวหลี่มองหน้ากันและคิดว่าหลานสาวตัวน้อยคนนี้เริ่มน่ากลัวขึ้นทุกวัน นี่เธอกำลังจะถ่ายรูปไว้แบล็คเมลพวกเขาเหรอ
เมื่อมองดูรอบข้างที่เต็มไปด้วยคนเมาหมดสภาพ ทั้งคู่ก็รู้สึกโชคดีมากที่ไม่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานเลี้ยง ไม่อย่างนั้นใครจะไปรู้ว่าแม่มดน้อยคนนี้จะแอบถ่ายรูปพวกเธอเก็บไว้เพื่อเอาไปแบล็คเมลไหม ?
คำพูดของเจียงชานยังทำให้เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินตกตะลึงไม่น้อย
“ชานชาน อย่าไร้สาระ ! ” หลินเจียอินจ้องมองเธอและดุออกมา
เจียงชานยิ้มอย่างเมินเฉย “หนูไม่ได้ล้อเล่นนะ ! ” จากนั้น เธอก็ชี้ไปที่เฉินอันผิงที่เมาไม่ได้สติแล้วพูดว่า “เราจะพลาดเก็บเหตุการณ์ที่น่าประทับใจแบบนี้ไปได้อย่างไร มันหาดูยากมากนะคะ”
“หนูแค่กังวลว่าจะไม่มีของขวัญปีใหม่ให้พวกเขา เมื่ออัดรูปออกมา หนูจะให้เป็นของขวัญกับพวกเขาคนละใบค่ะ”
“ฮ่าฮ่า ดีเลย……”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ เขาคิดว่าความคิดของลูกสาวนั้นสร้างสรรค์มาก
เจียงชานรู้วิธีการใช้กล้องอยู่แล้ว และเธอก็พอมีทักษะในการถ่ายรูปอยู่บ้าง
จากนั้น เธอก็รีบเข้าไปถ่ายอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มจากถ่ายเฉินหยวนเฉาก่อน “แชะ แชะ” หลายครั้ง เปลี่ยนมุมไปมาให้ได้หลายภาพ
“ลุงใหญ่ ถ้าได้ของขวัญไปไม่ต้องขอบคุณหนูนะคะ ? ”
เจียงชานยิ้มด้วยความพึงพอใจ
คนต่อไปก็เป็นเฉินอันผิง
เธอกดถ่ายหลายครั้งเพื่อให้ได้หลายภาพติดต่อกัน
พอเสร็จก็เริ่มถ่ายคนต่อไปต่อ
เมิ่งเสี่ยวเป่ย ข่งชิงเซี๋ยง โหยวโหย่วหยู ถานชิงซาน เปากันฉวน…
แม้แต่เจียงเสี่ยวเยว่ เจ้าตัวน้อยก็ยังไม่เว้น
“ป่าป๊าคะ ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน จะได้ไม่ทิ้งใครไว้ตามลำพัง อิอิ…”
หวังกังและเจียงถิงดูสถานการณ์นี้ด้วยความตลกขบขัน
เมื่อถ่ายภาพหวังผิง หวังกังก็ได้แต่ไว้ทุกข์ให้กับพ่อของเขาในใจ : อนิจจา… พ่อผู้น่าสงสาร
เมื่อมองไปที่เฝิงเยี่ยนหง โชคดีที่แม่ของเขาไม่ดื่ม
เฝิงเยี่ยนหงพูดกับเจียงชานว่า “ชานชาน ถ่ายรูปเขาให้เยอะ ๆ เลยนะ”
ราวกับว่าเธอยังไม่พอใจจึงหันไปพูดกับหวังกังว่า “ไปคว้าหูพ่อ แล้วขอให้ชานชานถ่ายรูปให้สิ ! ”
ดวงตาของเจียงชานเป็นประกาย นี่เป็นความคิดที่ดี
หวังกังลังเลเล็กน้อย แต่แม่ของเขาเป็นคนสั่ง เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ได้ พ่อตายได้ แต่ฉันตายไม่ได้ อย่างไรมันก็ไม่ใช่หูของฉัน จับ ๆ มันไปเถอะ
“แชะ แชะ ! ”
หลังจากถ่ายภาพการดึงหูในระยะใกล้หลายครั้ง หวังกังก็เปลี่ยนท่า เอามือทั้งสองข้างมาดึงปากของหวังผิง จากนั้นก็ให้เจียงชานถ่ายภาพต่อ
“ลุงหวัง ดูลูกชายของลุงทำกับลุงสิคะ ! ”
เจียงชานพูดในใจอย่างเงียบ ๆ เธอยกกล้องขึ้นแล้วกดซัตเตอร์อีกสองสามภาพ
หลังจากถ่ายภาพหวังผิงเสร็จ เจียงเสี่ยวเฟิงก็เป็นคนถัดไป
“ถิงถิง ถึงคราวของเธอแล้ว ! ”
เจียงชานอารมณ์ดี เธอรีบเรียกเจียงถิงให้มาถ่ายรูป
เจียงถิงมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่ยังคงให้ความร่วมมือกับเจียงชาน โดยดึงหูของเจียงเสี่ยวเฟิงเหมือนที่หวังกังทำ
ฮ่า ๆ ๆ ……
ส่วนหลัวเจาตี้ก็เมาเหมือนกัน !
