ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 968 เสียแรงเปล่า
ตอนที่ 968 เสียแรงเปล่า
ขณะที่เย่กวงโต้วพูด เขาก็หยิบไม้กวาดและพลั่วขยะขึ้นมาแล้วเดินออกไป
ช่างเป็นข้อแก้ตัวที่ดีในการอยู่ต่อจริง ๆ ‘ทำความสะอาดเศษประทัด’ เย่กวงโต้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจในไหวพริบและฝีปากอันรวดเร็วของเขา
หวังซิ่วจวี๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากที่เธอกลับมามีสติ เธอก็มองตามแผ่นหลังของเย่กวงโต้วและอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา : ช่างเป็นเด็กที่รู้กาลเทศะจริง ๆ !
มีคนมากมายมาที่นี่รวมทั้งลูกเขยของฉัน แต่พวกเขาก็เอาแต่กิน ดื่ม นอน พอตื่นมาก็ออกไปกันหมด แล้วทำไมฉันต้องไปทำความสะอาดเศษประทัดพวกนี้ให้ด้วย ?
มีเพียงเสี่ยวเย่เท่านั้นที่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ทั้งที่อายุน้อยที่สุด แต่ก็มีน้ำใจ
เขายอมอยู่ที่นี่เพื่อรอทำความสะอาดเศษประทัดพวกนั้นให้เสร็จก่อน !
แต่จะปล่อยให้เสี่ยวเย่ทำความสะอาดเพียงลำพังได้อย่างไร ?
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นแขก
หวังซิ่วจวี๋หันไปหาเจียงเสี่ยวชิง แล้วพูดว่า “ไปเรียกเสี่ยวเหลยมา แล้วไปช่วยเสี่ยวเย่ทำความสะอาดด้วย เร็วเข้า ! ”
“ค่ะ ! ” เจียงเสี่ยวชิงตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อวานนี้อากาศหนาวมากจึงมีหิมะตกเล็กน้อย และตอนเย็นก็มีการจุดประทัดไปจำนวนมาก ทำให้ทั่วทั้งลานเต็มไปด้วยเศษประทัด หากทำความสะอาดคนดียวก็คงจะเหนื่อยมาก
ถ้าเย่กวงโต้วไม่ทำ ก็คงหนีไม่พ้นพี่สามของเธอที่ต้องตื่นมาทำแน่นอน
ไม่จำเป็นต้องให้เธอไปทำความสะอาดช่วย !
“เหม็นขี้หน้าเย่กวงโต้วคนนี้จริง ๆ อยากทำดีอวดผู้หญิง แบบนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ด ! ”
เจียงเสี่ยวชิงไม่พอใจและเดินไปที่ห้องของเจียงเสี่ยวเหลย
พอไปถึงประตูก็ตะโกนเสียงดังว่า “เหลยเหลย ออกมานี่ก่อน แม่บอกให้ไปทำความสะอาดเศษประทัดที่ลานด้านล่าง”
“ผมไม่ว่าง ผมต้องทำการบ้าน ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวเหลยได้ยินว่าจะต้องได้ไปทำความสะอาดขยะที่ลานด้านล่าง เขาก็ตอบออกมาทันที
เมื่อวานเขาเห็นแล้วว่ามีเศษประทัดกองหนาเกลื่อนกลาดเต็มลานด้านล่าง หากต้องไปทำความสะอาดที่นั่น กว่าจะเสร็จคงจะปวดหลังน่าดู
เมื่อพี่สามกลับมาบ้านทั้งที ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่สามไปสิ เขาจะทำไปทำไม ?
ไม่ไปแน่นอน !
