พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 69 ระดับของการใช้หอก
หลังจากที่หลานฟงได้อธิบายถึงภาพรวมของรูปแบบหอกอย่างกระชับและหนักแน่น
บรรยากาศภายในห้องฝึกของสถาบันหอกเทพอสูรก็พลันเปลี่ยนไปจากความตื่นเต้นกลายเป็นความตั้งใจอันเคร่งขรึม
สายตาของนักเรียนทุกคนจับจ้องไปยังร่างของอาจารย์ผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าโดยไม่กะพริบตา
ในที่สุด เส้นทางการสั่งสอนนักล่ามังกรรุ่นใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
หลานฟงยืนถือหอกด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง ก่อนที่จะอธิบายออกมาอย่างจริงจัง
“การฝึกฝนหอกนั้น ไม่ใช่เพียงการแกว่งแทงให้แม่นยำ หากคือการหลอมรวมกาย ใจ และเจตจำนง ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธ จนกระทั่งหอกในมือเป็นดั่งมังกรที่มีชีวิตและหายใจไปพร้อมกับผู้ถือมัน”
หลานฟงยกหอกขึ้นเล็กน้อย ปลายหอกชี้เฉียงขึ้นฟ้าอย่างมั่นคง
“เส้นทางแห่งหอก ถูกแบ่งออกเป็นสามระดับใหญ่!”
“ระดับแรก ขั้นพื้นฐาน หรือที่เรียกว่าหอกเริ่มตื่น!”
“ในขั้นนี้ ผู้ฝึกยังคงเรียนรู้การควบคุมหอกให้สอดคล้องกับร่างกาย ทุกการแทง ทุกการปัดป้อง ยังอาศัยแรงแขน แรงขา และท่วงท่าภายนอกเป็นหลัก หอกยังคงเป็นอาวุธ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตัวผู้ใช้!”
เขายกมือซ้ายจับปลายด้าม มือขวาคุมช่วงท้าย ท่าทางมั่นคงและถูกต้องตามหลักพื้นฐาน
“สิ่งที่ต้องเข้าใจในขั้นนี้มีสี่ประการ”
“หนึ่ง.. การจับหอก ต้องมั่นคงแต่ไม่เกร็ง เพื่อให้ควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำ!”
“สอง.. ระยะห่าง ต้องรู้ว่าศัตรูอยู่ในระยะใด ระยะปลอดภัย ระยะโจมตี และระยะอันตราย!”
“สาม.. น้ำหนัก ต้องเข้าใจจุดศูนย์ถ่วงของหอก เพื่อให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและต่อเนื่อง!”
“สี่.. รูปแบบพื้นฐาน อันได้แก่ แทง ปัด กวาด และฟัน ซึ่งเป็นรากฐานของทุกกระบวนท่าในอนาคต!”
ทันทีที่กล่าวจบ หลานฟงก็เริ่มสาธิตเพื่อให้นักเรียนทุกคนมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ตัวของเขาก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ลำตัวบิดเล็กน้อย ก่อนจะส่งแรงจากเอวไปยังแขน
“ฟุ่บ!”
ปลายหอกพุ่งตรงออกไปอย่างแม่นยำและเฉียบคม ราวกับงูพิษที่ฉกเหยื่อในพริบตา
“นี่คือแทง!”
เขาดึงหอกกลับอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียสมดุล ก่อนจะหมุนด้ามหอกเล็กน้อยแล้วสะบัดออกด้านข้าง
แรงปัดที่เรียบง่ายและมั่นคงทำให้เกิดเสียงลมแผ่วเบา
“นี่คือปัด ใช้เบี่ยงเบนการโจมตีและเปิดช่องโต้กลับ!”
จากนั้นเขาก้าวหมุนตัวครึ่งวง ด้ามหอกกวาดเป็นแนวโค้งกว้างในระดับเอว
กระแสลมพัดผ่านอย่างชัดเจน
“นี่คือกวาด เหมาะสำหรับควบคุมพื้นที่และกดดันศัตรู!”
