พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 51 การมาถึงของหวงเยี่ย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังมุ่งหน้าตรงไปยังอาณาเขตของมหาวิทยาลัยเทพอสูร
เฟิงหลงอินซึ่งนั่งประจำตำแหน่งผู้ขับขี่ได้หันมามองหวงเยี่ยเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มอธิบายและย้ำเตือนถึงกฎเกณฑ์ภายใต้สถาบันนักล่ามังกรแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ท่าทางของนางจริงจังเป็นอย่างมาก
“ภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูร กฎระเบียบถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยละ!”
“หากเจ้าต้องการยืนหยัดอยู่ที่นี่ได้ เจ้าจำเป็นต้องเข้าใจมันอย่างถ่องแท้”
หวงเยี่ยพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า แต่จิตใจกลับจดจ่ออยู่กับคำอธิบายของอาจารย์สาว
“หลักๆแล้วมีอยู่หลายเรื่อง”
“ไม่ว่าจะเป็นที่พักของนักเรียนซึ่งถูกแบ่งระดับตามความสามารถ อาคารภารกิจที่เป็นศูนย์กลางของการรับงานและสะสมคะแนนผลงาน รวมไปถึงเวทีประลองที่เปิดให้ท้าทายกันได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นวันหรือคืน หากมีผู้ท้าทาย เจ้าต้องเตรียมพร้อมรับมือเสมอ!”
“ที่นี่ไม่มีคำว่าปลอดภัยโดยสมบูรณ์”
“หากเจ้าต้องการทรัพยากร เจ้าต้องพิสูจน์ตนเอง!”
“หากเจ้าต้องการเกียรติยศ เจ้าต้องยืนหยัดเหนือผู้อื่น!”
ประโยคดังกล่าวทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบสงบลงเล็กน้อย หวงเยี่ยซึมซับรายละเอียดเหล่านั้นอย่างเงียบงัน และเริ่มเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและแรงกดดัน ซึ่งแตกต่างจากโลกเดิมของเขาอย่างสิ้นเชิง
ไม่นานนัก รถยนต์ก็แล่นผ่านประตูขนาดใหญ่และเข้าสู่เขตแดนของมหาวิทยาลัยเทพอสูรอย่างสมบูรณ์
ในที่สุด เฟิงหลงอินก็ได้นำพาหวงเยี่ยมายังมหาวิทยาลัยเทพอสูรเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อประตูรถเปิดออกและเขาก้าวลงสู่พื้นหินขัดเงา สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือภาพอันยิ่งใหญ่ของสถาบันแห่งนี้
อาคารนับร้อยๆหลังเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระเบียบ โครงสร้างสถาปัตยกรรมทอดยาวโค้งไปมาเสมือนสันหลังของมังกรที่กำลังเลื้อยผ่านผืนแผ่นดิน แต่ละอาคารมีลวดลายสลักอยู่ตามผนัง ส่งประกายแสงอ่อนๆราวกับชีพจรแห่งพลังที่ไหลเวียนไม่หยุดนิ่ง
บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ที่เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ดอกไม้นานาพันธุ์ผลิบานส่งกลิ่นหอมลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทางเดินขนาดใหญ่ที่ทอดยาวจากประตูหลักแยกออกเป็นหลายสาย นำพาไปสู่อาณาเขตต่างๆภายในมหาวิทยาลัย
ไม่ว่าจะเป็นเขตฝึกฝน สนามประลอง อาคารเรียน หรือที่พักอาศัย
ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามนั้น สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือรูปปั้นหินขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าสถาบันนักล่ามังกร
รูปปั้นของราชันย์มังกรจักรพรรดิทองคำถูกสลักขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง รายละเอียดของเกล็ดแต่ละแผ่นคมชัดราวกับมีชีวิต
ร่างกายของมันขดตัวอย่างสง่างาม ปีกกางออกเล็กน้อยเสมือนกำลังเตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ความสูงของรูปสลักมากกว่าสี่สิบเมตร ทำให้มันกลายเป็นศูนย์กลางของสายตาทุกคู่ที่ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
บริเวณศีรษะของมังกร โดยเฉพาะภายในปากที่อ้ากว้างมีบางสิ่งถูกคาบเอาไว้
รายละเอียดดังกล่าวเพิ่มความลึกลับและน่าเกรงขามให้แก่รูปปั้นอย่างยิ่ง
บรรดานักเรียนเข้าใหม่ที่เพิ่งมาเห็นรูปปั้นเหล่านี้เป็นครั้งแรก ต่างก็ต้องหยุดยืนอยู่กับที่ แหงนหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตะลึง หลายคนอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับตัวตนแห่งตำนานที่หลุดออกมาจากเรื่องเล่าโบราณ
หวงเยี่ยเองก็ตกตะลึงพรึงเพริดไม่ต่างกัน หัวใจของเขาเต้นแรงเมื่อเงยหน้ามองรูปปั้นอันยิ่งใหญ่นั้น
ความรู้สึกเคารพและเกรงขามก่อตัวขึ้นภายในจิตใจอย่างเงียบงัน
“นี่คือรูปปั้นของคู่หูท่านผู้อำนวยการใช่ไหมนะ?”
“ราชันย์มังกรจักรพรรดิทองคำที่ทะยานผ่านเหนือเมืองแล้วหายไปดั่งมหาสมุทรสีทอง!”
ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและความพิศวง
เฟิงหลงอินยืนอยู่ข้างกาย พลางเงยหน้ามองรูปปั้นด้วยรอยยิ้มบางที่แฝงความภาคภูมิใจ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างช้าๆ
“ถูกต้องแล้ว”
“ท่านผู้อำนวยการได้สั่งให้ช่างฝีมือสร้างรูปสลักนี้ขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบปีก่อน”
“เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ท่านราชันย์มังกรที่คอยปกป้องมหาวิทยาลัยเทพอสูรมานานนับร้อยปี”
คำอธิบายของนางทำให้บรรยากาศโดยรอบยิ่งทวีความขลังขึ้น
“มันไม่ใช่เพียงงานศิลป์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและการคุ้มครอง!”
“ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องสั่นสะท้านและตกใจไปตามๆกัน!”
หวงเยี่ยยืนอยู่ใต้เงานั้นพลันรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงความมั่นคงและการปกป้องที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วบริเวณ
จนในตอนนั้น ตัวของเฟิงหลงอินได้เผยรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับหวงเยี่ย แววตาของนางเปล่งประกายแห่งความยินดีอย่างไม่ปิดบัง หญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มอีกเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำพูดต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
“อาจไม่เป็นทางการนัก”
“แต่ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยเทพอสูรนะ เจ้าชายน้อย หวงเยี่ยซื่อจื่อ!”
คำกล่าวนั้นทำให้หวงเยี่ยรู้สึกถึงความหมายอันลึกซึ้งที่แฝงอยู่ภายใน
เขายืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ปล่อยให้ถ้อยคำดังกล่าวซึมลึกเข้าสู่จิตใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางตอบกลับอย่างสุภาพ
เฟิงหลงอินกล่าวต่อโดยไม่ปล่อยให้บรรยากาศเงียบงันยืดเยื้อ
“ส่วนเรื่องการลงทะเบียน แน่นอนว่าข้าได้ลงทะเบียนให้กับเจ้าเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้ว แถมพิธีการรับนักเรียนรุ่นใหม่ก็ได้เสร็จไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว เพราะงั้นเจ้าควรไปดูยังที่พักอาศัยของตนเอง ภายในนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าต้องการและข้อมูลทั้งหมดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
นางยื่นมือออกไป พลางหยิบวัตถุขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าหนังสีเข้ม วัตถุนั้นเปล่งประกายแสงเรืองรอง
เมื่อมันถูกส่งมอบมายังฝ่ามือของหวงเยี่ย เขาจึงได้เห็นรายละเอียดอย่างชัดเจน
“เอานี่ไป มันคือป้ายสถานะยืนยันตัวตนของเจ้า”
ป้ายอิเล็กทรอนิกส์รูปทรงเรียบหรูทำจากวัสดุพิเศษที่ให้สัมผัสเย็นเล็กน้อย พื้นผิวด้านหน้าสะท้อนแสงสีเงินอมฟ้าอย่างงดงาม
บนป้ายปรากฏภาพใบหน้าของหวงเยี่ยอย่างคมชัด ราวกับถูกบันทึกไว้โดยไม่ให้เขาทันได้สังเกตมาก่อน
ใต้ภาพมีตัวอักษรที่ส่องประกายเรืองรองอย่างน่าอัศจรรย์ แสดงข้อมูลประจำตัวของเขาอย่างครบถ้วน
เฟิงหลงอินอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ป้ายอิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเหล่านักเรียนภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูร สามารถใช้ในการเชื่อมต่อเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ กักเก็บคะแนนของตน หรือใช้มันเพื่อเปิดทางไปในสถานที่ต่างๆ”
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเน้นย้ำด้วยแววตาเคร่งครัด
“แน่นอนว่าป้ายอิเล็กทรอนิกส์นี้สำคัญมาก เพราะงั้นอย่าทำมันหายละ”
หวงเยี่ยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ และกำป้ายประจำตัวไว้แน่น รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับมัน
สิ่งเล็กๆชิ้นนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสถาบันนักล่ามังกรอันยิ่งใหญ่
“ส่วนวิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับราชา ทรัพยากรระดับราชาหนึ่งชุด รวมถึงเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุไฟ”
“เดี๋ยวอาจารย์จะต้องไปทำเรื่องก่อน ไว้เดี๋ยวจะนำไปให้ยังที่พักของเจ้า!”
คำพูดดังกล่าวทำให้หวงเยี่ยรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง เขาไม่คิดว่าการมาถึงของตนจะได้รับการจัดเตรียมอย่างครบถ้วนถึงเพียงนี้ ดวงตาของเขาฉายแววขอบคุณอย่างจริงใจ ก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ
“ขอบคุณอาจารย์เฟิง!”
จากนั้นชายหนุ่มก็ก้มมองป้ายประจำตัวในมืออีกครั้ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองเฟิงหลงอิน
“การมายังมหาวิทยาลัยเทพอสูรแห่งนี้ มันคงทำให้ข้าเปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อยละนะ?”
เฟิงหลงอินรับฟังและมองชายหนุ่มอย่างพินิจ รอยยิ้มบนใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจอย่างเงียบงัน
“ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลง แต่มันจะหล่อหลอมเจ้าให้กลายเป็นนักล่ามังกรที่แท้จริง!”