พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่170 อนาคตจบสิ้นแล้ว!
บทที่170 อนาคตจบสิ้นแล้ว!
ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อเมิ่งชินรุ่ยรีบรุดมาถึงโรงเตี๊ยมจันทร์ล้อมด้วยตนเอง ภาพที่พบเห็นคือบุตรีคนดีของตนกำลังนั่งแน่นิ่งอยู่ข้างกองเลือด และมิรู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
เมิ่งชินรุ่ยพลันรู้สึกหน้ามืด โลหิตในกายเดือดพล่านทะลักขึ้นศีรษะ ทั้งใบหน้าทั้งดวงตาล้วนแดงก่ำไปหมด จนเห็นเป็นสีตับหมูดูน่าสะพรึงกลัวในชั่วพริบตา!
เดิมทีเขานึกว่าบุตรีถูกจับได้ว่าลอบคบชู้กับบุรุษอื่น เพียงเท่านั้นก็ถือเป็นหายนะใหญ่หลวงเทียมฟ้าแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่า… นางยังกล้าลงมือสังหารต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ด้วย!!
เขาแทบต้องเค้นเอาเรี่ยวแรงทั่วทั้งร่างออกมา จึงจะฝืนประคองกายไว้มิให้เป็นลมหมดสติไปเสียก่อนได้ นิ้วมือทั้งสิบสั่นระริก ชี้สั่งให้คนไปลากตัวเมิ่งหนานอี้มา แล้วคุมตัวนางกลับจวนไปทันที
ก่อนเมิ่งชินรุ่ยจะกลับถึงจวน ฮูหยินเมิ่งก็เพิ่งได้รับรายงานเรื่องสะเทือนขวัญนี้จากสาวใช้คนสนิท ว่ายามนี้ที่โรงเตี๊ยมจันทร์ล้อมได้เกิดเรื่องราวใดขึ้นกันแน่
หนานหนานของนางมิเพียงถูกจับได้ต่อหน้าผู้คนมากมาย ว่าลอบร่วมเตียงกับผู้ติดตามอย่างฉู่เซียวเท่านั้น แต่ยัง… ยังลงมือสังหารเขาด้วยสองมือตนอีกด้วย!
“เพล้ง!”
ถ้วยชาในมือของฮูหยินเมิ่งร่วงหลุดในบัดดล ก่อนจะกระแทกกับพื้นจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ! น้ำชาร้อนหกกระเซ็นเปียกชายกระโปรงของนาง ทว่านางกลับยังไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ใบหน้าของนางในชั่วขณะนั้น พลันซีดเผือดเสียยิ่งกว่าซากศพไร้โลหิต ดูน่าสยดสยองแทบไม่คล้ายคนเป็นเลยสักนิด! โลหิตทั่วร่างราวกับไหลย้อนกลับในชั่วพริบตา ซัดกระแทกขึ้นสู่ศีรษะจนมึนงงไปหมด ดวงตาทั้งสองพร่ามัวและแทบทรงกายไม่อยู่!
เมิ่งซีโจว! เป็นเมิ่งซีโจว! ต้องเป็นนังแพศยาผู้นั้นแน่ๆ มันสมควรต้องถูกสับร่างเป็นหมื่นชิ้น!
ตัวเองจะตายอยู่แล้ว ยังไม่ยินยอมพร้อมใจ คิดจะลากหนานหนานของนางลงนรกไปด้วยกระมัง?!
น่าชัง! ช่างน่าชังยิ่งนัก!
อกของฮูหยินเมิ่งกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง ความเคียดแค้นเสียดแทงไปถึงกระดูก เพลิงโทสะท่วมท้นจนแทบจะแผดเผาสติสัมปชัญญะของนางให้มอดไหม้จนหมดสิ้น ครั้นได้ยินบ่าวมารายงานว่าเมิ่งชินรุ่ยกลับถึงจวนแล้ว นางก็ฝืนข่มความเดือดดาลที่แทบจะพุ่งทะลักออกมาเอาไว้ แล้วรีบร้อนออกไปต้อนรับเขาทันที
เมิ่งชินรุ่ยไม่เอ่ยวาจาใดสักคำ ใบหน้าดำทะมึนราวก้นหม้อไหม้เกรียม
บุตรีทั้งสองที่เขาทุ่มเทฟูมฟักและฝากความหวังทั้งหมดไว้ กลับต้องกลายมาเป็นหมากไร้ค่าไปถึงสองตัวรวด!
คนหนึ่งกำลังจะถูกส่งเข้าวังหลวง อันเป็นสถานที่ไม่ต่างจากหลุมฝังศพ ชะตาเป็นตายยากจะคาดเดา
ส่วนอีกคนก็ชื่อเสียงเละเทะป่นปี้ กลางวันแสกๆถึงกับลงมือปลิดชีพชายชู้ด้วยมือตนเอง! นับแต่นี้ไม่มีทางจะได้แต่งเข้าสู่ตำหนักบูรพาอีกแล้ว! ไม่สิ…แม้กระทั่งศักดิ์ศรีความเป็นคน ก็ยังไม่มีหลงเหลืออีกแล้ว!!
อะไรคือชะตาหงส์ อะไรคือยอดสตรีมากปัญญาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ทั้งหมดล้วนกลายเป็นเรื่องน่าขบขันไปหมดสิ้นแล้ว!
เช่นนี้จะเขาเอาหน้าไปไว้ที่ใด?! วันหน้าจะให้เขายืนหยัดอยู่ในราชสำนักได้อย่างไร?!
เขาแทบอยากจะยกฝ่ามือตบหน้าฮูหยินเมิ่ง ผู้ที่ ‘สั่งสอนอบรมบุตรีได้ดีนัก’ ให้ตายคาที่เสียเดี๋ยวนั้น!
