พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่134 ทำลายทุกอย่างด้วยมือตัวเอง (2)
บทที่134 ทำลายทุกอย่างด้วยมือตัวเอง (2)
เมิ่งซีโจวที่พันกายด้วยผ้าห่ม ล้มกลิ้งตกลงจากเตียงไปอย่างทุลักทุเล หัวใจเต้นระรัวรุนแรงจนแทบกระโจนออกจากลำคอ! นางไม่อาจสนใจความเจ็บปวดจากการกลิ้งตกจากเตียงได้ ครั้นกระเสือกกระสนหลุดออกจากผ้าห่มมาได้ ก็ขบคิดกับตัวเองว่าควรสงบนิ่งรอดูท่าทีก่อนดี หรือจะพุ่งหนีออกไปจากประตูเสียเดี๋ยวนี้
ยามนี้ใกล้จะพลบค่ำแล้ว อาศัยแสงสลัวเลือนรางนอกหน้าต่างที่ลอดผ่านเข้ามา นางจึงสบเข้ากับดวงคุ้นเคยคู่นั้น
บุรุษสวมหน้ากากที่กำลังประมืออยู่กับลั่วกู่นั้น… คือฉู่เซียว ครั้นเห็นใบหน้าของเมิ่งซีโจวเข้า ร่างกายของเขาก็พลันแข็งค้างขึ้นในชั่วขณะ!
ยอดฝีมือปะทะกัน แพ้ชนะมักตัดสินกันเพียงเสี้ยวอึดใจ
ฉู่เซียวเพียงลังเลไปชั่วขณะ ย่อมเพียงพอให้ลั่วกู่คว้าชัยในกระบวนนี้ไว้ได้แล้ว
ลั่วกู่ใช้กริชสั้นจ่อคอฉู่เซียวแล้วมัดตัวเขาไว้ ทว่าฉู่เซียวกลับไร้ท่าทีใดๆ ทำประหนึ่งว่าชีวิตตนมิได้ตกอยู่ในกำมือผู้อื่นเลยสักนิด เขายังคงจ้องมองเมิ่งซีโจวด้วยความตกตะลึงไม่วางตา
“เจ้าคนสารเลว!” ลั่วกู่คำรามเสียงกร้าว ยกเท้าขึ้นหมายจะถีบเข้าใส่กลางอกของฉู่เซียวแรงๆอีกสักครา!
ลั่วกู่ถูกเจ้าตัวบัดซบนี่ทำให้ขวัญกระเจิงจนแทบหลุดจากร่าง แม่นางเมิ่งเกือบต้องมาตายต่อหน้าต่อตาเขาแล้วเชียว!
“หยุดมือ! ลั่วกู่!” เสียงของเมิ่งซีโจวตวาดดังขึ้นอย่างร้อนรน
เท้าข้างนั้นของลั่วกู่ที่ยกสูงขึ้นพลันชะงักค้างอยู่กลางอากาศอย่างไม่เต็มใจ เขาหันขวับกลับไปมองเมิ่งซีโจวอย่างไม่ไม่เข้าใจนัก
ทว่ากลับเห็นนางลุกขึ้นจากพื้นแล้ว ดวงตาทั้งสองพลันแดงก่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว นางจ้องเขม็งมองฉู่เซียวที่ถูกมัดอยู่บนพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“คุณชายฉู่… เหตุใดต้องคิดสังหารข้าด้วยเล่า?”
“เคร้ง”
กริชในมือพลันร่วงหล่นลงกระทบพื้น เรี่ยวแรงดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของฉู่เซียวพลันสูญสลายไปสิ้น ยามนี้เขามิต่างอันใดจากรูปสลักหิน นอนแข็งทื่อแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“เหตุใด…จึงเป็นเจ้า?”
