พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่100 ตรวจสอบโอสถ
บทที่100 ตรวจสอบโอสถ
วันนี้ทุกคนตั้งใจจะฉีกหน้านางให้ร่วงหลุดลงมากองกับพื้น แล้วเหยียบย่ำอยู่ซ้ำๆเป็นแน่แท้กระมัง!
แต่ความคั่งแค้นคำรบนี้ นางกลับทำได้เพียงฝืนกล้ำกลืนกลับลงไปทั้งสิ้น!
นั่นเพราะการตรวจค้นเรือนครานี้ นางไม่มีหนทางที่จะปฏิเสธได้เลย และหากเอ่ยคำว่า “ไม่” ออกมาเพียงคำเดียว ย่อมเท่ากับเผยพิรุธออกมาประหนึ่งโจรใจฝ่อ!
เมิ่งชินรุ่ยเอ่ยเสียงทุ้มหนัก
“ฮูหยิน เรื่องตรวจค้นเรือนนี้ เจ้ามีความเห็นเช่นใด?”
ฮูหยินเมิ่งยกสองมือขึ้นกุมหน้าผาก ก่อนจะคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น เสียงนั้นเจือแววอาดูรของผู้ถูกต้อนจนสุดทาง
“ข้าเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา มิได้มีสิ่งใดปิดบังผู้คน! หากการตรวจค้นเพียงคราเดียวนี้จะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้าได้ เช่นนั้นข้าก็ขอฟังคำสั่งจากท่านพี่ทุกประการ”
นับตั้งแต่เมิ่งชินรุ่ยย่างเท้าก้าวเข้าสู่เรือนมา คิ้วทั้งสองก็มุ่นขมวดแน่นมิเคยคลาย ครั้นได้ฟังถ้อยคำของฮูหยินเมิ่งที่แสดงถึงความรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีเพียงนี้ สีหน้าของเขาจึงค่อยผ่อนลงได้บ้าง ในที่สุดก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเอ่ยสั่งการเสียงกร้าวว่า
“ไปจัดค้นให้ทั่ว จำไว้ว่าอย่าให้ข้าวของภายในเรือนเสียหายอย่างเด็ดขาด”
นับว่าไว้หน้าและให้เกียรติฮูหยินเมิ่งอย่างเต็มที่แล้ว
การตรวจค้นดำเนินไปได้ไม่นาน พ่อบ้านก็กลับมาพร้อมห่อผ้าต้องสงสัยห่อหนึ่ง เมิ่งชินรุ่ยใช้สายตาส่งสัญญาณให้กับเมิ่งซีโจว
ในที่นั้น นางเป็นเพียงผู้เดียวที่พอจะเข้าใจวิชาแพทย์อยู่บ้าง ภารกิจนี้จึงต้องเป็นหน้าที่ของนาง นางยื่นมือออกไปรับห่อผ้านั้นมาแล้วคลี่เปิดดู ปรากฏว่าข้างในมีผงยาสีน้ำตาลเข้ม
“นี่…” นางเพ่งพินิจมองอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าพลันหม่นลงอย่างชัดเจน ก่อนจะทอดถอนใจออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างจำใจ “ลูกเรียนวิชาแพทย์มามิได้ลึกซึ้งนัก จึงไม่กล้าด่วนตัดสินส่งเดช รู้เพียงว่าในนี้มียาหลายชนิดที่ฤทธิ์ต้านขัดกัน หากกินร่วมกันย่อมจะก่อพิษร้ายแรง แต่เพราะปริมาณที่ใส่ลงไปยังมีไม่มาก จึงยังไม่ถึงขั้นปลิดชีพผู้ที่ได้รับยาในทันทีเจ้าค่ะ”
เมิ่งชินรุ่ยแค่นเสียงเย็นชาอย่างหนักหน่วงคราหนึ่ง ความไม่พอใจในตัวฮูหยินเมิ่งที่เพิ่งจะบรรเทาลงบ้าง บัดนี้กลับพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดอีกครา เขารู้สึกผิดหวังอย่างที่สุด จึงได้เอ่ยเสียงเข้มว่า
“บัดนี้ทั้งพยานบุคคลและหลักฐานล้วนมีพร้อมแล้ว เจ้ายังมีอันใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่?”
