พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่169 ล่วงประเวณี? ฆ่าคนตาย?
บทที่169 ล่วงประเวณี? ฆ่าคนตาย?
อีกด้านหนึ่ง
เมิ่งหนานอี้รู้สึกเพียงว่าในหัวของตนว่างเปล่าขาวโพลน สับสนมึนงง เสียงอื้ออึงดังก้องอยู่ในหูไม่หยุด
เพราะหลายวันมานี้ นางต้องคอยหลบเลี่ยงหนีหน้าเมิ่งซีโจว ต้องทนอุดอู้อยู่แต่ในจวนโหวจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อมีเวลาว่าง จึงออกมาเดินเล่นเพื่อเป็นการพักใจและผ่อนคลายอารมณ์เท่านั้น บังเอิญว่าฉู่เซียวที่ทำท่าทางลับๆล่อๆ เป็นผู้เอ่ยบอกว่า ได้เตรียมเรื่องน่าประหลาดใจไว้ให้นางที่โรงเตี๊ยมจันทร์ล้อม นางจึงราวกับถูกผีผลักให้ตามเขาไปที่นั่น
แต่หลังจากนางก้าวเข้าไปในห้องพักนั้นแล้ว เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่นั้น ความทรงจำกลับว่างเปล่าเสียสิ้น! ประหนึ่งถูกผู้ใดสักคนมาลบความทรงจำของนางในช่วงเวลาทิ้งไป!
กระทั่งเมื่อได้สติกลับคืนมาอีกครา สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาของนางก็คือ ตนกับฉู่เซียวนั้นเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง พัวพันนัวเนียกันอยู่บนเตียง!
แล้วบานประตูก็ถูกผักให้เปิดอ้าออกกว้าง!
ด้านนอกมีผู้คนยืนห้อมล้อมซ้อนกันเป็นหลายสิบชั้นจนแน่นขนัด!
สายตาเหล่านั้นช่างน่าขยะแขยงประหนึ่งฝูงหนอนที่กำลังชอนไช และคืบคลานแน่นขนัดอยู่บนผิวกายของนาง พร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาและเสียงหัวเราะเยาะนับไม่ถ้วน ที่จงใจเสียงให้บาวราวกระซิบ แต่ทว่าทุกถ้อยคำกลับดังชัดเจนจนทะลุเข้าสองหูของนาง!
จบสิ้นแล้ว…
ทุกอย่างจบสิ้นแล้วจริงๆ!!
ก่อนหน้านี้ เรื่องอื้อฉาวระหว่างนางกับจ้าวหังและกวนจื่ออี้นั้น ยังพอผลักไสให้เป็นเพียงการพัวพันจากบุตรหลานเสเพลฝ่ายเดียว หรือไม่ก็เป็นข่าวลือไร้หลักฐานที่ผู้คนพากันพูดปากเปล่า ทั้งยังมีผู้ใหญ่จากสองจวนกันกดข่าวลือนี้ไว้
แต่ยามนี้เล่า!
ภายใต้สายตาคนกริบมากมายเช่นนี้ ภาพที่นางกับผู้ติดตามคนสนิทกำลังนอนร่วมเตียงเคียงหมอน ลอบเสพสังวาสกันอย่างผิดครรลอง ได้ถูกดวงตาจำนวนนับไม่ถ้วนพบเห็นเข้าอย่างชัดเจน!
ข่าวฉาวโฉ่เช่นนี้จะแพร่สะพัดออกไปรวดเร็วเพียงใด… นางแทบไม่กล้าคิดเลยด้วยซ้ำ!
นาง… ไม่สิ! ชื่อของ ‘เมิ่งซีโจว’ ต่างหาก นับแต่นี้ย่อมจะต้องพังพินาศยับเยินสิ้นแล้ว หมดโอกาสแม้เพียงเศษเสี้ยวที่จะได้แต่งเข้าสู่ตำหนักบูรพาแล้ว!
อย่าว่าแต่แต่งเข้าตำหนักบูรพาเลย เพียงแค่ต้องแบกชื่อเสียงเน่าเหม็นเช่นนี้ไว้บนบ่า ภายหน้าหากยังคิดจะยืนหยัดอยู่ในเมืองหลวงให้ได้ ก็ยังนับเป็นความเพ้อฝันของคนเขลาแล้ว!