เขาพึมพำกับตัวเอง เพียงรู้สึกประหนึ่งตนกำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน เขามาเพื่อกำจัดภัยใหญ่ในใจให้หญิงอันเป็นที่รัก ทว่ากลับเกือบลงมือสังหารหญิงในดวงใจด้วยมือตนเองเสียแล้ว
ส่วนลั่วกู่กลับรู้สึกว่ามีไอเย็นสายหนึ่งพุ่งจากฝ่าเท้าทะลวงขึ้นสู่กระหม่อม หนังศีรษะชาวาบเป็นระลอก!
เขาถลึงตาจ้องมองมือสังหารสวมหน้ากากที่นอนกองกับพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แล้วหันไปมองเมิ่งซีโจวที่น้ำตาคลอราวกับใกล้จะร่ำไห้ หัวสมองพลันยุ่งเหยิงดุจหม้อแป้งเปียกร้อนระอุที่ถูกคนกวนจนเละเทะ!
ฉู่เซียวรึ? เป็นฉู่เซียวผู้นั้นเองรึ!
ฉู่เซียวที่คล้ายจะเป็นคนรักของแม่นางเมิ่งผู้นั้นรึ?!
องค์รัชทายาทเอ๋ย! ลั่วกู่ได้แต่ร่ำร้องตะโกนไร้เสียงอยู่ภายในใจ – พระองค์ทรงทราบเรื่องนี้หรือไม่? โลกใบนี้ช่างกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว! เรื่องที่แม่นางเมิ่งหมายตาของต่ำตมไม่เข้าท่าก็ช่างเถิด แต่ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่า บุรุษไม่เอาไหนคนนี้ แท้จริงกลับเหี้ยมโหด ซ้ำยังอกตัญญูถึงขั้นคิดจะสังหารสตรีผู้มีบุญคุณอีกด้วย! นี่… นี่พระองค์ยังจะทรงทนได้อีกหรือ?
เมื่อเห็นฉู่เซียวมีสีหน้าตะลึงงันราวกับฟ้าถล่มดินทลายเช่นนั้น ภายในใจของเมิ่งซีโจว ก็แทบจะระเบิดเสียงหัวเราะกึกก้องสะเทือนฟ้าสะท้านดินออกมาเสียให้ได้!
ช่างน่าสนุกเสียจริง!
เรื่องราวในเวลานี้ ช่างน่าสนุกเสียจนข้าเนื้อเต้นไปหมดแล้ว!
เมิ่งหนานอี้หนอ…เมิ่งหนานอี้ เจ้าต้องโง่เขลาเพียงใดกัน? นี่เจ้าใจร้อนจนทนรอไม่ไหวถึงเพียงนี้เชียวรึ?
ฉู่เซียวที่เปรียบดั่งมีดในมือของเจ้าเล่มนี้ เจ้ายังมิทันได้ลับคมให้ดีเสียด้วยซ้ำ ก็ถึงกับทนไม่ไหวรีบร้อนหยิบมาฟันกระดูกท่อนที่แข็งที่สุดอย่างนางแล้วรึ? หากมิทำให้มีดเล่มนี้หักสะบั้นเป็นสองท่อนคามือ ย่อมต้องถือว่าวันนี้นาง-เมิ่งซีโจวอารมณ์ดีนัก อยากจะเก็บมันผู้นี้เอาไว้เล่นสนุกกับเจ้าอีกสักหลายกระดานแล้ว!
เช่นนั้นตอนนี้… ก็เริ่มการละเล่นกันเถิด
หยาดน้ำตาของเมิ่งซีโจวร่วงหล่นลงมาดุจไข่มุกขาดสาย ทว่านางกลับไม่ยกมือขึ้นปาดเช็ด เพียงทอดสายตาล้ำลึกจ้องมองฉู่เซียวแน่นิ่ง
“เดิมทีข้าคิดว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้ง เจ้าคงจะขานเรียกชื่อของข้าออกมา หรือบางที… อาจจะดีกว่านั้น… อย่างเช่นการมาสู่ขอข้าด้วยซ้ำ…” นางแย้มยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกรันทด “แต่คิดไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่ข้าได้รับ…กลับเป็นคมมีดที่เจ้าห้ำหั่นเข้าใส่ข้าแทน…”
ถ้อยวาจาที่เปี่ยมด้วยความจริงใจและความอาวรณ์นี้ ประหนึ่งกริชคมกริบที่สุดเล่มหนึ่ง ทิ่มแทงทะลุเข้ากลางใจของฉู่เซียวอย่างโหดร้าย!
