พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่164 ไม่เอาแล้ว! ข้าไม่อยากเป็นเมิ่งซีโจวแล้ว!!
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่164 ไม่เอาแล้ว! ข้าไม่อยากเป็นเมิ่งซีโจวแล้ว!!
บทที่164 ไม่เอาแล้ว! ข้าไม่อยากเป็นเมิ่งซีโจวแล้ว!!
คนที่มีความสามารถปลุกปั่นเจ้าคนโง่ไร้สมองอย่างจ้าวหังกับกวนจื่ออี้ได้พร้อมๆกัน ทั้งยังใช้ใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะมาวางหมากเดินเกมได้นั้น นอกจากมารร้ายตรงหน้าผู้นี้ ที่คืบคลานกลับขึ้นมาจากขุมนรกแล้ว ยังจะเป็นผู้ใดได้อีกเล่า?!
เมิ่งซีโจวเป่าลมเหนือขอบถ้วยชาเบาๆ
“ไม่ได้ยินท่านแม่เรียกข้าด้วยชื่อนี้มานานแล้วจริงๆ เพียงแต่… อะไรที่เป็นของข้า ย่อมต้องเป็นของข้าอยู่แล้วมิใช่รึ? ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ท่านแม่ก็ชอบเล่นปริศนาคำทายเช่นนี้?”
นางมิได้ประหลาดใจ ที่ฮูหยินเมิ่งสามารถคาดเดาว่าเป็นฝีมือของนางได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
ฮูหยินเมิ่งย่อมต้องรู้ทันวิธีการของนางดี และตัวนางเองก็มิได้คิดที่จะปิดบังเรื่องนี้กับนางจิ้งจอกเฒ่าตั้งแต่แรกแล้ว
สิ่งที่นางต้องการ หากใช่การหลบซ่อนอำพรางไม่ หากแต่เป็นการบีบคั้นให้พวกนางสองแม่ลูก ต้องเลือกบนทางตันไร้ทางรอดที่นางปูวางไว้ด้วยมือตนเอง
ฮูหยินเมิ่งจ้องมองท่าทีอวดดีเช่นนั้นของเมิ่งซีโจวแล้ว ก็แทบจะควบคุมตนเองไว้ไม่อยู่ นางอยากจะโถมเข้าไปฉีกกระชากหน้ากากสงบนิ่งจอมปลอมนั่นให้แหลกคามือ!
เรื่องนี้มิได้เกี่ยวพันเพียงอนาคตของเมิ่งหนานอี้เท่านั้น หากยังโยงถึงชื่อเสียงและเส้นทางในภายภาคหน้าของจวนจงหย่งโหวนี้ด้วย! หากเพราะชื่อเสียงของบุตรีนางต้องมัวหมอง จนถูกเชื้อพระวงศ์ถอนหมั้นจริงๆแล้ว จวนโหวแห่งนี้ย่อมต้องกลายเป็นตัวตลกของผู้คนทั้งเมืองหลวงแน่ และแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปอีกหลายชั่วอายุคน ก็อย่าได้หวังว่าจะสามารถเงยหน้าขึ้นได้อีกเลย!
“เจ้ายังจะเสแสร้งอยู่อีกทำไม?!” ฮูหยินเมิ่งก้าวพรวดเข้ามาสองก้าว ยื่นมือออกไปบีบคางของเมิ่งซีโจวอย่างแรง “ข้าขอถามเจ้า! นี่เจ้าคลุ้มคลั่งเสียสติถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงกับยอมให้หยกศิลาแหลกสลายไปพร้อมกัน ทำลายคุณค่าชื่อเสียงทั้งหมดของนาม ‘เมิ่งซีโจว’ ให้จบสิ้นไม่เหลือชิ้นดีเช่นนี้! แท้จริงแล้วจะมีประโยชน์อันใดต่อเจ้าเล่า?! หืม?!”
เมิ่งซีโจวรีบออกแรงคว้าข้อมือผู้เป็นมารดาไว้ทันที แล้วกดแนบลงบนโต๊ะ ก่อนจะสบสายตากับนางตรงๆ
“เหตุใดท่านแม่จึงยังชอบใช้ใจตนวัดใจผู้อื่นเช่นนี้อีกเล่า? สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ตรงหน้า ท่านเห็นว่ายากลำบากนักหนาที่จะคลี่คลาย แต่สำหรับข้าแล้ว จะแก้ไขนั้นช่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ”
แววตาของนางเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจคมมีด ค่อยๆกวาดผ่านใบหน้าซีดขาวของฮูหยินเมิ่ง
“เป็นอย่างไรบ้างเล่าท่านแม่? เรื่องยุ่งเหยิงกองนี้ที่แทบจะกดทับท่านจนแหลกสลาย รสชาติคงไม่เลวเลยกระมัง? ยามนี้นกเขาอย่างท่าน คงจะยอมคายรังนกสาลิกาที่ตนยึดครองออกมาได้แล้วกระมัง?”