แม้ฮูหยินเมิ่งจะคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าเรื่องราวย่อมต้องลงเอยเช่นนี้ แต่เมื่อได้เห็นกับตาตนเองว่า หลักฐานนั้นถูกค้นพบในห้องของตนจริงๆ อีกทั้งยังได้ยินเมิ่งซีโจวเอ่ยอธิบายถึงผลของยา นางก็ยังสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งที่พุ่งวาบขึ้นสู่กระหม่อม
นังหญิงสารเลวแซ่หลิวผู้นี้ แท้จริงแล้วแอบซุกห่อโอสถนี้ไว้ในห้องของนางตั้งแต่เมื่อใดกัน?
แล้วยาพิษนี่…นางไปเอามาจากที่ใด?
เพียงปรายตามอง ฮูหยินเมิ่งก็รู้ได้ในทันทีว่า ปริมาณของยาภายในห่อนั้น มากพอที่จะให้นางใช้ได้ถึงสิบครั้งทีเดียว!
เพื่อความรอบคอบ ทุกครั้งที่นางลงมือจึงได้ให้คนปรุงยามาเพียงน้อยนิดเท่านั้น ของสิ่งนี้ย่อมมิใช่ส่วนที่นางหลงเหลือทิ้งไว้เป็นแน่!
“ท่านพี่!”
ภายในดวงตาของฮูหยินเมิ่งมีทั้งความรู้สึกไม่ยอมรับและความลังเลดิ้นรนฉายวาบผ่าน“วิชาแพทย์ของซีโจวยังมีเพียงผิวเผินเท่านั้น ขอท่านพี่ได้โปรดเชิญท่านหมอจากหอหวนชุนมาตรวจดูสักคราด้วยเถิด”
นางฝากความหวังสุดท้ายไว้กับหมอที่กำลังจะถูกเชิญมา หากหมอที่มานั้นบังเอิญเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับนางอย่างดี เช่นนั้นยังนับว่าพอมีโอกาสรอดอยู่เสี้ยวหนึ่งบ้าง
เมิ่งชินรุ่ยเห็นชอบกับข้อเสนอนี้ ครั้นกำลังจะเอ่ยปากออกคำสั่ง เมิ่งซีโจวก็พลันกล่าวเสริมขึ้นว่า
“เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลายฝ่ายนัก อย่างไรก็ต้องเชิญหมอมาให้มากกว่านี้อีกสักหน่อยเถิด”
บ่าวไพร่รับคำ แล้วไปเชิญหมอหอหวนชุนที่ว่างอยู่มาถึงห้าคน
ในนั้นมีหมอโจวผู้ซึ่งคุ้นเคยกับฮูหยินเมิ่งอยู่ด้วย!
เมื่อฮูหยินเมิ่งเห็นเขา ก็ราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ซุงท่อนหนึ่ง ความมั่นอกมั่นใจพลันกลับคืนมาในชั่วพริบตา
นางส่งสายตาให้หมอโจวอย่างแนบเนียนไร้พิรุธ อีกฝ่ายย่อมเข้าใจความหมายได้อย่างฉับพลัน
หมอโจวยกมือขึ้นลูบหนวดพลางเอ่ยว่า
“ห่อยาอยู่ที่ใด ให้ข้าน้อยตรวจดูก่อนเถิด”
เขาเป็นหนึ่งในหมออาวุโสที่สุดของหอหวนชุน เหตุนี้ หากเขาว่ายานี้เป็นเช่นใด ย่อมต้องเป็นตามนั้น หรือต่อให้เขากล่าวผิดไป หมอที่เหลืออีกสี่คนย่อมมิกล้าหักหน้าหรือโต้แย้งเขาต่อหน้าผู้คนภายนอกแน่
เมิ่งซีโจวยกถุงยาในมือส่ายไปมาเบาๆ พร้อมเอ่ยตอบไปว่า
“อยู่ที่ข้า”
หมอโจวเพิ่งจะยื่นมือออกไปรับห่อยา แต่เมิ่งซีโจวกลับชักแขนหลบเสียก่อน พลางยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า
“ในเมื่อเชิญหมอมาถึงห้าท่าน เช่นนั้นก็ให้ทุกท่านช่วยกันตรวจดูเถิด”
ฮูหยินเมิ่งพลันใจหายวาบ ครั้นแล้วก็พอจะคาดเดาแผนการของเมิ่งซีโจวออก จึงรีบเอ่ยปากขึ้นทันใด
“ซีโจว อย่าก่อเรื่องเลย รีบส่งห่อยาให้ท่านหมอเร็วเข้า!”