สุดท้าย เขายกหอกขึ้นเหนือไหล่แล้วฟันลงในแนวเฉียง การเคลื่อนไหวหนักแน่น
“ฉัวะ!”
เสียงลมแหวกอากาศดังชัดเจน
“และนี่คือฟัน ใช้เสริมพลังทำลายล้างเมื่อระยะไม่เหมาะกับการแทง!”
ทุกการเคลื่อนไหวของหลานฟงเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ จังหวะสอดคล้องกับการเคลื่อนของเท้า เอว ไหล่ และแขน ราวกับร่างกายทั้งหมดคือกลไกเดียวกัน ทำให้นักเรียนจำนวนมากจ้องมองด้วยความตื่นตะลึง
แม้จะเป็นเพียงท่าพื้นฐาน แต่เมื่ออยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ กลับงดงามและทรงพลังอย่างยากจะละสายตา
หลานฟงหยุดนิ่ง ปลายหอกชี้ลงพื้นอย่างมั่นคง
“ในขั้นหอกเริ่มตื่น ผู้ฝึกจะเริ่มมีจังหวะ แต่ยังไม่ลื่นไหล ความแม่นยำยังต้องพึ่งพาสายตาและการคำนวณ ไม่ใช่สัญชาตญาณ!”
“พวกแกจะต้องฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งร่างกายจดจำการเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องคิด!”
หลานฟงยกหอกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชายวัยกลางคนเริ่มแสดงชุดการเคลื่อนไหวพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แทง ปัด กวาด ฟัน เชื่อมโยงกันเป็นลำดับที่เป็นระบบ ทุกจังหวะสอดคล้องกับการหายใจและการก้าวเท้าอย่างแม่นยำ
หวงเยี่ยจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวอย่างลึกซึ้ง สังเกตเห็นว่าต่อให้จะเป็นท่าพื้นฐานก็ตาม แต่ตัวของหลานฟงกลับควบคุมระยะ ความเร็ว และแรงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดสูญเปล่า ทุกองศาล้วนมีเป้าหมายชัดเจนเลยก็ว่าได้
หลานฟงหยุดลงอีกครั้ง
“จำเอาไว้ พื้นฐานที่มั่นคงคือรากฐานของความยิ่งใหญ่ หากพื้นฐานสั่นคลอน ต่อให้มีกระบวนท่าที่ล้ำลึกเพียงใดก็เป็นเพียงภาพลวงตา”
“ผู้ที่ดูถูกขั้นหอกเริ่มตื่น จะไม่มีวันก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่าได้!”
สายตาของเขาคมกริบกวาดผ่านนักเรียนทีละคน หายใจเข้าลึกช้าๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งกว่าเดิม
“ลำดับต่อมาคือขั้นชำนาญ หรือที่เรียกว่าหอกประสานกาย!”
เพียงเอ่ยนามระดับนี้ เสียงกระซิบก็ดังขึ้นในหมู่นักเรียนบางคน ดวงตาหลายคู่ฉายแววคาดหวัง
ตัวของหลานฟงยกหอกขึ้นอีกครั้ง ทว่าท่วงท่าของชายวัยกลางคนในครานี้กลับแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“เมื่อฝึกฝนจนเกิดความคุ้นเคย หอกจะเริ่มกลายเป็นส่วนต่อขยายของร่างกาย!”
“ทุกการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องฝืน! ไม่ต้องคิด!”
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล ลำตัวเอนไปเล็กน้อย หอกในมือเคลื่อนตามแรงส่งของสะโพกและไหล่อย่างสอดประสาน
“ในระดับนี้ ผู้ใช้หอกไม่จำเป็นต้องคำนวณทุกองศาอีกต่อไป”
ปลายหอกพุ่งออกไปโดยไร้ความลังเล แล้วไหลย้อนกลับมาเป็นวงโค้งต่อเนื่อง สอดรับกับการหมุนตัวอย่างไร้รอยสะดุด
“ท่วงท่าลื่นไหล ต่อเนื่อง ไม่ติดขัด”
“การตอบสนองรวดเร็วขึ้นตามสัญชาตญาณ!”
