พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 36 การเปลี่ยนแปลง
ชายหนุ่มเอนศีรษะพิงขอบอ่าง สายตาสีฟ้าครามทอดมองเพดานอย่างเลื่อนลอย ความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟและคำกล่าวเย้ยหยันของระบบ แต่แล้วจู่ๆเสียงของระบบกลืนกินมังกรก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【โฮสต์คะ? หลังจากที่ได้เห็นเลือดมังกรและได้สังหารสัตว์อสูรที่มีความเกี่ยวข้องไปแล้ว โฮสต์เกิดความผิดปกติอะไรหรือเปล่า?】
หวงเยี่ยชะงักทันที
แววตาที่เดิมสงบนิ่งพลันสว่างวาบ ราวกับมีประกายสายฟ้าฉายผ่านในชั่วพริบตา
“ความผิดปกติ?”
ผิวน้ำที่เคยสงบเกิดระลอกคลื่นเล็กๆเมื่อเขาขยับตัว ความคิดเริ่มไหลย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่ผ่านมา
“มันก็ไม่เกิดอะไร…”
คำตอบแรกหลุดออกมาโดยสัญชาตญาณ แต่แล้วเขาก็หยุด ริมฝีปากขยับช้าๆ
“ไม่ใช่สิ.. มันมีความรู้สึกแปลกๆ ถึงจะสัมผัสได้น้อยอย่างมากในทุกๆครั้งก็ตาม แต่ในช่วงเวลาที่ข้าได้สังหารสัตว์อสูรมังกรตั้งแต่ระดับแรกเริ่ม ระดับต่ำ หรือกระทั่งระดับสอง ข้ารู้สึกว่าตนเองเต็มไปด้วยความกระหายอยากที่จะกลืนกินพวกมัน!”
“โดยเฉพาะกับเจตจำนงระดับราชาที่ข้าได้ครอบครองอย่างราชันย์พงไพรพิฆาตดารา”
“มันให้ความรู้สึกว่าทุกๆครั้งที่ใช้รากไม้ทำการสังหารพวกมัน รากไม้เหมือนกำลังเติบโตขึ้น?”
คำถามสุดท้ายคล้ายจะเป็นการตั้งคำถามกับตนเองมากกว่าระบบ
เขาหลับตาลงชั่วครู่ พยายามดึงความทรงจำเหล่านั้นออกมาอย่างละเอียด ภาพรากไม้สีม่วงเข้มพุ่งทะยานออกจากร่างกายและเสียบทะลุร่างสัตว์อสูรมังกร เลือดสีเข้มกระเซ็นกระจาย ก่อนที่รากไม้จะดูดซับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจมองเห็นได้
ในตอนนั้น เขาเพียงรู้สึกว่าพลังไหลเวียนคล่องตัวขึ้นเล็กน้อย
เพียงเล็กน้อย
จนแทบไม่ทันสังเกต
ทว่าตอนนี้ เมื่อถูกตั้งคำถาม ความรู้สึกนั้นกลับชัดเจนขึ้น
“มันเป็นความรู้สึกที่เล็กมาก จนข้าไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงจินตนาการหรือไม่?”
ภายในจิตสำนึก ระบบกลืนกินมังกรเผยรอยยิ้มบางอย่างที่มองไม่เห็น
【ถูกต้องคะโฮสต์ มันเป็นความรู้สึกที่น้อยมากก็จริง】
【ทว่าราชันย์พงไพรพิฆาตดารากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงค่ะโฮสต์】
【เพราะเจตจำนงระดับราชาที่โฮสต์ได้ครอบครองอยู่มีคุณสมบัติในการกลืนกินเพื่อเพิ่มพูนพลังเจตจำนงของตนเอง อาจน้อยนิด แต่ถ้าสะสมไปมากขึ้นเรื่อยๆ โฮสต์อาจได้พัฒนาเจตจำนงระดับราชา ไปเป็นเจตจำนงระดับจักรพรรดิได้เร็วกว่าที่คิดนะ】
คำอธิบายของระบบทำให้ลมหายใจของหวงเยี่ยชะงัก
ระดับจักรพรรดิ
คำสองคำนี้เหมือนหินก้อนใหญ่ตกลงกลางสระน้ำในใจของเขา ระดับนั้นคือสิ่งที่ผู้มากพรสวรรค์จำนวนมากยังไม่อาจแตะต้อง
ทว่าในตอนนี้ ระบบกำลังบอกว่าเส้นทางนั้นกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ภายใต้ความรู้สึกเล็กน้อยที่แทบไม่อาจรับรู้ หวงเยี่ยก้มมองฝ่ามือตนเอง หยดน้ำไหลผ่านนิ้วเรียวยาวก่อนจะตกลงสู่ผิวน้ำ
“ถ้าเป็นเช่นนั้นทุกครั้งที่ข้าสังหารสัตว์อสูรมังกร ราชันย์พงไพรพิฆาตดาราก็กำลังดูดซับบางสิ่งบางอย่างอยู่?”