เมิ่งซีโจวส่ายหน้า
“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความบริสุทธิ์ของท่านแม่ การระมัดระวังมากหน่อยจึงไม่นับว่าเกินไป เช่นนี้เถิด ขอรบกวนให้พาท่านหมอทั้งห้าแยกไปอยู่ตามที่ต่างๆ มิให้พบเห็นกัน ไม่ได้ยินเสียงกันและกัน แล้วข้าจะจัดแบ่งผงยาให้พวกท่านทั้งห้าคนตรวจสอบ และให้เขียนผลการตรวจลงไปบนกระดาษแล้วส่งคืนให้แก่ข้า”
ทันทีที่ข้อเสนอนี้หลุดออกมา สีหน้าของหมอโจวก็พลันหม่นดำลงฉับพลัน!
เขาเป็นหมอมานานหลายสิบปี เคยถูกผู้ใดระแวงและตั้งข้อกังขาถึงเพียงนี้เมื่อใดกัน?
นี่มิต่างจากการจับเขาไปวางให้เสมอกับหมอสามัญทั่วไปอย่างชัดแจ้ง และมิต่างอันใดจากการทำให้เขาต้องขายหน้าในที่สาธารณะ!
“เหลวไหล!” หมอโจวเดือดดาลจนหน้าถอดสี เคราขาวที่ปลายคางสั่นระริกด้วยความเดือดดาล
“คุณหนูเมิ่ง! พวกเรามีหน้าที่แขวนหม้อช่วยชีวิตผู้คน ทุกลมหายใจล้วนมีค่า คนเจ็บไข้จำนวนมากกำลังรอให้พวกเรากลับไปช่วยรักษา วันนี้ที่พวกเรามาตามคำเชิญพร้อมกันได้ ก็นับว่าเป็นกรณีพิเศษยิ่งแล้ว แต่เจ้ากลับจะให้พวกเรามานั่งเล่นกลอุบาย ราวกับเด็กน้อยเล่นขายของเช่นนี้อีกรึ?! ช่างไร้สาระสิ้นดี! เจ้ามองเห็นชีวิตผู้คนเป็นเรื่องล้อเล่นหรืออย่างไร?!”
หมวกใบใหญ่ที่เขาโยนใส่มานั้น ทั้งใหญ่ ทั้งหนักอึ้งยิ่งนัก
ฮูหยินเมิ่งรีบฉวยโอกาสนั้นไว้ได้ทันควัน พลันเอ่ยตำหนิเมิ่งซีโจวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนจะพยายามยกเรื่องคุณธรรมความถูกต้องมากดข่มนางให้สิ้นท่า
“ซีโจว เจ้าอย่าได้ก่อความวุ่นวายนัก! เวลาของท่านหมอโจวและท่านหมออื่นๆล้วนมีค่าเพียงใด ขืนเจ้ายังมัวถ่วงเวลาอยู่เช่นนี้ จะมิทำให้การรักษาผู้ป่วยรายอื่นล่าช้าหรอกรึ การกระทำเช่นนี้จะต่างอันใดจากากรฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเล่า…?! ความรับผิดชอบใหญ่หลวงนี้ เจ้าจะแบกรับได้ไหวรึ?! ยังไม่รีบส่งห่อยาให้ท่านหมอโจวอีก!”
ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของฮูหยินเมิ่งล้วนดุดันรุนแรง ประหนึ่งว่าเมิ่งซีโจวได้กลายเป็นคนชั่วช้าสามานย์อย่างที่สุดไปแล้ว