ทันใดนั้น เขาเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน ปลายหอกพลิกกลับ กวาดเฉียงขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการโจมตีจากมุมใด
“สามารถอ่านจังหวะคู่ต่อสู้ได้เบื้องต้น!”
เสียงลมดังต่อเนื่อง ทุกการเคลื่อนไหวไร้รอยต่อ นักเรียนจำนวนมากเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงตามจังหวะที่เร่งขึ้นอย่างไม่รู้ตัว หอกของหลานฟงดูราวกับมีชีวิต มันหมุน มันพุ่ง มันถอย มันเปลี่ยนทิศทางด้วยความลื่นไหลที่เกินกว่าจะอธิบายด้วยคำว่าพื้นฐาน
“ในระดับหอกประสานกาย.. หอกเริ่มมีชีวิตในมือผู้ใช้!”
เขาหยุดลงอย่างฉับพลัน ปลายหอกชี้ตรงไปข้างหน้าอย่างนิ่งสนิท
บรรยากาศเงียบกริบ
นักเรียนหลายคนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บางคนถึงกับรู้สึกว่าหัวใจตนเองถูกแรงกดดันที่มองไม่เห็นบีบรัด
เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นในวันนี้ แตกต่างจากการฝึกฝนภายในสถาบันนักล่ามังกรพื้นฐานที่จากมาอย่างสิ้นเชิง ที่นั่นพวกเขาเพียงเรียนรู้การเคลื่อนไหวเป็นชุดท่า เรียนรู้ตำรา เรียนรู้การออกแรง แต่ที่นี่คือการทำให้หอกกลายเป็นร่างกาย คือการปล่อยให้สัญชาตญาณนำทาง
ทว่าท่ามกลางความสั่นสะเทือนนั้น กลับมีเพียงผู้เดียวที่เผยรอยยิ้มบางที่มุมปาก
หวงเยี่ย
ชายหนุ่มจ้องมองการเคลื่อนไหวของหลานฟงด้วยสายตาสงบนิ่ง เพราะภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่สิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย
“นี่ระบบ.. ข้าก็สามารถทำแบบนี้ได้ใช่ไหมนะ?”
น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความมั่นใจ
เพียงครู่เดียว เสียงหวานใสของระบบกลืนกินมังกรก็ดังตอบกลับ
【ถูกต้องแล้วค่ะโฮสต์!】
【ถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวจะแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่โฮสต์สามารถเข้าถึงระดับหอกประสานกายได้ตั้งแต่เมื่อปีก่อนแล้ว】
【หมายความว่าในชั้นเรียนของสถาบันหอกเทพอสูรนี้ โฮสต์ไม่จำเป็นต้องศึกษาหรือร่ำเรียนสิ่งใดเพิ่มเติมอีกต่อไป】
【เพราะถึงอย่างไร โฮสต์ก็มีพรสวรรค์ในเรื่องการใช้อาวุธที่สุดยอดมากที่สุดเลยละ】
รอยยิ้มที่มุมปากเด่นชัดขึ้นอีกเล็กน้อย สายตาของหวงเยี่ยหันกลับไปยังหลานฟงที่ยังคงถือหอกยืนอยู่กลางห้อง
ต่อให้ระบบกลืนกินมังกรจะยืนยันว่าตนเองได้ก้าวข้ามระดับนี้มาแล้วก็ตาม แต่หวงเยี่ยมิได้มีท่าทีดูแคลนสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขารู้ดีว่าการได้เห็นการเคลื่อนไหวของผู้ที่ผ่านการหลอมรวมกายกับอาวุธอย่างสมบูรณ์ ย่อมมีคุณค่าในตัวมันเองอย่างแน่นอน