พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 7 กำเนิดใหม่เป็นนักล่ามังกร
หวงเยี่ยรับฟังด้วยท่าทีอันสั่นสะท้าน หนักอึ้งคล้ายแรงกดทับจากบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินจะจินตนาการได้
ในชั่วขณะนั้นเอง เขาเริ่มตระหนักอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ตรงหน้า มันมิใช่เพียงภาพลวงตาธรรมดาที่เกิดจากจิตใต้สำนึก หากเป็นการเผชิญหน้ากับตัวตนที่มีอยู่จริงในระดับใดระดับหนึ่ง ระดับที่เหนือกว่าความเข้าใจของมนุษย์วัยเยาว์อย่างเขา
ความหนาวเย็นแผ่ซ่านผ่านสันหลัง จนชายหนุ่มไม่อาจกลั้นความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป เขาเงยหน้าขึ้นตะโกนถามด้วยเสียงสั่นพร่า
“มอบพลังให้ข้างั้นเหรอ”
“ตัวตนของท่านเป็นใคร!”
“ท่านเป็นตัวตนที่ทรงพลังอำนาจใด แล้วเหตุใดถึงต้องให้ข้าไปไล่ล่าท่านด้วย!”
คำถามหลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำที่พังทลายเขื่อนแห่งความกลัว
“อย่าบอกนะว่าท่านเองก็เป็นเผ่าพันธุ์มังกรน่ะ?!”
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะลั่นก็ดังสะท้อนขึ้น ก้องกังวานราวกับคลื่นกระแทกผืนฟ้า ห้วงว่างเปล่าสั่นไหวสะท้อนรับอารมณ์ขันของผู้ส่งเสียง
“ข้าน่ะเหรอมังกร… ฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะยังคงต่อเนื่อง เหมือนกับคำถามนั้นช่างน่าขันเสียจนไม่อาจควบคุมตนเองได้
“ช่างมันเถอะ ใช้อำนาจที่ข้ามอบให้ดีๆละกัน”
“แล้วสักวันนึง.. พวกเราทั้งสองคงได้พบเจอกันที่สุดปลายทางของมหาจักรวาลอันกว้างใหญ่!”
ถ้อยคำสุดท้ายดังก้องยาวนาน ราวกับถูกสลักไว้ในอากาศก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป
ทันทีที่เสียงนั้นดับสูญ
หวงเยี่ยก็พลันลืมตาตื่นขึ้นอย่างฉับพลัน ร่างของเขาลุกพรวดขึ้นจากเตียงนอนราวกับถูกกระชากกลับสู่โลกแห่งความจริง นัยน์ตาเบิกกว้าง หยาดเหงื่อไหลรินเต็มใบหน้า ลมหายใจหอบถี่ราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งหนีบางสิ่งที่มองไม่เห็น
“มะ.. มะ.. มะกี้มัน..”
“เป็นความฝันจริงๆน่ะเหรอ?!”
“ทำไมมันถึงได้สมจริงเช่นนี้!”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ พลางยกมือแตะอกตนเอง หัวใจยังคงเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา
“ไม่ใช่สิ เหมือนรู้สึกว่า…”
คำพูดหยุดชะงักกลางคัน เขาไม่อาจอธิบายความรู้สึกนั้นได้
มันไม่ใช่เพียงความตกใจ หากเป็นแรงกดดันลึกลับที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
หัวใจบีบรัดแน่น ประหนึ่งเพิ่งเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเกินบรรยาย
และในที่สุดเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ครบกำหนด
เมื่อมนุษย์มีอายุครบสิบเจ็ดปีบริสุทธิ์ ศักยภาพและรากฐานที่ถูกปิดผนึกอยู่ในส่วนลึกของร่างกายจะเริ่มเผยตัว
ทันใดนั้นกระแสพลังวิญญาณอันอบอุ่นก็ไหลผ่านช่องทางแห่งโลหิตราวกับสายธารที่ปลุกชีวิต หยดเลือดทุกอณูเปล่งประกายเรืองรอง ร่างของหวงเยี่ยสว่างไสวด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง ความร้อนอุ่นแผ่ซ่านจากภายใน ทำให้เขาครางออกมาโดยไม่รู้ตัว
ภาพต่างๆปรากฏขึ้นภายในห้วงสมอง มองเห็นโครงสร้างภายในร่างกาย เส้นสายพลังถักทอกันอย่างซับซ้อน เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
“นี่คือ.. พลังวิญญาณ?”
ชายหนุ่มสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
ทั้งกล้ามเนื้อ ทั้งเส้นเอ็น ทั้งโลหิต และทั้งลมหายใจ ทุกสิ่งล้วนสอดประสานกันราวกับถูกจัดระเบียบใหม่
แต่ในไม่กี่อึดใจต่อมา กระแสพลังทั้งหมดกลับควบแน่นเข้าสู่หัวใจโดยตรง
กระแสพลังวิญญาณหลั่งไหลและถักทอรวมกัน กลายเป็นอำนาจของเจตจำนงแห่งพลังที่ชัดเจน
ภายในหัวใจ ได้ก่อกำเนิดเป็นวัตถุบางสิ่งที่มีกิ่งไม้เล็กๆขนาดเพียงนิ้วมือก่อรูปขึ้นอย่างช้าๆ มันมีสีเขียวอ่อนเรืองรอง เปล่งประกายเบาบางราวกับต้นกล้าที่เพิ่งผลิยอด รูปลักษณ์ของมันสลักอยู่ในหัวใจ เสมือนเป็นรากฐานใหม่ที่หยั่งรากลงในส่วนลึกที่สุดของชีวิต
ทำให้หวงเยี่ยชะงักค้าง
“เจตจำนงธาตุพฤกษา..”