นี่น่ะหรือคือบุตรีแสนดีสองคนที่นางให้กำเนิดและอบรมเลี้ยงดูมาด้วยตัวเอง! ก่อนหน้านี้เพิ่งจะฝืนข่มข่าวลือเหล่านั้นลงไปได้อย่างยากเย็น บัดนี้กลับก่อเรื่องอื้อฉาวที่หนักหนายิ่งกว่าเดิมขึ้นมาอีก!
หากเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงในวังหลวงเล่า คนในนั้นจะคิดเช่นไร?
จะมองว่าจวนโหวของพวกเขาจงใจท้าทายพระบารมีแห่งราชสำนักหรือไม่? เพื่อหวังทำลายงานสมรสกับองค์รัชทายาท ถึงกับกล้าก่อเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า ยอมใช้ทุกวิถีทางอย่างไร้ขอบเขตเช่นนี้?!
ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ที่จวนโหวสู้สั่งสมมานานนับร้อยปี เส้นทางอนาคตที่กว่าจะไขว่คว้ามาได้โดยไม่ง่าย บัดนี้เห็นทีจะถูกนังลูกบัดซบทั้งสองทำลายจนป่นปี้ในคราเดียวแล้ว!
เมิ่งหนานอี้ถูกคุมตัวกลับไปยังเรือนหลานจื่อทันที ทั้งยังถูกจับตามองอย่างเข้มงวดมิต่างจากนักโทษคนหนึ่ง
ฮูหยินเมิ่งเป็นห่วงว่าบุตรีว่าจะทนแบกรับแรงกระทบกระเทือนทางจิตใจไม่ไหว จึงคิดจะไปเยี่ยมเยียนเสียหน่อย ทว่ากลับถูกเมิ่งชินรุ่ยซึ่งกำลังเดือดดาลสุดขีด ออกคำสั่งห้ามไว้อย่างเด็ดขาด นางจึงมิอาจก้าวเท้าออกจากโถงหลักได้แม้เพียงครึ่งก้าว
ขณะเดียวกัน ขันทีจางที่นั่งจิบชาอย่างสำราญอยู่ในโถงหลักมาโดยตลอด ย่อมได้รับรายงานจากคนใต้บังคับบัญชาตนแล้วเช่นกัน เรื่องอื้อฉาวสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ที่ภายนอกต่างพากันเล่าลืออย่างดุเดือดอยู่นี้ เขาย่อมได้ยินมาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
เขาอดนึกบ่นในใจมิได้
ฝ่าบาททรงอุตส่าห์วางแผนเสียใหญ่โตถึงเพียงนี้ แสร้งทำแม้กระทั่งทรงฟื้นสติกลับมา และสามารถว่าราชกิจได้ดังเดิมแล้ว ทั้งยังเสาะหาเหตุเพื่อส่งตัวองค์รัชทายาทไปยังชายแดน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะเปิดทางรับตัวคุณหนูรอง ‘เมิ่งหนานอี้’ เข้าวังได้อย่างราบรื่น ไม่มีองค์รัชทายาทมาคอยขัดขวาง จนอาจทำให้เกิดความร้าวฉานระหว่างบิดากับโอรสเพียงเพราะสตรีผู้เดียวได้ ซึ่งอาจกระทบต่อความปรองดองระหว่างพ่อลูกในภายภาคหน้า
แม้ว่าใต้หล้านี้ล้วนเป็นแผ่นดินของโอรสสวรรค์ ราษรทั่วทุกเขตคามล้วนเป็นข้าของพระองค์ กล่าวกันตามหลักแล้ว สตรีทั้งแผ่นดินย่อมถือเป็นคนของฮ่องเต้ทั้งสิ้น ทว่า การฝืนรับน้องสาวฝาแฝดของว่าที่พระชายาแห่งองค์รัชทายาทเข้าวังนั้น ไม่ว่าจะมองอย่างไร… ก็ออกจะดูไม่งามอยู่บ้าง
แต่เมื่อดูยามนี้แล้ว
ฝ่าบาททรงคิดมากเกินจำเป็นจริงๆ
คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเมิ่งผู้นี้ก่อเรื่องเหลวไหลครั้งแล้วครั้งเล่า คราวนี้ถึงกับมีข่าวฉาวว่าลอบเล่นชู้กับผู้ติดตามของตน ซ้ำยังกล้าลงมือสังหารเขาต่อหน้าผู้คนมากมายอีก!
สตรีที่มีอุปนิสัยใจคอเช่นนี้ อย่าว่าแต่แต่งเข้าตำหนักบูรพาเลย ต่อให้เป็นตระกูลขุนนางสามัญทั่วไป ก็เกรงว่าจะไม่มีผู้ใดกล้ารับนางไว้เป็นสะใภ้แล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ เสมือนฟ้ายิ่งเปิดทางสะดวกให้ ฝ่าบาทย่อมสามารถรับคุณหนูรองผู้นี้เข้าเป็นสนมได้โดยชอบธรรมและไร้ข้อครหา
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ขันทีจางก็วางถ้วยชาในมือลง ค่อยๆลุกขึ้นยืน ทำลายบรรยากาศมืดครึ้มอึดอัดระหว่างเมิ่งชินรุ่ยกับฮูหยิน
เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กตามแบบฉบับของขันที “ท่านโหว ฮูหยิน นี่ก็สายมากแล้ว”
เขาสะบัดแส้หางม้าเบาๆ สายตากวาดมองไปทางเรือนฉงหัวของเมิ่งซีโจว ก่อนจะกล่าวต่อว่า
“รีบให้คนไปช่วยคุณหนูรองเก็บข้าวของเถิด ค่ำคืนนี้… ข้าจะพาตัวนางกลับเข้าวังหลวงแล้ว”