ฮูหยินเมิ่งกัดกรามแน่นจนแทบแตก เหงือกแทบถูกขบจนมีเลือดไหลซึม! อกนางกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง ทว่ากลับไม่อาจเปล่งวาจาใดออกมาได้แม้สักคำ
คายออกมาอย่างนั้นหรือ? หากตอนนี้คายออกมา แล้วให้หนานอี้เป็นฝ่ายเข้าวังแทนเล่า?
นั่นจะยิ่งเป็นทางตายอย่างแท้จริง!
เมิ่งซีโจวเห็นนางไม่ตอบ จึงเบนสายตาไปทางเมิ่งหนานอี้ ที่ยามนี้ยืนเนื้อตัวสั่นเทิ้มอยู่ด้านข้าง สภาพของนางมิต่างจากใบไม้แห้งกลางสายลม
“ยังมีเจ้าอีกคน เมิ่งหนานอี้”
นางเอ่ยทีละวาจาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เจ้าจงใคร่ครวญให้ดี หากยังไม่ยอมไสหัวกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมของตนแต่โดยดีละก็… บางที ต่อจากนี้เจ้าอาจไม่มีโอกาสได้เป็น ‘เมิ่งหนานอี้’ อีกต่อไปแล้วก็ได้”
ครืน—
เสียงหนึ่งดังอื้ออึงอยู่ในหัว!
เมิ่งหนานอี้พลันรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามืดพร่าไปชั่วขณะ สองขาอ่อนยวบ แทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น!
คำพูดของเมิ่งซีโจวเมื่อครู่… หมายความเช่นใดกัน?!
ทว่ายามนี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างกำลังโจษจันว่า ‘เมิ่งซีโจว’ เป็นหญิงแพศยาเหลวไหล เที่ยวทำตัวยั่วยวนคุณชายเสเพลทั้งสองอย่างไร้ยางอาย! หากนางยังต้องแบกรับภายใต้ชื่อนี้ต่อไป เมื่อก้าวเท้าออกนอกจวนไป มิใช่ว่าต้องทนรับสายตาพร้อมกับนิ้วที่ชี้ใส่ ต้องถูกผู้คนนินทาลับหลัง เย้ยหยัน และถ่มถุยดูถูกหรอกรึ?!
บรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ครั้งหนึ่งเคยอิจฉาริษยานาง จะมองนางด้วยสายตาดูแคลนเหยียดหยามเพียงใดกัน?!
ไม่! นางไม่เอา! ต่อให้ต้องตาย นางก็ไม่มีวันยอมใช้ชีวิตเช่นนั้นแน่!
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องราวลุกลามมาถึงขั้นนี้แล้ว ชื่อ ‘เมิ่งซีโจว’ สามคำนี้ ย่อมหมดสิทธิ์จะได้ข้องเกี่ยวกับตำแหน่งพระชายาแห่งองค์รัชทายาทไปนานแล้ว แม้แต่มารดาของนางก็ยังอับจนปัญญาไร้หนทางแก้ไข…
ฐานะนี้ กลับกลายเป็นหมากที่ถูกทอดทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง ยามนี้กลายเป็นเผือกร้อนลวกมือลูกหนึ่ง!
นางพลันคว้าท่อนแขนของฮูหยินเมิ่งไว้แน่น ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายที่อาจช่วยชีวิตตนเองไว้ได้ น้ำตาไหลทะลักพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ท่านแม่ ลูกไม่อยากเป็น ‘เมิ่งซีโจว’ แล้ว! ให้ลูกเปลี่ยนสถานะกลับคืนดังเดิมเถิด ลูกขอร้องล่ะท่านแม่! ให้ลูกได้กลับไปเป็นเมิ่งหนานอี้เถิด! ตอนนี้เลย! เปลี่ยนกลับให้ลูกเดี๋ยวนี้ท่านแม่!!”