เดิมทีเมิ่งซีโจวก็กำลังจะถูกมารดาจัดส่งตัวเข้าวังหลวงอยู่แล้ว สุดท้ายก็จะต้องตายอย่างน่าเวทนาอยู่ในวังหลวงอันลึกล้ำแห่งนั้น และไม่มีวันได้กลับออกมาปรากฏกายตรงหน้านางอีก!
ส่วนตัวนางนั้น อนาคตที่สว่างไสวรุ่งโรจน์ไร้ขอบเขตกำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า!
ทว่าบัดนี้ ทุกอย่างกลับพังทลายหมดสิ้นแล้ว!
นางไม่มีทางสลับกลับไปใช้ฐานะของเมิ่งหนานอี้ซึ่งเป็นตัวตนเดิมได้อีกต่อไปแล้ว และทำได้เพียง…ถูกตอกตรึงไว้กับชื่อ ‘เมิ่งซีโจว’ นี้ไปจนวันตาย!
เมิ่งหนานอี้กรีดร้องออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง มือทั้งสองข้างกระชากทึ้งเส้นผมของตนอย่างรุนแรง แรงเสียจนแทบจะดึงหนังศีรษะพร้อมรากผมให้หลุดติดมือออกมาด้วย!
กับดัก!
นี่ต้องเป็นกับดักอย่างแน่นอน!
นางจะต้องถูกใครบางคนวางแผนเล่นงานเข้าให้แล้วเป็นแน่!
นางพลันหมุนกายกลับมา ดวงตาทั้งสองแดงก่ำราวโลหิต คลุ้มคลั่งประหนึ่งเสียสติ ยื่นสองมือออกไปบีบลำคอของฉู่เซียวที่เพิ่งได้สติ ฉุดกระชากเขาขึ้นมาอย่างสุดแรง
“เป็นเจ้า! เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่?! เจ้าตัวบัดซบ! เจ้าทำงานให้กับนังนั่น!! เจ้ารับคำสั่งจากนางให้มาทำลายชีวิตข้า! ข้าพูดถูกใช่หรือไม่?!”
ฉู่เซียวถูกบีบคอจนแทบหายใจไม่ออก ครั้นจู่ๆได้ยินข้อกล่าวหานี้ แววตาจึงสั่นไหวขึ้นวูบหนึ่ง เผยให้เห็นถึงความรู้สึกผิดปรากฏขึ้นชั่วขณะหนึ่ง
เขาเคยมีอดีตบางอย่างกับคุณหนูอีกผู้หนึ่งจริง เป็นอดีตที่มิอาจเอ่ยต่อผู้ใดได้ ทว่าเขาย่อมไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด!
เขาดิ้นรนอย่างยากลำบาก กว่าจะสามารถเค้นเสียงออกมาจากลำคอเป็นห้วงๆเพื่อแก้ตัวได้
“คุณหนู… ตั้งแต่ต้นจวบจนบัดนี้ ข้าจงรักภักดีต่อท่านเพียงผู้เดียว…”
“โกหก!”
เมิ่งหนานอี้ไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย มืออีกข้างคลำสะเปะสะปะอย่างบ้าคลั่งอยู่ท่ามกลางอาภรณ์ที่กระจัดกระจาย ก่อนจะสัมผัสเข้ากับกริชเล่มหนึ่งที่ฉู่เซียวมิเคยให้ห่างกาย!
อารมณ์ของนางหลุดจากการควบคุมอย่างสิ้นเชิง สติสัมปชัญญะมลายหายไปจนไม่เหลือแม้เพียงเศษเสี้ยว!
ฉู่เซียวจ้องมองไอสังหารบ้าคลั่งในดวงตาของนาง ได้แต่รู้สึกมึนงงว่างเปล่าไปทั้งใจ
การหวนคืนสู่สถานที่เก่าซึ่งเขาบรรจงวางแผนมาอย่างรอบคอบ หวังจะรื้อฟื้นความฝันครั้งเก่าอีกครา เหตุใดจึงกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?
ทุกอย่างพังทลายและยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว!