เมื่อเห็นว่าเจียวเสี่ยวเหลยปฏิเสธ เจียงเสี่ยวชิงจึงพูดเสียงดัง “เหลยเหลย แม่บอกให้ไปช่วยกัน ถ้านายไม่ไป ระวังแม่จะเอาไม้กวาดมาฟาดนายก็แล้วกัน”
แถวชนบท พ่อแม่มักจะตีสั่งสอนลูกด้วยไม้กวาดหรือไม่ก็ไม้ไผ่ บางคนถึงกับตัดรากไผ่มาทำเป็นแส้ หรือที่เรียกกันว่าแส้ม้า
เจียงเสี่ยวเหลยถูกเฆี่ยนตีบ่อยครั้งตั้งแต่เขายังเด็ก หลังจากได้ยินสิ่งที่พี่สาวพูด เขาก็ลังเล ก่อนจะวางปากกาลงแล้วเดินออกมา
เมื่อเขาเห็นเจียงเสี่ยวชิง เขาก็พึมพำและบ่นว่า “แม่คิดอย่างไร ทำไมจู่ ๆ ถึงบอกให้เราไปทำความสะอาดที่ลานด้านล่างล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวชิงกล่าวว่า “เย่กวงโต้วหยิบไม้กวาดไปกวาดเอง แม่จึงเรียกเราสองคนให้ไปช่วยเขา”
เมื่อเจียงเสี่ยวเหลยได้ยินแบบนั้น เขาก็โกรธและพูดว่า “ผู้ชายคนนี้เลียแข้งเลียขาเก่งจริง ๆ เพื่อเอาใจพี่รอง เขาถึงกับทำปากหวานและเอาใจแม่ ช่างไร้ยางอายจริง ๆ ! ”
“ฟังที่เขาพูดตอนกินข้าวเมื่อเช้านี้สิ เขาก็เป็นแค่คนประจบสอพลอ แล้วขยะข้างล่างนั่นเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย”
เขายังเด็ก มีอารมณ์ร้อนและมองเรื่องต่าง ๆ ไม่ซับซ้อนอะไร เขาคิดว่าที่เย่กวงโต้วทำทุกอย่างนั้นก็เพื่อประจบสอพลอเจียงเสี่ยวไป๋ พยายามให้พี่รองของเขาพอใจ แต่เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเย่กวงโต้วกำลังทำทุกอย่างเพื่อซื้อใจพี่สี่ของเขาต่างหาก
แต่เจียงเสี่ยวชิงเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น จนตอนนี้หูของเธอได้เปลี่ยนเป็นสีแดงหลังจากได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวเหลย
โชคยังดีที่น้องชายของเธอยังเด็กอยู่
จึงมองจุดประสงค์ที่แท้จริงของเย่กวงโต้วไม่ออก
ไม่อย่างนั้นมันคงเป็นเรื่องที่น่าอายอย่างมาก
เธอจึงรีบพูดอย่างรวดเร็ว “ถูกต้อง เขาเป็นคนประจบประแจง ! และน่าขยะแขยง ! ”
อนิจจา ถ้าเย่กวงโต้วได้ยินคำพูดเหล่านี้ สงสัยมากว่าเขาจะเศร้าแค่ไหน ? คำพูดเหล่านี้ไม่ต่างจากเอามีดมาแทงเขาเลย ?
พี่น้องทั้งสองต่างถือไม้กวาด และไม่นานก็มาถึงลานเบื้องล่าง
“เสี่ยวชิง ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ”
เย่กวงโต้วที่กำลังกวาดเศษกระดาษไปมา เมื่อเขาเห็นเจียงเสี่ยวชิงและเจียงเสี่ยวเหลยมา เขาก็ประหลาดใจ แต่ก็มีความสุขมาก จึงถามออกไปด้วยความตื่นเต้น
เจียงเสี่ยวชิงพูดด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย “ขอบคุณมากนะ แม่ขอให้ฉันและเสี่ยวเหลยมาช่วยคุณทำความสะอาด”
เย่กวงโตวได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมาทันที “เสี่ยวชิง เธอกลับขึ้นไปเถอะ เรื่องแค่นี้เอง ฉันทำเองได้ ! ”
เจียงเสี่ยวชิงทำหน้ามุ่ย เธอเองก็ไม่ได้อยากจะช่วยอะไรหรอก !
แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้จะไปอธิบายให้แม่ฟังอย่างไร
เพราะไม่ว่าอย่างไร คุณเองก็เป็นแขกของที่บ้าน
เธอมองดูเศษประทัดที่กระจายเกลื่อนกลาดเต็มลานแล้วพูดว่า “คุณกวาดตรงนั้น เดี๋ยวเสี่ยวเหลยกับฉันจะไปกวาดอีกฝั่งหนึ่ง”
เมื่อพูดอย่างนั้น เธอก็เรียกเจียงเสี่ยวเหลยไปอีกฝั่ง
เย่กวงโต้วรู้สึกมีความหวังขึ้นมา การทำงานด้วยกันช่างน่าตื่นเต้นจริง ๆ !