ท่าทางของเขาคล้ายไม่แน่ใจในสิ่งที่เห็น จ้องมองภาพสะท้อนภายในนั้นอย่างเงียบงัน
กิ่งไม้เล็กๆดูบอบบาง เปราะบาง และไร้ความน่าเกรงขาม
“แถมรูปลักษณ์ก็ดูอ่อนแอมาก หรือว่าจะเป็นแค่เจตจำนงระดับต่ำ?”
คำถามนั้นลอยอยู่ในความคิด ความรู้สึกผิดหวังแทรกซึมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เหลือเพียงลมหายใจกับความเงียบที่กลับคืนมา
จนใบหน้าของชายหนุ่มพลันบิดเบี้ยวขึ้นในทันที กล้ามเนื้อบนแก้มกระตุกเกร็งราวกับถูกแรงกดทับจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าภายในส่วนลึกของจิตวิญญาณนั้น เจตจำนงธาตุพฤกษาที่เพิ่งตื่นขึ้นกลับเบาบางเสียจนแทบไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นพลังอำนาจ มันเหมือนเถาวัลย์อ่อนนุ่มที่เพิ่งแตกยอดท่ามกลางลมหนาว มิใช่ต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกลงสู่ผืนดิน
ความรู้สึกนั้นชัดเจนจนไม่ต้องมีผู้ใดอธิบาย
หวงเยี่ยรับรู้ได้ด้วยตนเองว่าเจตจำนงของเขาอยู่ในระดับต่ำที่สุด เป็นเพียงเศษเสี้ยวของศักยภาพที่ไม่อาจเทียบเคียงกับผู้มีพรสวรรค์แท้จริงได้เลย รากฐานที่ควรจะแข็งแกร่งกลับพรุนเปราะราวกับดินทราย
ต่อให้มีทรัพยากรมากล้นเพียงใด ต่อให้ทุ่มเทฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตาย ผลลัพธ์ย่อมมีขีดจำกัดที่มิอาจทะลุผ่าน
นักล่ามังกรที่มีเพียงเจตจำนงระดับต่ำ ย่อมไปได้ไม่ไกลเกินขั้นหนึ่งหรือสอง นั่นคือเส้นแบ่งที่โลกนี้ขีดเขียนเอาไว้โดยไร้ความปรานี ราวกับโชคชะตาได้กำหนดเส้นทางไว้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด และใครจะต้องหยุดอยู่เพียงเชิงเขา
มันคือฝันร้ายของนักล่ามังกรรุ่นเยาว์ เป็นความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าคมเขี้ยวของอสูร เพราะมันทำลายความหวังตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น
ลมหายใจของหวงเยี่ยหนักอึ้ง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ ความรู้สึกเย็นเฉียบแผ่ซ่านจากกระดูกสันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย
ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยประกายมุ่งมั่นกลับหม่นหมองลงในพริบตา
“ฮะ..”
เสียงหัวเราะหลุดออกมาจากลำคอ ก่อนจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและขมขื่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นความสุข
มันคือรอยแย้มที่เต็มไปด้วยการเย้ยหยันตนเอง ความสิ้นหวังปะปนกับความโกรธเกรี้ยวที่ไร้ที่ระบาย
“กวาดล้างเผ่าพันธุ์มังกรบ้าบออะไร”
“สังหารไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกรบ้าบออะไร”
“ข้ามีพลังเพียงแค่นี้.. มันไม่มีโอกาส!”
คำพูดยังไม่ทันจบประโยคดี ทันใดนั้นแสงสีฟ้าครามพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างฉับพลัน ราวกับม่านอากาศถูกฉีกเปิดออกเผยให้เห็นอีกมิติหนึ่ง หน้าต่างบางอย่างลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ เป็นภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงที่เปล่งประกายอ่อนโยน
เส้นสายบนพื้นผิวส่องแสงเหมือนสายน้ำที่ไหลเวียนอย่างมีจังหวะ
【เชื่อมต่อร่างวิญญาณเข้ากับระบบกลืนกินมังกร】
ขณะเดียวกัน เสียงลึกลับก็ได้ดังก้องขึ้นภายในศีรษะของเขาโดยตรง
【ท่านจะรับของรางวัลเริ่มต้นเลยหรือไม่เจ้าคะ?】
หัวใจของหวงเยี่ยแทบจะหยุดเต้นในชั่ววินาทีนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างไม่อาจควบคุม
ความหม่นหมองที่เคยปกคลุมพลันถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความตกตะลึง ตัวของเขาได้แต่จ้องมองภาพโฮโลแกรมลึกลับตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา ราวกับกลัวว่าหากหลับตาลงไปเพียงเสี้ยววินาที ภาพทั้งหมดมันจะสลายหายไปเหมือนดั่งภาพลวงตา
“นะ.. นี่มัน.. หรือว่านี่คือสิ่งที่น้ำเสียงลึกลับเคยเอ่ยถึงก่อนหน้านี้?!”
ท่าทางของเขาแสดงออกมาด้วยความไม่แน่ใจ
ขณะที่สมองก็พยายามประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ทว่าต่อให้จะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าระบบกลืนกินมังกรคืออะไร และไม่รู้ว่ารางวัลเริ่มต้นจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้เพียงใด แต่เพียงการปรากฏตัวของระบบ มันก็เพียงพอแล้วที่จะฉีกกระชากกำแพงแห่งชะตากรรมที่เคยปิดกั้นเส้นทางของเขา
ความลังเลเพียงเสี้ยววินาทีถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น มุมปากของเขายกขึ้น
“รับของรางวัลเริ่มต้น!”