แต่เธอไม่สามารถทำแบบนี้กับแม่ของเธอได้ เจียงถิงจึงขอร้องออกมาว่า “พี่ชานชาน ไม่ถ่ายแม่ของฉันได้ไหม ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “ฉันให้ได้แค่ไม่ดึงหู แต่จะถ่ายให้ออกมาดูดีที่สุดก็แล้วกัน”
เจียงถิงพูดไม่ออกและเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ
“แชะ แชะ ! ”
หลังจากถ่ายรูปทุกคนแบบส่วนตัวเสร็จ เธอก็ได้ถ่ายรูปหมู่ต่อ
แม้แต่เจียงไห่หยางก็ไม่รอด
เราตกลงที่จะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ก็ต้องไม่เว้นใคร
“อาเสี่ยวหย่ง อาเสี่ยวหลี่ เอาพวกเขาไปพักเถอะค่ะ”
เจียงชานถ่ายรูปเสร็จก็พูดด้วยความพึงพอใจ
เจียงเสี่ยวหย่งและเจียงเสี่ยวหลี่พูดอะไรไม่ออกอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงช่วยพยุงเฉินหยวนเฉาเพื่อไปส่งเขาที่ห้องนอน
หลังจากนั้น พวกเขาก็ส่งคนแล้วคนเล่าเข้าไปในห้องรับรอง
หวังซิ่วจวี๋และเจียงเสี่ยวซิงก็ไปส่งเมิ่งเสี่ยวเป่ย เจียงเสี่ยวเยว่และหลัวเจาตี้กลับไปที่ห้องเหมือนกัน
จากนั้น พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
พอวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 29 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ
หลังจากที่เฉินหยวนเฉา เมิ่งเสี่ยวเป่ยและคนอื่นตื่นขึ้นมาก พวกเขาก็ไม่คิดจะกินข้าวเช้าด้วยซ้ำ พอแต่งตัวเสร็จก็กล่าวลาเจียงเสี่ยวไป๋และหวังซิ่วจวี๋ทีละคน
“แม่ เมื่อวานผมดื่มมากเกินไป เสี่ยวเยว่และผมขอกลับไปก่อน แล้วเราจะพาเสี่ยวปิงและเสี่ยวหงกลับมาเยี่ยมในวันแรกของปีใหม่”
เฉินหยวนเฉากล่าว
“กลับไปก่อนเถอะ ! ” หวังซิ่วจวี๋ไม่ได้รั้งให้อยู่นาน
“แล้วเจอกันค่ะลุงใหญ่ ! ”
“แล้วเจอกันค่ะป้าใหญ่ ! ”
เจียงชานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ชานชาน…แล้วเจอกัน ! ”
เฉินหยวนเฉารู้สึกเสมอว่าเจียงชานแตกต่างไปจากที่ผ่านมาเล็กน้อย ราวกับว่าเธอเก็บงำบางสิ่งที่ไม่ดีเอาไว้ แต่เขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร
“คุณป้า ฉันก็ขอตัวกลับก่อนเหมือนกันค่ะ ! ”
“ฉันขอให้คุณป้ามีความสุขในวันปีใหม่ สุขภาพแข็งแรงและได้อยู่กับครอบครัวอย่างร่มเย็นนะคะ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็กล่าวลาเช่นกัน
“เสี่ยวเมิ่ง กินข้าวเช้าก่อนสิ แล้วค่อยออกเดินทาง ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเป็นคนนอก ดังนั้นหวังซิ่วจวี๋จึงไม่ได้วางตัวสบาย ๆ ไม่เกรงใจเหมือนกับตอนคุยกับลูกสาวคนโตและเฉินหยวนเฉา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ จากนั้นเธอก็ไปทักทายหลินเจียอินและเจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะกลับออกไปทันที
จากนั้นไม่นาน เฉินอันผิง จวงปี้เฉิง ถานชิงซาน และคนอื่นก็ลากลับไปทีละคน
เจียงชานเองก็ทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนรู้สึกว่าลูกสาวของผู้ช่วยเจียงมีไหวพริบและประพฤติตัวดีเกินไปจนรู้สึกแปลก ๆ อย่างไรชอบกล !