จากนั้น ทั้งสามคนก็เริ่มทำความสะอาดกันไป
ในบ้าน หวังซิ่วจวี๋ก็ได้ไปเรียกเจียงไห่หยางในห้องนอนด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “ตื่น ตื่น ตื่น สายแล้วก็ยังนอนอยู่ จนตะวันจะอยู่ตรงกลางหัวแล้ว ! ”
เจียงไห่หยางตื่นขึ้นมาและดูจะไม่พอใจมาก
“คุณมาเรียกฉันให้ตื่นทำไม ! ”
หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความโกรธ “คุณจะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง ดูสิตอนนี้กี่โมงแล้ว คุณยังหลับอยู่ ! หรือว่าหลับจนลืมตื่นไปแล้ว ! ”
เจียงไห่หยางเอาแว่นตามาใส่แล้วดูนาฬิกา อ่า เก้าโมงแล้วเหรอ
มันสายแล้วจริง ๆ
แต่เขาก็พูดว่า “เมื่อวานฉันดื่มเยอะมาก ตื่นสายนิดหน่อยจะเป็นไรไป ? ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “คุณก็รู้นี่ว่าเมื่อคืนคุณดื่มมากไป มีแขกมาที่บ้านมากมาย แต่คุณกลับเมาแล้วหลับไปก่อนที่แขกจะแยกย้ายกันเสียอีก คุณกล้าดีอย่างไรมาพูดแบบนี้ ! ”
เมื่อพูดถึงแขก เจียงไห่หยางก็ตื่นเต้นและรีบลุกขึ้น ขณะแต่งตัว เขาก็ถามว่า “แขกทุกคนตื่นแล้วเหรอ ? ”
“คุณตื่นแล้วเหรอ ? ” หวังซิ่วจวี๋ยิ้มเยาะ “แขกกลับออกไปหมดแล้ว คุณยังมีหน้ามาถามอีก ? ”
แต่ว่า……
ที่จริงแล้วยังเหลืออีกคนหนึ่ง !
ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดที่จะบอกเขา
เมื่อเจียงไห่หยางได้ยินว่าแขกทุกคนกลับไปแล้ว เขาก็ดูไม่รีบร้อนอีกต่อไป การแต่งตัวจึงช้าลง และเขาก็พึมพำออกมาว่า “นี่มันวันที่ 29 แล้ว พวกเขาคงรีบกลับไปเตรียมฉลองปีใหม่ที่บ้านแหละ”
เมื่อเห็นว่าการเคลื่อนไหวของเขาช้าลง หวังซิ่วจวี๋ก็เร่งเร้า “ทำไมคุณถึงยังชักช้าอยู่ได้ ไม่รีบแต่งตัวให้เสร็จเร็ว ๆ ล่ะ ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “แขกกลับไปแล้ว ทำไมฉันต้องรีบด้วยล่ะ ! ”
หวังซิ่วจวี๋โกรธมากจนเธอพูดออกมาว่า “นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว คุณไม่คิดจะไปทำเต้าหู้ที่บ้านพี่ใหญ่เหรอ ? ”
จู่ ๆ เจียงไห่หยางก็จำได้ว่าเขาได้นัดทุกคนไว้ว่าจะไปทำเต้าหู้วันนี้
“โอ้ ถ้าคุณไม่บอก ฉันคงลืมไปแล้ว ! ”
ขณะที่เขาพูด มือของเขาก็เร็วขึ้น
หลังจากแต่งตัวเสร็จ เขาก็ไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าและแปรงฟัน
หวังซิ่วจวี๋ส่ายหัวและออกจากห้องนอนไป
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงไห่หยางก็ออกมาและเดินไปที่โกดังด้านหลัง
หวังซิ่วจวี๋เห็นแบบนั้นก็ถามว่า “แล้วคุณจะไปไหน ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ฉันจะขนข้าวโพดที่เก็บไว้ในโกดังไปที่บ้านพี่ใหญ่”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “งั้นมากินข้าวเช้ากันก่อน ฉันทำบะหมี่ไว้ให้คุณแล้ว”
“โอ้ ! ” เจียงไห่หยางหัวเราะออกมา
แม้ว่าภรรยาจะปากร้าย แต่เธอก็ยังดูแลเขาเป็นอย่างดีเสมอมา
ถึงเขาจะดื่มจนเมาและตื่นสาย แต่เธอก็ยังเตรียมอาหารไว้ให้เขา แม้ว่าจะมีบ่นบ้างก็ตาม
“คุณกินอะไรหรือยัง ? ” เจียงไห่หยางถามขณะที่เขาเดินไปที่โต๊ะกินข้าว
หวังซิ่วจวี๋ตอบแบบไม่สบอารมณ์ “ถ้าฉันไม่ได้กินข้าว ฉันจะทำให้คุณกินทำไม ทั้งที่ตัวเองยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ! ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เธอก็ทำเป็นไม่สนใจเขา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อไปเอาบะหมี่มาให้เจียงไห่หยาง
ขณะที่เจียงไห่หยางกำลังกินบะหมี่ เจียงเสี่ยวเฟิงก็เข้ามาแล้วพูดว่า “พ่อครับ พ่อจะเอาข้าวโพดไปที่บ้านลุงใหญ่เหรอ ? วันนี้พ่อจะทำฟองเต้าหู้เหรอครับ ? ”
เจียงไห่หยางพยักหน้า
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมยกไปให้ ! ”
เจียงไห่หยางพยักหน้า “ถ้าฉันกินบะหมี่เสร็จแล้ว ฉันจะตามไปนะ”