【ใช่คะโฮสต์】
【มันไม่ได้ดูดกลืนพลังอย่างรุนแรงเหมือนเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกิน แต่มันค่อยๆ สะสมทีละนิด เหมือนหยาดน้ำที่ตกลงบนหิน】
【แม้จะดูไม่มีอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ย่อมเกิดรอยลึกได้】
【นั่นคือสัญชาตญาณของเจตจำนงที่กำลังเติบโต】
【มันต้องการพลัง ต้องการสารอาหาร ต้องการเหยื่อเพื่อวิวัฒน์ตนเอง】
ทว่าระบบกลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เสียงของมันดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนและแฝงความหมายที่ลึกยิ่งกว่าเดิม
【แล้วการพัฒนาดังกล่าวก็เกี่ยวข้องกับพลังวิญญาณหรือพลังอำนาจแห่งมังกรที่ไหลเวียนอยู่ภายในสัตว์อสูร】
【ในกรณีของราชันย์พงไพรพิฆาตดารา กระทั่งมนุษย์ที่มีพลังวิญญาณไหลเวียนและกลายเป็นนักล่ามังกร】
【โดยเฉพาะกับพวกอาชญากรภายในเมืองที่หลบหนีและต้องถูกตัดสิน】
【พวกมันที่กระทำความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย เช่นการสังหารคนบริสุทธิ์ ปล้นฆ่าชิงทรัพยากร พวกเราก็อาจ..】
ประโยคสุดท้ายถูกปล่อยค้างไว้ คล้ายใบมีดที่หยุดอยู่ตรงลำคอโดยไม่ฟันลง
หวงเยี่ยลืมตาขึ้นทันที นัยน์ตาสีฟ้าครามเบิกกว้าง หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างรุนแรง
“จะให้ข้าสังหารมนุษย์ด้วยกัน?”
มือที่วางอยู่ขอบอ่างเกร็งแน่น เล็บจิกลงบนพื้นผิวหินอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกวิงเวียนแล่นผ่านประสาทสัมผัส ราวกับโลกทั้งใบเอียงไปด้านหนึ่ง เพราะถึงยังไง ตัวของหวงเยี่ยก็ไม่เคยทำเช่นนั้น ไม่เคยแม้แต่คิด
ในสายตาของเขา พลังที่ตนมีนั้นถูกปลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรมังกร และต่อกรกับพวกเผ่าพันธุ์มังกรสารเลวที่รุกรานโลก เขาเชื่อเสมอว่าอำนาจไม่ควรถูกใช้กับผู้ที่มีสายเลือดเดียวกัน
แม้โลกจะโหดร้าย
แม้จะมีคนเลว
แต่เส้นแบ่งบางอย่างยังคงตั้งอยู่ในใจอย่างชัดเจน
ทว่าระบบกลืนกินมังกรกลับกล่าวออกมาอย่างเฉยชา
【เติบโตได้แล้วโฮสต์】
【ในช่วงอาทิตย์นี้ก่อนที่จะเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเทพอสูร พวกเราจะออกล่าอาชญากรภายในเมือง และทำการประหารมันซะ!】
“… คิดว่ามันง่ายนักหรือ แม้พวกมันจะทำความผิด แต่ก็ยังเป็นมนุษย์!”
คำพูดนั้นหลุดออกมาโดยไม่ทันคิด ขณะที่ดวงตาของเขาฉายความสับสน
【โฮสต์คะ มนุษย์ที่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ปล้นสะดม ทำลายชีวิตผู้อื่น เพียงเพราะความโลภและความกระหายอำนาจ เขายังควรถูกเรียกว่ามนุษย์ในความหมายเดียวกับโฮสต์หรือไม่】
หวงเยี่ยนิ่งงัน
หัวใจยังคงเต้นแรง
ภาพเหตุการณ์ที่เคยได้ยิน ข่าวคราวของผู้คนที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ทรัพยากรถูกชิงไปด้วยกำลัง เด็กและคนชราไร้ที่พึ่ง
ภาพเหล่านั้นแล่นผ่านจิตใจอย่างรวดเร็ว มันเคยเกิดขึ้นหลายครั้งนับตั้งแต่ที่ชายหนุ่มจำความได้ ไม่ว่าจะเป็นยังไง สิ่งที่เกิดขึ้นก็เปรียบได้เป็นดั่งสัจธรรม นักล่ามังกรบางครั้งก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในการปกป้องเผ่าพันธุ์ แต่กลับหันพลังอำนาจนั้นเข้าหาเผ่าพันธุ์เดียวกันกับตนเอง
จนตัวหวงเยี่ยก็พยักหน้ารับ แต่ก็ยังคงกล่าวความคิดของตนออกมา
“แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ของข้า!”
“มีหน่วยงาน มีนักล่ามังกรที่รับผิดชอบ”
【และถ้าพวกมันหลบหนีล่ะคะ】
【ถ้าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ก็ยังคงสร้างความเสียหายต่อไป โฮสต์จะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นหรือ】
【การลังเลคือธรรมชาติของมนุษย์ การตัดสินใจคือสิ่งที่ทำให้โฮสต์ควรก้าวข้ามมันไป】