ไม่! เขาจะตายลงภายใต้สภาพเช่นนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด! เขาควรได้อยู่เคียงข้างคุณหนูเช้าค่ำ ไม่พรากจากกันไปอีกหลายสิบปีข้างหน้าต่างหาก!
เขายื่นมือออกไปอย่างไร้ผล มือหนึ่งประคองข้อมือของเมิ่งหนานอี้ที่กำลังบีบรัดลำคอของตนไว้ หมายจะปลอบประโลมนางให้เย็นลง แต่น้ำเสียงก็แหบพร่าจนแทบเอ่ยออกมาไม่เป็นคำ
“คุณหนู… ข้าเป็นเพียงคนผู้หนึ่งที่คู่ควรแก่การดำรงอยู่ในเงามืดเท่านั้น ตลอดชีวิตที่เหลือ ข้ายินดีเป็นเงาของท่านอยู่ร่ำไป… เพียงขอให้ท่านเก็บข้าไว้ในสักเสี้ยวของดวงใจ…จะได้หรือไม่?”
ครั้นเมิ่งหนานอี้ได้ฟัง การเคลื่อนไหวของนางก็ชะงักลงฉับพลัน บนใบหน้ากลับค่อยๆคลี่รอยยิ้มอ่อนหวานดุจสายน้ำ เสียงที่เอื้อนเอ่ยก็แผ่วเบาราวเสียงกระซิบข้างหู
“เป็นเงารึ? ข้าจะยอมให้เจ้าเป็นเพียงเงาขอข้าไปตลอดได้อย่างไรกัน…”
ดวงตาของฉู่เซียวสั่นไหวขึ้นในบัดดล ราวกับทั้งร่างจมดิ่งลงไปในกิริยาที่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างกะทันหันของนาง
ทว่าในชั่วพริบตาถัดมา—
คมมีดนั้นกลับปาดผ่านอย่างไร้ลางบอกเหตุ กรีดลงบนลำคอของเขาอย่างโหดเหี้ยม!
โลหิตสีแดงสดทะลักพุ่งออกมาไม่ขาดสาย เพียงชั่วขณะก็ย้อมผ้าห่มแพรใต้ร่าง ให้กลายเป็นสีแดงฉานบาดตา จนดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
“อึก…”
ฉู่เซียวเบิกตากว้างจนแทบถลน ความรู้สึกไม่อยากเชื่อท่วมท้นอยู่เต็มดวงตา เขาจ้องหน้าเมิ่งหนานอี้เขม็ง สุดท้ายร่างทั้งร่างก็อ่อนยวบลง เสียงหายใจสิ้นสุดโดยสมบูรณ์
ชาวบ้านที่เดิมทีเพียงรับเงินมาทำงาน ให้เฝ้ารอชมเรื่องฉาวโฉ่นี้อย่างสนุกสนาน บัดนี้ต่างพากันตกใจตะลึงงันจนขวัญกระเจิง ทุกคนต่างแข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับร่างทั้งร่างถูกแช่แข็ง!
เพียงแค่มาจับชู้มิใช่รึ… เหตุใดพริบตาเดียว ก็กลับกลายเป็นภาพฉากฆาตกรรมต่อหน้าผู้คนไปแล้วเล่า?!
ทั้งยังเป็นการสังหารชายชู้ด้วยมือของนางเองด้วยรึ?!
มิรู้ว่าเป็นผู้ใดที่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตระหนกตกใจก่อน
“ฆ่า… ฆ่าคนแล้ว!! นางฆ่าคนตายแล้ว!!”
“กรี๊ดด—!”
ฝูงชนพลันแตกฮือราวรังแตนถูกตี ความสนุกตื่นเต้นที่เคยมีเมื่อครู่ได้มลายสิ้น เหลือไว้เพียงความหวาดผวาไร้ขอบเขตแทน!
ผู้คนต่างร่ำไห้คร่ำครวญ แล้วพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงราวกับนกแตกรังสัตว์แตกฝูง
ช่างน่ากลัวยิ่งนัก! นี่น่ะหรือคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์?! เห็นชัดว่าเป็นยมทูตทวงวิญญาณที่คลานขึ้นมาจากขุมนรกต่างหาก!