ฮูหยินเมิ่งถูกนางเขย่าแขนจนจิตใจยิ่งสับสนว้าวุ่น ข้อมือก็ถูกอีกฝ่ายบีบกำจนเจ็บแปลบ นางจำต้องฝืนเอ่ยวาจาปลอบประโลมเมิ่งหนานอี้ด้วยถ้อยคำอ่อนโยน
“หนานหนาน เจ้าใจเย็นก่อนเถิด! อย่าได้ไปฟังคำพูดเหลวไหลของนางเลย เรื่องราวยังมิได้ไปไกลถึงขั้นนั้นเสียหน่อย!”
ทว่าใจของนางเองก็คล้ายมีฟ้าดินห้ำหั่นกันอยู่ภายใน นางรู้สึกราวกับร่างถูกโยนลงไปในกระทะที่มีน้ำมันเดือดพล่าน แล้วจับทอดพลิกไปพลิกมาจนแทบไหม้เกรียมแล้ว!
สถานการณ์ในยามนี้ ช่างราวถูกบีบให้จนตรอกนัก ถอยก็ไม่ได้ จะรุกก็ไม่พ้น เบื้องซ้ายเบื้องขวาล้วนเป็นหน้าผาสูงชัน! แต่สิ่งเดียวที่นางแน่ใจก็คือ อีกเพียงสองวันให้หลัง ฐานะของ ‘เมิ่งหนานอี้’ จะต้องลำบากเสียยิ่งกว่าฐานะของ ‘เมิ่งซีโจว’ เป็นแน่!
หากเปลี่ยนกลับมาในตอนนี้ นั่นต่างหากจึงจะเป็นการรนหาที่ตายอย่างแท้จริง!
เปลี่ยนไม่ได้เด็ดขาด!
ทว่าเมิ่งหนานอี้ถูกความหวาดกลัวกลืนกินไปจนสิ้นแล้ว ภายในหัวเอาแต่ผุดภาพตนเองในภายภาคหน้า — ที่ต้องถูกผู้คนนับพันชี้นิ้วประณาม ถูกผู้คนนับหมื่นถ่มถุยสาปแช่ง ไหนเลยนางจะฟังคำปลอบประโลมของผู้เป็นมารดา เอาแต่ร่ำไห้วิงวอนขอกลับไปเป็นเมิ่งหนานอี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฮูหยินเมิ่งมองบุตรีที่บัดนี้สภาพจิตใจใกล้พังทลายเต็มทน แล้วจึงหันไปมองเมิ่งซีโจวที่ยังคงนั่งสงบนิ่ง ประหนึ่งผู้ถือเบ็ดรอปลากินเหยื่ออยู่ริมสระ พลันตระหนักชัดว่ามิอาจรั้งอยู่ต่อได้อีกแล้ว
หากยังขืนอยู่ที่นี่ต่อไป เกรงว่าหนานอี้คงจะต้องแตกสลายแล้วจริงๆ ส่วนตัวนางเองก็อาจถูกบีบคั้นจนสิ้นสติ ขาดความยั้งคิดไปด้วยเช่นกัน
นางถลึงตาดุดันใส่เมิ่งซีโจว แววตาเย็นเยียบพลุ่งพล่าน แทบจะแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดที่จับต้องได้!
ฮูหยินเมิ่งออกแรงฉุดเมิ่งหนานอี้ที่ยามนี้ร่างอ่อนระทวยเป็นกองโคลนขึ้นมา แล้วลากพาออกไปทางนอกประตู
เบื้องหลัง พลันมีเสียงของเมิ่งซีโจวเปล่งดังตามมา เสียงนั้นเจือรอยยิ้มบางๆ หากกลับเย็นเยียบประหนึ่งคำขาดครั้งสุดท้าย
“ความอดทนของข้ามีจำกัด อย่าให้ข้าต้องรอนานนักนะท่านแม่”
ฝีเท้าของฮูหยินเมิ่งพลันชะงักไปครู่หนึ่ง นางมิได้หันกลับไปมอง ทว่าแผ่นหลังที่ขึงตึงราวสายธนู กับหมัดที่กำแน่นขึ้นอย่างฉับพลัน กลับเปิดเผยให้เห็นถึงความเคียดแค้นและจิตสังหารท่วมท้นของนางจนหมดสิ้น!
วางใจเถิด… นังแพศยา! เวลาของเจ้าในจวนโหวแห่งนี้ เหลืออีกไม่นานแล้ว!