ร่างของเขาสั่นสะท้านรุนแรง ลำคอส่งเสียงสะอื้นครางออกมาคำหนึ่ง ราวกับสัตว์ร้ายที่จวนเจียนจะสิ้นลมหายใจ
เมิ่งซีโจวย่อตัวลงช้าๆ เก็บกริชเล่มนั้นที่เกือบจะพรากชีวิตตนขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่เซียว แล้วยัดกริชกลับเข้าไปในมือของเขาดังเดิม หยาดน้ำตายังคงไหลรินลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ
“ช่างเถิด หากได้ตายในมือของเจ้า ให้เจ้าได้สมปรารถนาแล้ว ข้า… ก็นับว่ายินดีเช่นกัน…”
จากนั้น ภายใต้สายตาตื่นตระหนกแทบสิ้นสติของลั่วกู่ และม่านตาของฉู่เซียวที่หดรัดลงอย่างฉับพลัน เมิ่งซีโจวก็ยื่นมือออกไปคว้าข้อมือข้างที่กำกริชของฉู่เซียวไว้!
ร่างของนาง… ถึงกับเป็นฝ่ายโน้มเข้าหาคมมีดนั้นเสียเอง!
“ไม่! อย่า!” ฉู่เซียวแผดเสียงคำรามก้อง หัวใจของเขาประหนึ่งถูกฉีกกระชากอย่างแรง!
เขาอยากจะดิ้นรน อยากจะสะบัดกริชในมือทิ้งไป อยากจะผลักร่างนางออกไป! ทว่าเชือกที่มัดร่างเขาไว้นั้นช่างแน่นหนายิ่งนัก เขาไม่อาจออกแรงได้เลยสักนิด!
เมื่อเห็นปลายมีดขยับเข้าใกล้แผงอกของเมิ่งซีโจวมากขึ้นทุกที เขาจึงทำได้เพียงเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี บิดกายถอยหลังไปอย่างไม่คิดชีวิต พยายามดึงระยะให้ห่างออกไปได้มากที่สุด!
ร่างที่ถูกมัดแน่นจนคล้ายบ๊ะจ่างกลิ้งหลุนๆไปกับพื้น ดูราวกับหนอนตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนด้วยความสิ้นหวัง ภาพอันน่าขันนั้นเกือบทำให้เมิ่งซีโจวหลุดหัวเราะออกมา
ส่วนลั่วกู่ที่ยืนอยู่ด้านข้าง บัดนี้ได้แข็งค้างกลายเป็นหินไปโดยสมบูรณ์แล้ว
เขาอ้าปากค้าง ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างราวระฆังทองแดง สมองว่างเปล่าขาวโพลน มีเพียงถ้อยคำของเมิ่งซีโจวที่ว่า “หากได้ตายด้วยมือเจ้า ข้าก็ยินดี” ดังก้องวนเวียนอยู่สองข้างหู ประหนึ่งสุ้มเสียงปีศาจที่เฝ้าพูดกรอกหูของเขาไม่หยุด
ความรู้สึกที่ว่า เหลืออีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น แต่กลับทำทุกอย่างพังทลายไม่เหลือซากเพราะความโง่เขลาของตัวเอง… ความรู้สึกเช่นนี้ ช่าง… ช่างทำให้เขารู้สึกแทบคลุ้มคลั่งเลยทีเดียว!